SMEความรู้ทำธุรกิจ

เปิดร้านกาแฟอย่างไรไม่ให้เจ๊ง

ทำธุรกิจร้านกาแฟจะอาศัยแค่ความชอบอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมีการเตรียมความพร้อมและปัจจัยหลายอย่างในการพาให้ธุรกิจไปต่อได้โดยไม่สะดุดหรือหากมีเหตุสุดวิสัยต้องรีบลุกขึ้นให้เร็วและก้าวอย่างมั่นคง

ทำธุรกิจร้านกาแฟจะอาศัยแค่ความชอบอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมีการเตรียมความพร้อมและปัจจัยหลายอย่างในการพาให้ธุรกิจไปต่อได้โดยไม่สะดุดหรือหากมีเหตุสุดวิสัยต้องรีบลุกขึ้นให้เร็วและก้าวอย่างมั่นคง

ความชื่นชอบในการดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟหอมกรุ่น จนกลายเป็นเหมือนธรรมเนียมปฏิบัติของหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่ไม่ว่าจะเดินเหินไปไหนต้องถือแก้วกาแฟข้างกายตลอดเวลา เป็นหนึ่งในรูปถ่ายที่ชาวโซเชียลโพสต์บ่อยที่สุด รวมถึงบรรยากาศเก๋ๆสุดแสนจะผ่อนคลายภายในร้านกาแฟ กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมในการพบปะสังสรรค์ การที่ร้านกาแฟมีมนต์เสน่ห์เฉพาะตัว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมจึงกลายเป็นธุรกิจที่หลายคนชื่นชอบ มีจำนวนไม่น้อยที่พ่ายแพ้ต่อธุรกิจนี้ แต่ก็มีผู้ท้าชิงหน้าใหม่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ หลายร้านสามารถยืดหยัดได้อย่างสวยงาม พวกเขาทำได้อย่างไรกัน

ร้านกาแฟขนาดเล็กส่วนใหญ่ ทำไมไปไม่รอด

ท้องฟ้าแจ่มใสบวกกับเสียงเพลงแจ๊สฟังสบายๆ ในขณะที่บาริสต้ากำลังส่งมอบถ้วยคาปูชิโน่ร้อนที่มีฟองนมนุ่มละมุนแก่ลูกค้า พร้อมกับรอยยิ้มแทนคำขอบคุณ นี่สิร้านกาแฟในฝัน!  ก่อนจะนึกไปไกลกว่านี้อีกด้านหนึ่งคือความจริงอันแสนเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ ไร้ซึ่งเสียงเพลงมีแต่เสียงสะอื้นในใจเบาๆ แน่นอนว่าความฝันเป็นสิ่งที่ดีและต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มา แต่เพราะเหตุใดร้านกาแฟส่วนใหญ่ถึงไปไม่รอด

1.ศึกษาข้อมูลไม่มากพอ

  • ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ในการคิดที่จะเปิดร้านกาแฟ อย่างแรกเลยคือการศึกษาข้อมูลตั้งแต่สายพันธุ์เมล็ดกาแฟไปจนถึงกรรมวิธีในการชงและเทคนิคต่างๆ ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยระยะเวลาในการทำความเข้าใจและเรียนรู้
  • เปิดร้านเล็กๆขึ้นมาหนึ่งร้าน ต้องใช้งบประมาณเท่าไร อุปกรณ์สำหรับร้านกาแฟมีอะไรบ้าง เช่น อยากขายกาแฟแก้วละ 30-35 บาท ควรซื้อเครื่องชงกาแฟราคาประมาณห้าหมื่นก็พอ แน่นอนว่าเครื่องหลักแสนชงกาแฟออกมาได้ดี แต่ต้องขายกี่แก้วจึงจะคืนทุน ควรเลือกให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ
  • ความรู้ทางธุรกิจเบื้องต้น เช่น การคำนวณหาต้นทุนที่แท้จริง การจ่ายภาษี เป็นต้น

2.ทำเลไม่เหมาะสม

หนึ่งในเหตุผลที่จะทำให้ใครสักคนตัดสินใจเดินเข้าร้านนั่นคือความสะดวกในการเดินทาง ร้านต้องตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใครผ่านไปมาก็ต้องเห็น จำนวนคนพลุกพล่าน และต้องเป็นกลุ่มเป้าหมายด้วย คนเยอะแต่ไม่ซื้อก็ไม่มีประโยชน์

3.ตอบตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมลูกค้าต้องเลือกดื่มกาแฟของร้านเรา

อะไรคือสิ่งที่จะดึงดูดคนให้เข้าร้าน รสชาติ ราคา การให้บริการ หรือเมนูแปลกใหม่ หลากหลายคำตอบที่อาจจะต้องดูบริบทโดยรวมของทำเลที่จะเปิดร้าน แต่สิ่งที่สร้างความน่าสนใจได้มากกว่าคือการหาเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้แต่มือใหม่ก็สามารถทำได้ ลองหาลูกเล่นที่ทำให้คนจดจำร้านได้ง่ายขึ้น แม้แต่การตกแต่งเครื่องดื่มยังเห็นถึงความต่างได้เช่นกัน

