น่ารักอ๊ะ !! แว็บแรกที่ผมเห็นตุ๊กตาแฟนซี ที่แต่ละตัวมีเพียง “ชิ้นเดียว” ในโลก

ความพิเศษของสินค้ากลุ่ม “พรีเมี่ยม” คือ การเลือก “ลูกค้า” ได้ และ ราคาที่ลูกค้ายินดีที่จะ “จ่าย” โดยไม่ลังเลใจเลย

ผมมีโอกาสได้รู้จักคุณป่าน จากการแนะนำจากเพื่อนในชมรม “ธุรกิจสร้างสรรค์” มีโอกาสพูดคุยกันทาง Facebook ดูสินค้าธุรกิจ จนผมมั่นใจว่า “นี่แหละ” อีก 1 ตัวอย่างของคนที่มี “ความคิดสร้างสรรค์”

ความคิด Creative เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว จนบางครั้งเราอาจ “ละเลย” แต่สำหรับคนที่ไม่ “อยู่เฉย” นี่หละครับคือโอกาสทางธุรกิจที่ต้องรีบคว้า

มาอ่านเรื่องราวธุรกิจ และแนวความคิดเพื่อนำไปต่อยอด “สรรค์สร้าง” ธุรกิจของพวกเรากันครับ

สวัสดีครับคุณป่าน

สวัสดีค่ะ ชื่อ ป่านค่ะ กมลชนก จิตตธร อายุ 29 ปี ปัจจุบันเป็นเจ้าของแบรนด์ Ted & Pup เป็นแบรนด์ขายความทรงจำค่ะ เราเก็บเรื่องราว ความทรงจำดีๆ ที่ลูกค้าประทับใจ มาถ่ายทอดเป็นภาพการ์ตูน Style เรา แล้วทำเป็นของขวัญหรือของใช้ ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน J

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของโรงเรียนสอนศิลปะ

ก่อนมาทำ Ted & Pup ป่านเป็นพนักงานบริษัท ทำงานในบริษัทต่างชาติ แล้วก็ลงทุนกับเพื่อน เปิดโรงเรียนสอนศิลปะเด็กควบคู่ไปด้วย ในตอนนั้น Ted & Pup ยังเป็นงานอดิเรก ทำ 3 อย่างควบกันมาเรื่อยๆ จนเราต้องตั้งใจวางแผนชีวิตใหม่ เพราะทำงานหนัก เวลาพักผ่อนน้อย ตลอดจนใจมันมาจดจ่ออยู่กับธุรกิจที่เราเริ่มมากกว่า โรงเรียนสอนศิลปะก็กำลังไปได้ดีและ Ted & Pup ก็มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ป่านเลยตัดสินใจเลือกลาออกจากงานประจำช่วงกลางปี 2557 มาทำธุรกิจเต็มตัวค่ะ

หลังจากลาออกแล้วเป็นอย่างไรต่อ

หลังจากลาออกจากงาน มาทำโรงเรียนเต็มตัว ธุรกิจดูเหมือนจะไปได้ดี เรามีลูกค้าในมือมาก

พอสมควร มีเด็กๆ มาเรียนเต็มทุกคลาส แต่ด้วยความที่ประสบการณ์ในทางธุรกิจเรายังน้อย ป่านกับหุ้นส่วน เลือกที่จะทำทุกอย่างเอง ตั้งแต่ เตรียมการสอน-เตรียมอุปกรณ์ จัดตารางเรียน สอนเด็ก คุยกับผู้ปกครอง ทำการตลาด ทำบัญชี ตลอดจนทำความสะอาด ในตอนนั้นมันสนุก แต่เหมือนเรายังจัดการมันได้ไม่ดีพอ ทุกอย่างมันโหลดไปหมด จนเราแทบไม่เหลือเวลาพักผ่อน ไม่เหลือเวลาให้สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ เพื่อจะต่อยอดมันออกไป ประกอบกับสัญญาเช่าพื้นที่ 3 ปีกำลังจะหมดพอดี

