SMEบทความ

ทำธุรกิจ โดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำอย่างไร ?

โดนภาษีย้อนหลัง เป็นคำที่เราได้ยินอย่างคุ้นหูกันดี บางทีก็เห็นดาราโดนภาษีย้อนหลังกันบ้าง ก็ยังนึกในใจว่า ก็ต้องมีบ้างนะก็เป็นดารานี่ รายได้ก็ต้องเยอะอยู่แล้ว หากไม่บันทึกรายรับไว้แล้วคำนวณภาษีส่งสรรพากรทุกปีอย่างตรงไปตรงมาแล้วล่ะก็ พอสรรพากรตรวจเจอทีหลังก็ต้องโดนภาษีย้อนหลังอ่วมอรทัยกันไป

ในกรณี โดนภาษีย้อนหลัง นี่ก็สามารถเกิดกับคนใกล้ตัวได้ด้วยเช่นกัน เช่น เพื่อนที่ทำธุรกิจ

แล้ววันดีคืนดีมาปรึกษาคุณว่า โดนภาษีย้อนหลังเสียแล้ว จะทำไงดี? ก่อนอื่นเราคงต้องมาทำความเข้าใจเรื่องของภาษีย้อนหลังกันก่อนครับ

การเก็บภาษีย้อนหลังคืออะไร

การเก็บภาษีย้อนหลัง จะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สรรพากรทำการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันและปราบปรามทางภาษีอากร  ภายใต้การดูแลของ  3 หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีโดยเฉพาะ ได้แก่ กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต

แต่ที่เราคุ้นเคยมากที่สุดเห็นจะเป็นกรมสรรพากร ที่จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล  รวมถึง การจัดเก็บภาษีทางอ้อม หรือ VAT และภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงมีฐานของผู้ที่จะต้องเสียภาษีจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว

วิธีการตรวจสอบภาษีย้อนหลังของกรมสรรพากร

หลายคนคงสงสัยว่ากรมสรรพากรจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราทำอะไรมีรายได้เท่าไร ซึ่งแน่นอนว่ากรมสรรพากรจะต้องมีวิธี ในการตรวจสอบซึ่งหลัก ๆ จะได้แก่  การออกตรวจเยี่ยมและแนะนำผู้ประกอบการ การตรวจการปฏิบัติงานทั่วไปในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม การตรวจนับ สต๊อกสินค้า

ซึ่งเป็นทางแก้ในการอุดช่องโหว่ของการหลีกเลี่ยงภาษีอากร  การสอบยันใบกำกับภาษี เพื่อดูว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอมบ้างหรือไม่ การตรวจคืนภาษี ซึ่งจะทำกับบุคคลธรรมดา  ซึ่งมีทั้งกรณีที่คืนภาษีก่อนตรวจสอบ กับขอตรวจสอบความถูกต้องในภายหลัง รวมถึงการออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบภาษี โดยอาศัยอำนาจตามมาตร 19 23 88/4 และ 123 แห่งประมวลรัษฎากร

สั่งให้ผู้เสียภาษีส่งมอบบัญชีพร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน  ต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบหรือไต่สวนภาษีอากรทุกประเภท ซึ่งกรณีนี้อาจเกิดจากเจ้าหน้าที่วิเคราะห์แบบแสดงรายการภาษีแล้ว พบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลมีการชำระภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน

นอกจากนี้ยังมีการตรวจค้น ทำการยึดและอายัดบัญชีรวมถึงเอกสารต่าง ๆ ข้อนี้ถือว่าร้ายแรงที่สุด  เพราะกรมสรรพากรจะส่งเจ้าพนักงานเข้าทำการตรวจ รื้อค้นเอกสาร และสามารถยึดหรืออายัดเอกสาร  ต่าง ๆ ที่มีการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งมักเป็นรายที่มีการหนีภาษีจำนวนเงินที่เยอะและมีความชัดเจนมาก

