หากคุณไม่อยากเดินทางเข้าสู่ด้านมืดด้วยกลยุทธ์เดิม ๆ ที่เปลี่ยนคุณให้กลายเป็นปีศาจร้ายลองปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ด้วยวิถีทางแห่งนักบุญและพรศักดิ์สิทธิ์ด้วย Digital Marketing สำหรับธุรกิจประกันรถยนต์ทั้ง 5 ประการดูไหมครับ

จริงอยู่ว่าการทำประกันภัยจะเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากเพียงใด แต่ด้วยภาพพจน์ของตัวแทนบริษัทประกันภัยหลาย ๆ เจ้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีในสายตาของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการตามตื้อไม่เลิกของตัวแทน หรือการตั้งแง่ในการเคลมล้วนมีส่วนทำให้ภาพลักษณ์ของการทำประกันอาจติดลบและลามไปถึงการทำประกันภัยรถยนต์ด้วย จึงทำให้ตัวแทนประกันรถยนต์ต้องงัดกลยุทธ์ในการเข้าหาลูกค้าเป็นการใหญ่ แต่ในปัจจุบันที่การแข่งขันในธุรกิจประกันภัยยิ่งดุเดือด กลยุทธ์การหาลูกค้าในเชิงรุกอย่างสุดโต่งเกินไปอาจทำให้ลูกค้าขยาดและยิ่งไม่สนใจการทำประกันภัยรถยนต์เข้าไปอีก หากกลยุทธ์สุดโต่งนี้มันใช้ไม่ได้ผลเสียแล้วในยุคนี้ ลองเปลี่ยนกลยุทธ์เสียใหม่ดีไหมครับ ก็ไม่แน่นะครับว่าด้วยกลยุทธ์ใหม่นี้อาจทำให้คุณได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมามากมายก็เป็นได้ กลยุทธ์ใหม่ที่น่าสนใจคืออะไรและช่วยเพิ่มลูกค้าประกันภัยรถยนต์ได้อย่างไร วันนี้เรามาดูกันครับ

คุณอยากเป็นอะไรในสายตาของลูกค้าประกันรถยนต์ ?

ก็อย่างที่เกริ่นเอาไว้ครับว่าภาพลักษณ์ของตัวแทนขายประกันไม่ค่อยจะสู้ดีนักในสายตาของลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กลยุทธ์เชิงรุกอย่างสุดโต่งไม่ว่าจะเป็นการโทรไปเสนอขายประกันโดยไม่ดูกาลเทศะ หรือการตื้อไม่เลิกรา เชื่อไหมครับว่าพฤติกรรมเหล่านี้คุณจะกลายเป็นปีศาจร้ายในสายตาของลูกค้าไปในทันที แม้สิ่งที่คุณนำเสนอให้ลูกค้ามันจะมีประโยชน์สำหรับลูกค้ามากเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าคุณเข้าหาลูกค้าโดยหวังแต่เพียงผลประโยชน์เท่านั้น รับรองได้ว่านอกจากจะไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้า ลูกค้ายังจะเอายันต์กันผีมาไล่คุณด้วยซ้ำไม่ว่าจะเป็นการบล็อกเบอร์โทรหรือใช้แอพพลิเคชั่นสกัดกั้นเบอร์โทรศัพท์ของคุณ

ถ้าคุณไม่อยากเดินทางเข้าสู่ด้านมืดในการขายประกันรถยนต์คุณสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายร่างเป็นนักบุญได้ครับ ด้วยการเปรียบเทียบความคุ้มค่าของการทำประกันภัยให้ลูกค้าได้เห็น แล้วลูกค้าจะเข้าหาคุณเอง แต่การจะเดินทางในด้านสว่างคุณอาจจำเป็นต้องอาศัยวิถีของนักบุญในการมอบพรให้แก่ผู้คนสักนิด ถ้าคุณทำตามนี้ได้คุณจะกลายเป็นพ่อพระแม่พระมาโปรดในบัดดล วิถีทางที่ว่านั้นก็คือการทำ “Digital Marketing” นั่นเอง ส่วนจะอย่างไรเรามีคำแนะนำดังนี้

1.สร้างเว็บไซต์บริษัทประกันภัยรถยนต์ สร้างความน่าเชื่อถือ

ถ้าคุณนึกถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในโลกแห่งความเป็นจริง สถานที่เหล่านั้นจะทำให้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างหากคุณเข้าไปถึงสถานที่เหล่านั้น ความสบายใจ ความไว้วางใจ การได้รับการแบ่งปัน อารมณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณไปอยู่ในสถานที่เหล่านั้นจริงไหมครับ พรประการแรกก็เช่นกันและอารามที่ว่าก็คือ “หน้าเว็บไซต์ของบริษัทประกันภัยรถยนต์” ของคุณนั่นแหละ จงทำให้เว็บไซต์ของคุณกลายเป็นอารามแห่งการแบ่งปันด้วยการให้ข้อมูลเปรียบเทียบความคุ้มค่าของการทำประกันโดยเน้นไปที่ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับหากตัดสินใจทำประกันโดยเปรียบเทียบกับกรณีที่ไม่ได้ทำประกันครับ แล้วลูกค้าจะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณด้วยความรู้สึกสบายอกสบายใจมากกว่าเดิม อย่าได้พยามยามจงใจขายของมากเกินไปครับ หากคุณอยากได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและอยากให้ลูกค้ารู้สึกดี ๆเมื่อเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ คุณควรให้ความสนใจการทำ “คอนเทนต์คุณค่าหรือ Value Content” ที่เนื้อหาอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถโดยไม่จงใจชี้นำลูกค้า หากคุณทำในข้อนี้ได้ พรวิเศษของอารามแห่งการแบ่งปันจะตกเป็นของคุณทันที