ป่านกับหุ้นส่วนก็กลับมากจะปรึกษากันว่าเราจะยังไงต่อ  ซึ่งในตอนนั้น งานของ Ted & Pup ก็เริ่มเป็นที่รู้จักจากการบอกปากต่อปากของกลุ่มเพื่อนๆ สุดท้ายเลยตัดสินใจพักการทำโรงเรียนก่อน แล้วลองลุยกับธุรกิจนี้เต็มตัว

พักโรงเรียนสอน สู่งานศิลปะอีกรูปแบบที่ชอบ

Ted & Pup เริ่มต้นมาจากความชอบในศิลปะ ชอบวาดรูปลายเส้นที่ดูง่ายๆ น่ารัก แต่เวลาเราซื้อของจุกจิกน่ารักๆ มันมักจะใช้งานจริงไม่ค่อยได้ เราเลยมีความคิดอยากจะ

“เปลี่ยนของที่ใช้ทุกวัน ให้กลายเป็นของที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก”

โดยเพิ่มความพิเศษลงไปดู

งานชิ้นแรกเป็นของขวัญวันแต่งงานของเพื่อน เราวาดรูปคู่บ่าวสาว ใน Activity ต่างๆ ของเค้า เป็นรูปการ์ตูน ใส่กรอบ กับวาดลงปกสมุดไดอารี ปรากฏว่าผู้รับชอบมาก ประทับใจ เค้าตื่นเต้นที่ได้เห็นตัวเองเป็นตัวการ์ตูน เค้าโพสต์รูปลงFacebook แล้วหลังจากนั้น ก็เริ่มมีคนเข้ามาขอให้วาด จนกลายเป็นขอซื้อ ขอให้ทำสินค้าใหม่ๆ ที่เค้าอยากได้ เราก็เริ่มเลยตั้งแต่ตอนนั้น

ป่านกับหุ้นส่วนเลือกทำธุรกิจนี้เพราะเรารู้สึกว่า มันเป็นความสุข เรารู้สึกว่า ความทรงจำมันมีค่ามาก งานของเราก็เหมือนการเก็บรูปถ่ายที่ประทับใจ ไว้ในอีกรูปแบบนึง ลูกค้าบางคนขอให้ทำหมอนรูปครอบครัว เพราะเค้าไม่ค่อยมีโอกาสได้ถ่ายรูปครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา บางคนไม่ได้ไปงานรับปริญญาเพื่อน   หรือแม้แต่บางคนไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปกับพ่อแม่อีกแล้ว ก็เลือกเก็บความทรงจำในแบบของตัวการ์ตูนแทน

ความสุขอีกอย่างคือการที่เราได้รู้สึกเหมือนเราได้เดินทางไปกับช่วงชีวิตของลูกค้า

เราเคยวาดเด็กคนนี้ตอนแรกเกิด จากภาพในห้องคลอด จนผ่านไป 1 ปี เราได้ทำหมอนขนาดเท่าตัวจริง ไปตั้งในงานวันเกิด ครบ 1 ขวบ และได้ทำหมอนรูปเค้ากอดยายเพื่อให้ยายให้วันแม่  ป่านว่ามันเหมือนเราได้เจอเรื่องใหม่ๆ ตลอด จากเรื่องราวของลูกค้า

จนมาลงตัวกันที่ สร้างแบรนด์ Ted & Pup ให้เป็นสินค้า ที่ให้เป็น “ของขวัญ”
เงินทุนก็มาจากเงินเก็บตัวเองกับหุ้นส่วนค่ะ เรามีเงินออมส่วนหนึ่ง ขาย LTF บ้าง 55555 ค่อยๆ เริ่มทำทีละนิด ทำจากสินค้าที่ต้นทุนไม่สูงมาก และสามารถทำได้เองทุกขั้นตอน แล้วใช้กำไรจากการขายสินค้า ซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือ เพิ่มขึ้น เพื่อจะทำให้เรามีสินค้าที่หลากหลายขึ้น จนตอนนี้ เรามี Supplier มีโรงงานที่ช่วยผลิตสินค้าให้ ทำให้เรามีเวลาในการครีเอทงานมากขึ้นค่ะ