การตรวจสอบภาษีย้อนหลังกับอายุความ

ในการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง สำหรับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่มีการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีไม่ถูกต้องตามจริงหรือไม่สมบูรณ์ครบถ้วนนั้น เจ้าพนักงานจะประเมินและออกหมายเรียกภายใน 2 ปี นับจากวันที่มีการยื่นแบบแสดงรายการ เว้นแต่จะมีหลักฐานหรือเหตุให้สงสัยว่าผู้ยื่นแบบแสดงรายการมีเจตนาหลบหลีกภาษีหรือเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการคืนภาษี

ทั้งนี้ทางอธิบดีกรมสรรพากรจะอนุมัติให้ขยายเวลาในการออกหมายเรียกเกินกว่า 2 ปีได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ยื่นแสดงรายการ สำหรับคนที่ไม่ได้ยื่นแบบและแสดงรายการ ตามประมวลรัษฎากรไม่ได้ระบุระยะเวลาในการอออกหมายเรียกไว้ จึงใช้กำหนดระยะเวลาตามอายุความทั่วไปจากเจ้าพนักงานที่มีอำนาจประเมินและเรียกเก็บภาษีได้ภายในระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่พ้นกำหนดยื่นแบบแสดงรายการนั้น

ภาษีธุรกิจสามารถย้อนหลังได้กี่ปี?

สำหรับคนที่ทำธุรกิจประเภทต่าง ๆ  เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีได้ภายในระยะเวลา 10 ปี ตามมาตรา 193/31 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกแต่ประการใด  ซึ่งอายุความในการเรียกเอาหนี้ภาษีอากรคืนนั้น จะนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการ เป็นเวลา 10 ปี

ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมของภาษีย้อนหลัง

สำหรับบุคคลที่ทำงานให้กับบริษัทหรือห้างร้าน เวลาคุณเข้าไปรับเช็คหรือเงินสด จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ อย่างน้อย  1 %  ซึ่งตรงนี้เองที่สรรพากรสามารถทราบยอดรายได้รวมกันต่อปีจะเกิน 1,800,000 บาท หรือไม่ ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่หักค่าใช้จ่าย ตามกฎหมายภาษีจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 %  หรือ Vat ซึ่งถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ หากกรมสรรพากรเรียกตรวจ Vat 7 %  ที่เราไม่ได้จัดเก็บจากลูกค้าทั้งหมด ตัวเราเองจะต้องเป็นคนรับผิดชอบจ่ายให้กับสรรพากรเองทั้งหมด รวมถึงเงินอื่นใด เช่น เงินเพิ่มและค่าเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าตัวด้วย  และถ้าหากมีรายได้ย้อนหลังไป 3 ปี คงจะต้องเตรียมหาที่ปรึกษาสำนักงานบัญชีไว้ให้พร้อม เพราะหากไม่เตรียมการตรงนี้ อาจโดนภาษีย้อนหลังเล่นงานแบบจัดหนักได้ หากคุณมีทรัพย์สินบ้านหรือที่ดิน  สรรพากรจะเข้ายึดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล

เรื่องภาษีอากรต้องใส่ใจ

ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย นับว่าเรื่องภาษีอากรเราต้องรู้ ไม่รู้ไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจประเภทต่าง ๆ สิ่งที่ต้องเอาใจใส่อย่างที่สุดก็คือเรื่องของกฎหมายภาษีอากร ที่มีกำหนดไว้ว่าหากไม่ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภายในเวลาที่กำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกเดือนละ 1.5 %  นับจากวันพ้นกำหนดเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการ จนถึงวันที่นำเงินภาษีไปชำระ สำหรับกรณีที่ไม่ยอมยื่นแบบแสดงรายการหรือยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีไว้แต่ชำระภาษีขาดหรือน้อยไป นอกจากจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนแล้ว อาจจะต้องเสียค่าปรับอีก 1 หรือ 2 เท่า ของภาษีที่จะต้องเสียอีก

ด้วย ทางที่ดีควรชำระภาษีตามวันเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเสียค่าปรับหรือเงินเพิ่มในภายหลัง