4.ขาดการวางแผนอย่างเป็นระบบ

  • ต้องวางแผนกันตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อเมล็ดกาแฟ การตั้งราคาขาย ค่าใช้จ่ายภายในร้าน ฯ การจำลองสถานการณ์จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เช่น ร้านติดถนนใหญ่เมื่อถึงเวลาก่อสร้างทาง การสัญจรเริ่มไม่สะดวก ลูกค้าไม่อยากเสียเวลาเดินทาง ส่งผลให้ยอดขายเริ่มตก เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้จะทำอย่างไร
  • ระบบการจัดการภายในร้าน เช่น การทำบัญชี การสต็อกสินค้า ทำจ่ายค่าแรงพนักงาน ฯ ที่สำคัญมากคือ เงินร้านต้องแยกออกจากเงินส่วนตัวโดยเด็ดขาด และเงินทุนหมุนเวียนเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรจะต้องเตรียมไม่ว่าจะทำธุรกิจใดก็ตาม

บริหารจัดการร้านกาแฟอย่างไรให้รอดและรุ่ง

แค่เปิดร้านกาแฟให้รอดก็ถือว่าเหนื่อยแล้ว แต่การทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้นั้นหนักหนายิ่งกว่า กาแฟรสชาติดีอย่างเดียวคงไม่ช่วยอะไร หากขาดการบริหารจัดการที่ดีซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญในการทำธุรกิจ

1.คอนเซ็ปต์ร้านต้องชัดเจน สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้า

กลุ่มลูกค้าจะเป็นตัวกำหนดว่ารูปแบบร้านจะออกมาในลักษณะใด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอก แต่เกี่ยวกับกำลังซื้อของลูกค้าที่ส่งผลต่อราคาขาย ไม่ต้องถึงขนาดแข่งขันกันด้านราคาแต่เน้นที่คุณภาพสมเหตุสมผลร้านอยู่ได้ ลูกค้าจ่ายไหว

2.กลยุทธ์ทางการตลาด

  • ทางออฟไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่และการตลาดออนไลน์ในการเพิ่มยอดขาย นอกจากต้นทุนด้านการตลาดที่เตรียมไว้ ลองพิจารณาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหากมีการแข่งขันสูงว่าคุ้มหรือไม่
  • หาช่องทางในการเพิ่มยอดขาย เช่น ขนมทานคู่กับกาแฟ ถ้ามีฝีมือหน่อยก็อาจจะทำเอง รับฝากขายหรือจะใช้เป็นเบเกอรี่แช่แข็งก็ได้ มีเงื่อนไขว่าขนมต้องมีรสชาติเข้ากันกับกาแฟ และเน้นที่การขายกาแฟไม่ใช่ขนม
  • การจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ต้องได้กำไรหรือเสมอตัวไม่ใช่ลดแลกแจกแถมจนเข้าเนื้อ

2.บริหารต้นทุนให้ดี

  • ช่วยในเรื่องกำหนดราคาขาย ประเมินความสามารถในการสร้างรายได้ ทำให้รู้ว่าต้องมียอดขายเท่าไหร่ต่อเดือนจึงจะอยู่ได้โดยไม่ขาดทุน เช่น ขายกาแฟแก้วละ 50 บาท เมื่อคำนวณออกมาแล้วจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 100 แก้วต่อวัน ถ้าขายได้จำนวนต่ำกว่าจุดนี้จะขาดทุน
  • การคำนวณต้นทุน ผู้ประกอบการต้องแยกได้ว่าค่าใช้จ่ายของธุรกิจมีอะไรบ้างที่เป็นต้นทุนคงที่และต้นทุนแปรผัน ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยในการเพิ่มความสามารถในการทำกำไร โดยการเพิ่มราคาขายหรือการลดค่าใช้จ่าย แต่ที่ไม่ควรทำคือการปรับลดคุณภาพของกาแฟ

การทำธุรกิจจะอาศัยแค่ความชอบอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมีการเตรียมความพร้อมและปัจจัยหลายอย่างในการพาให้ธุรกิจไปต่อได้โดยไม่สะดุดหรือหากมีเหตุสุดวิสัยต้องรีบลุกขึ้นให้เร็วและก้าวอย่างมั่นคง บวกกับความอดทนและพยายามเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการผ่านอุปสรรคที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างแน่นอน

บทความเกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์

เริ่มต้นธุรกิจอย่างไรไม่ให้เจ๊ง !!!

 

Tags

รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ในการทำธุรกิจ ช่องทางทำมาหากิน ฟรี !!!

เพิ่มเพื่อน

Kiattirat Jindamanee

ผู้ก่อตั้ง และ บรรณาธิการ สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs www.taokaemai.com อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจสุขภาพและความงาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม SMEs ,แฟรนไชส์ เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษให้กับหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และเอกชน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close