ยกตัวอย่างปัญหาหนัก ๆ ให้เพื่อนฟังหน่อยครับ

ปัญหาหนักๆ ในช่วงแรกคือ เรื่องเวลา ด้วยความที่งานเป็นงาน Custom ทั้งหมด ทำให้เรามีข้อจำกัดในการรับออเดอร์ ป่านก็แก้ปัญหาด้วยการจัดรอบในการรับออเดอร์ เพื่อที่จะให้เราสามารถแพลนเวลาทำงาน มีเวลาไปทำงานอื่นๆ รวมไปถึงเริ่มรับงานที่มีจำนวน เช่น ของที่ระลึกงานแต่งงาน ของขวัญพนักงาน ของขวัญของที่ระลึกขององค์กรต่างๆ เช่น Adecco  , EY Assurance ,แบงค์ชาติ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมไปถึงเริ่มผลิตของขวัญไอเดีย ไปวางขายตามห้างสรรพสินค้าด้วย

แต่ปัญหาเล็กๆน้อยๆ อื่นๆ นี่มีอีกเพียบนะคะ 55555 อย่างเช่น โรงงานเย็บผ้าไม่ตรงออเดอร์ สีพิมพ์เพี้ยน ไม่มีขนส่งวิ่งให้ ไปรษณีย์ไทยทำแก้วแตก ฯลฯ

แต่เราไม่เคยมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรค กลับมองว่า เราได้เรียนรู้มากขึ้นทุกวัน รีบตั้งสติแล้วแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนกันดีกว่า

เจอวิกฤตอะไรบ้าง

ด้วยความที่ธุรกิจนี้เกิดมาจากความบังเอิญ พอถึงจุดที่คนรู้จักเราเพิ่มขึ้น ความต้องการของลูกค้ามากขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้เราเองรับมือไม่ทัน เงินทุนไม่พอในการจะต่อยอดสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มากและหลากหลายขึ้น

ในตลาดก็เริ่มมีงานในแนวนี้ออกมามาก ดังนั้นเราต้องวิ่งให้เร็ว สิ่งที่เราทำตอนนั้นคือ พยายามจัดการระบบทุกอย่าง ให้ใช้เวลาน้อยที่สุด ตั้งแต่การรับออเดอร์ ปรับแพลนการใช้เงิน อะไรที่พอทำได้ในตอนแรกเราก็ทำเอง เพื่อประหยัดต้นทุน รวมถึงหาแหล่งผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อเปรียบเทียบสิ่งที่ดีที่สุด พอเริ่มจัดสรรเวลาได้ ก็เริ่มศึกษาด้านอื่นๆ เพื่อขยายธุรกิจของตัวเอง

พอคลิกปุ๊ป ทุกอย่างก็ลงตัว รายได้ก็เพิ่มขึ้นเป็น Double ทันที

ลูกค้ามีกลุ่มไหนบ้างครับ

ลูกค้าป่านหลัก ๆ มี 2 ส่วนคือ ลูกค้าเก่า ที่อยู่กับเรามาตั้งแต่พึ่งเริ่ม คนกลุ่มนี้จะเหนียวแน่นมาก ช่วยบอกต่อปากต่อปาก เวลาเค้าสั่งของขวัญจากเราไปให้ใคร แทบทุกคนจะถามว่า สั่งจากที่ไหน เราก็จะได้ลูกค้าเพิ่มจากตรงนี้

กับอีกส่วนที่มาจากการโฆษณาทาง Facebook เพราะคนไทยเล่นเฟสบุ๊คเป็นหลัก ป่านจะ Target ลูกค้าตามเทศกาล เช่น วันแม่วันพ่อ วันรับปริญญา วันเกิด วันปีใหม่ วันแต่งงาน 555 จริงๆ แล้ววนได้ทั้งปีเลยสามารถดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้ตลอด

และป่านจะเลือกตอบลูกค้าเอง รับออเดอร์เอง เพื่อจะทำให้เราได้มีโอกาสคุยกับลูกค้า คุยไปคุยมากลายเป็นเพื่อนกันไป เวลาที่เค้าอยากได้อะไร ประมาณไหน เค้าก็จะนึกถึงเรา ป่านก็พยายามทำทุกอย่างที่ลูกค้าอยากได้ เพื่อให้เค้าประทับใจ กลับมาสั่งกับเราอีก และช่วยบอกต่อ