 วิธีในการเข้าพบเจ้าหน้าที่สรรพากร

เมื่อคุณได้รับหนังสือแจ้งจากกรมสรรพากรแล้ว จงแน่ใจว่าการที่จะไปพบเจ้าหน้าที่สรรพากรนั้น คุณได้จ่ายชำระค่าภาษีมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งหากได้ทำการจ่ายค่าภาษีมาบ้างแล้ว ก็อาจจะแก้ต่างหรือขอลดหย่อนภาษีได้ แต่หากว่าคุณไม่เคยได้จ่ายภาษีเลย ก็อาจจะต้องยอมรับสภาพจ่ายชำระภาษีอากรตามยอดที่เจ้าหน้าที่บอก แต่ถ้าจะให้ดีและมีความมั่นใจควรติดต่อกับทางสำนักงานบัญชีไว้ และเข้าไปร่วมรับฟังด้วยกัน และคุณควรพูดเท่าที่คุณจะพูดได้เท่านั้น แล้วค่อยเจรจากันอีกทีเมื่อผลการตรวจ Bank Statement  เสร็จเรียบร้อยแล้ว

การหักลดหย่อนภาษีอากร

มีข้อกฎหมายกำหนดให้คุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ คนละ 30,000 บาท หากสมรสแล้ว ก็สามารถหักค่าลดหย่อนของภรรยาได้อีก 30,000 บาท รวมเป็น 60,000 บาท นอกจากนี้ หากมีการดูแลบิดามารดาที่อายุเกิน 60 ปี ก็สามารถหักลดหย่อนได้ด้วยเหมือนกัน รวมไปถึงการหักค่าลดหย่อนบุตร ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ควรศึกษาเพิ่มเติมหรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่โดยตรงเพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

เรื่องของภาษีอากรเป็นอะไรที่คุณจะเพิกเฉยเมินเฉยหรือทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ หรือคิดไปเองว่าสรรพากรคงจะตรวจไม่เจอหรอก แท้จริงไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด เพราะคุณจะเห็นข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องที่คนดังโดนภาษีย้อนหลังหลักแสนหลักล้านถึงกับเสียวสันหลังกันทีเดียวเพราะเป็นเงินก้อนโตที่มารวมทีเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ทำธุรกิจด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังให้มากในเรื่องของการชำระภาษีอากรให้ตรงกำหนดและตรงกับความเป็นจริง เพราะการดำเนินธุรกิจย่อมมีผลกำไรขาดทุน ก็ยิ่งต้องให้ความใส่ใจอย่างรอบคอบ ด้วยการเสียภาษีอย่างถูกต้อง การทำบัญชีอย่างตรงไปตรงมา ไม่พยายามหาทางหลีกเลี่ยงภาษี

ย่อมสบายใจกว่าต้องมานั่งสะดุ้งทีหลังว่า สรรพากรจะตรวจเจอย้อนหลังเมื่อไร จะมีเงินไปจ่ายภาษีย้อนหลังหรือไม่ หากธุรกิจบริหารจัดการเงิน บริหารงาน บริหารคนได้ เชื่อว่าไม่มีธุรกิจไหนที่จะคอยจ้องแต่จะเลี่ยงภาษีอย่างแน่นอน

ในส่วนของเพื่อนของคุณที่โดนภาษีย้อนหลังคงทราบสาเหตุแล้วว่าเกิดจากอะไร ก็ให้ทำการแก้ไขในปัจจุบันและเสียภาษีอย่างถูกต้อง ในปีต่อไปก็ต้องรัดกุมในทุกด้านของการบัญชีและเสียภาษีอย่างถูกต้องรับรองไม่ต้องนั่งกุมขมับอย่างที่เป็นมาแน่นอน

Facebook Comments
Tags

Kiattirat Jindamanee

ผู้ก่อตั้ง และ บรรณาธิการ สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs www.taokaemai.com อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจสุขภาพและความงาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม SMEs ,แฟรนไชส์ เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษให้กับหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และเอกชน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close