2.สร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้าประกันภัยรถยนต์ด้วย [email protected]

หากคุณเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับด้ายแดงคุณย่อมจะเข้าใจได้ว่าใครก็ตามที่ถูกผูกด้ายแดงคน ๆ นั้นจะถูกสร้างสายใยแห่งความสัมพันธ์ร่วมกันในทันที ในทางการทำ Digital Marketing ด้ายแดงที่ว่าก็คือการทำ “[email protected]” ครับ เพราะการสร้าง [email protected] ก็เสมือนกับการที่คุณนำด้ายแดงแห่งสายสัมพันธ์ไปผูกติดกับลูกค้าอย่างเหนียวแน่นนั่นเอง ส่วนการจะผูกด้ายแดงกับลูกค้าก็ไม่ยากอย่างที่คิดครับ เพียงแค่คุณขยันนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดูแลรักษารถยนต์ให้แก่กลุ่มลูกค้าผู้ติดตาม [email protected] ของคุณบ่อย ๆ ถ้าข้อมูลของคุณดีและมีประโยชน์จริง ๆ คุณก็ได้ใจและได้กลุ่มลูกค้าที่ภักดีเหนียวแน่นต่อบริษัทของคุณครับ

3.เป็นผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์และประกันในเว็บบอร์ด Facebook Group

พรข้อนี้มีความสำคัญสำหรับการทำ Digital Marketing เช่นกันครับ การส่งเทวทูตตัวน้อยไปตามที่ต่าง ๆ ก็คือการเข้าไปเป็นสมาชิกตามกลุ่มเว็บบอร์ดและในเฟซบุ๊กกรุ๊ปของกลุ่มคนรักรถกลุ่มต่าง ๆ นั่นเอง เพราะสมาชิกในกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือกลุ่มเป้าหมายที่คุณอยากได้มาเป็นลูกค้าจริงไหมครับ ส่วนพรที่เทวทูตน้อย ๆ จะอวยพรให้สมาชิกเหล่านี้ก็คือข้อมูลต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกของกลุ่มนั้น ๆ ครับ โปรดระลึกไว้เสมอครับว่าเนื้อหาข้อมูลที่คุณมอบให้จะต้องมีประโยชน์จริง ๆ ที่ไม่เน้นการขายโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าคุณทำได้คุณก็จะได้ใจจากสมาชิกเหล่านี้ไปเต็ม ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาโปรโมตอะไรเลย

4.มีแฟนเพจเป็นชุมชนออนไลน์สำหรับกลุ่มเป้าหมายประกันภัยรถยนต์

เคยได้ยินไหมครับว่าหากเราได้ไปรวมกลุ่มทำกิจกรรมหรือมีการแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ ร่วมกันกับกลุ่มคนที่รักและชอบอะไรเหมือน ๆ กับเรา ความรู้สึกนั้นย่อมไม่ต่างจากคุณกำลังอยู่ในสรวงสวรรค์แห่งความสุข สรวงสวรรค์ที่ว่าในทาง Digital Marketing ก็คือการสร้าง “แฟนเพจ” นั่นเองครับ เพราะแฟนเพจคือพื้นที่ที่รวมคนที่รักและชอบหรือสนใจอะไรเหมือน ๆ กันได้เข้ามามีกิจกรรมร่วมกัน เมื่อสร้างแฟนเพจแล้วคุณควรจะทำให้มันเป็นพื้นที่ของการร่วมแชร์ประสบการณ์ดี ๆ ของลูกเพจจริง ๆ อย่าได้เอามาใช้ขายของเด็ดขาด คุณควรจะแค่มอบข้อมูลดี ๆ ที่เป็นประโยชน์และปล่อยให้เพจมีการดำเนินกิจกรรมภายใต้การควบคุมของคุณเท่านั้น นี่แหละครับวิธีการทำแฟนเพจที่แท้จริง

5.ลงโฆษณาให้ลูกค้าได้รู้จักบริษัทประกันภัยรถยนต์ของเรา ได้เห็นทั้งบน Google และ Facebook

พรข้ออื่น ๆ จะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย ถ้าคุณไม่สร้างพรประการที่ 5 หรือการร่ายคาถาเบิกเนตรครับ คาถาเบิกเนตรสำหรับการทำ Digital Marketing ก็คือการลงโฆษณาให้คนอื่น ๆ เห็นไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณา Google Adwords หรือ โฆษณาในเฟซบุ๊ก ยิ่งคุณใช้คาถาเบิกเนตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเพียงใด โอกาสที่คนอื่น ๆ จะเห็นคุณก็ย่อมมีมากขึ้นและพรทั้ง 5 ประการก็จะสอดประสานกันอย่างลงตัวครับ

หากคุณไม่อยากเดินทางเข้าสู่ด้านมืดด้วยกลยุทธ์เดิม ๆ ที่เปลี่ยนคุณให้กลายเป็นปีศาจร้ายลองปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ด้วยวิถีทางแห่งนักบุญและพรศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 5 ประการดูไหมครับ เพราะเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่ากว่ากลยุทธ์ดั้งเดิมอย่างแน่นอน หากผู้ประกอบการธุรกิจประกันภัยรถยนต์ท่านใด อยากลองนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ดู ลงมือทำได้เลยครับ แล้วสิ่งดี ๆ จะตามมาอย่างแน่นอน