เรียกได้ว่า “ถ้านึกถึงของขวัญ ต้องนึกถึงเรา”

ตอนนี้สินค้ามีกี่กลุ่ม อย่างไร ช่องทางจำหน่ายทางไหน

ปัจจุบันป่านเป็นเจ้าของแบรนด์ Ted & Pup ค่ะ สินค้าหลักจะเป็นหมอนอิง พวงกุญแจกับแก้วกาแฟ
ที่ดึงเอาคาแรกเตอร์เด่นๆ ของลูกค้า มาวาดด้วยลายเส้นเฉพาะแล้วพิมพ์ลงบนสินค้า รับทำตั้งแต่ 1 ชิ้นไปจนถึง 1,000 ชิ้น

กับอีกธุรกิจ คือ ขายผลิตภัณฑ์เด็กและขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ทุกอย่างจำหน่ายช่องทาง Online
เป็นหลัก และเร็วๆ นี้จะมีสินค้าออกวางจำหน่ายตามที่ต่างๆ เพิ่มอีกค่ะ

Ted & Pup มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

Key Success ของ Ted & Pup น่าจะเป็นความ Unique ของ Product และในส่วนของการ Service ลูกค้า
– ในด้านความ Unique Product ตัวการ์ตูนเราจะเป็นลายเส้นง่ายๆแต่เป็นลายเส้นเฉพาะ ที่ดึงเอาคาแรกเตอร์ของลูกค้ามาวาด รูปที่ออกมาจะไม่ใช่รูปเหมือน แต่ด้วยคาแรกเตอร์ ทรงผม เสื้อผ้าก็จะดูออกว่าเป็นใคร และลายเส้นเฉพาะของเรา ก็เริ่มเป็นที่จดจำของลูกค้ามากขึ้น บ่อยครั้งที่ลูกค้าไปเจอสินค้าของเรา ที่เห็นคนถือหรือตามงานต่างๆ ก็กลับมาเล่าให้ฟัง

จุดเด่นอีกอย่างคือ เราเป็นงานวาด สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียด ท่าทาง ให้ต่างจากรูปถ่ายที่ส่งมาได้ เราจะพยายามถ่ายทอดภาพที่ลูกค้าอยากได้ ให้ได้ดีที่สุด ตัวลูกค้าเองก็จะมีไอเดียใหม่ๆ มาให้เราทำตลอด J มันทำให้เราได้พัฒนางานให้หลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย
– ในเรื่องของ Service เราขายของขวัญ ความสำคัญก็คือ ความประทับใจของทั้งผู้ให้และผู้รับ ป่านจะคุยกับลูกค้าเอง รับออเดอร์ รับบรีฟความต้องการ ส่งแบบให้ดูก่อนและให้แก้ไขได้ นอกจากเรื่องดีไซน์ที่ถูกใจแล้ว ป่านพยายามส่งงานของลูกค้าให้ทันเวลา เพราะมันคือวันสำคัญ และโอกาสพิเศษของเค้า

สำคัญที่สุดคือ การคุยกับลูกค้าเอง มันทำให้ป่านเข้าใจความต้องการของลูกค้าจริงๆ  รู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง รู้ว่าจะปิดการขายลูกค้ายังไงและยังเข้าใจจุดยืนของแบรนด์เราชัดเจนขึ้น (จากเดิมที่เน้นการขาย เป็นแม่ค้า แต่วันนี้เหมือนเป็นเพื่อนลูกค้าและที่ปรึกษาด้านของขวัญที่ราคาเอื้อมถึง 555555555)

แนวทางการบริหารธุรกิจ การทำงานเป็นทีม

ป่านกับหุ้นส่วนจะประชุมกันทุกเช้า เพื่อจะดูว่าในแต่ละวันเราต้องทำอะไร มีจุดไหนที่เราจะพัฒนาไปได้อีก และเราทำธุรกิจแบบพี่แบบน้องค่ะ แบ่งหน้าที่ตามความถนัด ถ้อยทีถ้อยอาศัย เวลาที่มีปัญหา เราก็จะเปิดใจคุยกันตรงๆ ช่วยกันแก้ปัญหาไปทีละส่วน

“รากหญ้า” ธุรกิจของ Ted & Pup คืออะไรครับ

เราขายสินค้าที่ได้ไอเดียมาจากของใกล้ตัว สิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องของเงินทุน แต่เป็นเรื่องของความพยายามที่จะไม่หยุดคิด ไม่หยุดทดลอง ด้วยความเชื่อที่ว่า อยากให้ลูกค้าประทับใจ

เป็นที่มา ของการขายความทรงจำ ขายความประทับใจที่ประเมินค่าไม่ได้ ในราคาที่เอื้อมถึง เพราะสินค้า ชิ้นแรกมีตั้งแต่ราคา 400 บาทขึ้นไป เน้นสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าบอกต่อ และกลับมาหาเราอีก  ในขณะเดียวกัน เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาค่ะ

 มองแผนอนาคตไว้อย่างไร

อนาคตป่านมองในเรื่องของการเพิ่มสินค้าพร้อมขายหรือสินค้าที่ลดขั้นตอนการทำแต่ยังมีความ Unique อยู่ เพื่อจะกระจายสินค้าไปวางขายตามที่ต่างๆ ให้ได้มากขึ้น ทั้ง Online และ Offline รวมไปถึงมีโครงการจะส่งออกด้วยค่ะ

สุดท้ายครับ ฝากแนวคิดให้เพื่อน ๆ

หัวใจสำคัญที่สุด สิ่งที่ต้องเจอในทุกๆธุรกิจ ก็คือ ปัญหา ต้อง “อย่าท้อ”ค่ะ

ตั้งสติแล้วค่อยๆ แยกปัญหาออกมา แก้ทีละอย่าง ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ

สิ่งไหนที่เราไม่รู้ ก็ไปศึกษาจะได้รู้ ความรู้ดีๆมีในหนังสือและ Internet เยอะมากๆ และเดี๋ยวนี้ก็มีงานสัมมนาดีๆเยอะ ช่วยให้เรา”ลองถูก”มากขึ้น ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเพราะบางครั้งมันเสียเวลา

กับ โอกาสมีอยู่ทุกที่ เราต้อง กล้าคิด กล้าต่อยอดและที่สำคัญที่สุด คือ กล้า”ลงมือ”ทำค่ะ

เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะJ

ช่องทางติดต่อธุรกิจ

ช่องทางการติดต่อ Ted&Pup

FB : TedAndPup
IG: TedAndPup
[email protected] : @TedAndPup

Tel .094-4892828

Email : [email protected]

เถ้าแก่ใหม่วิเคราะห์ธุรกิจ
สินค้าในกลุ่ม แทนค่าทางจิตใจ ให้ไว้แทนความรักความห่วงใย เป็นกลุ่มที่ “ไม่หวือหวา” แต่ไปได้ตลอด อาจจะขายดีขึ้นในช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ รับปริญญา วาเลนไทน์  แต่โดยทั่วไปก็ขายได้แน่นอน เพราะคนไทยมีวันพิเศษตลอด วันเกิด วันโกน วันพระ ฉลองกันทุกงาน…555

ตุ๊กตาแฟนซี Ted&Pup ธุรกิจที่เกิดจากความรัก พัฒนามาสู่ความ “ถนัด” และคุณป่านก็เลือกที่จะ “ต่อยอด” จากทั้ง 2 สิ่งนี้ จึงเป็นความลงตัว มีทั้ง “ความสุข” และ “รายได้”

ความยากลำบากของธุรกิจคือเป็นเรื่องของงาน Hand Made อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา แต่ทั้งนี้แหละทั้งนั้นครับ !! ถ้าเราพอใจแค่จะ รับแค่นี้ ทำแค่นี้ นี่ก็สำเร็จแล้ว

หากจะขยายให้เติบโตมากขึ้น จำเป็นต้องจ้างงานมากขึ้น หรือ ทำเป็นสินค้า Mass นั่นคงต้องวางแผนกันอย่างหนักมากยิ่งขึ้นครับ เพราะนั่นหมายถึงเรากำลัง เข้าไปหากลุ่มลูกค้าอีกตลาด

ได้เวลาที่พวกเราจะนำ “ความคิด” มา “ผลิต” ธุรกิจ แบบ “สร้างสรรค์” กันแล้วครับ