SMEความรู้ทำธุรกิจบทความ

15 แนวคิดการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร

หากเอ่ยชื่อของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นเจ้าของเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์อันดับต้นของเมืองไทย Tarad.com และ Thai 2 hand.com ที่ทุกคนให้การยอมรับในความเป็นสุดยอดฝีมือในการบริหารจัดการและยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในกูรู ของธุรกิจออนไลน์ในเมืองไทยเลยเชียวล่ะครับ

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทตลาดดอทคอม และนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เขาคือต้นแบบของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการตลาด ด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร จึงมีการสร้างงานขายที่แปลกใหม่ในวงการให้รุดหน้าและเติบโตอย่างรวดเร็ว

จากจุดเริ่มต้นที่มียอดขายไม่กี่พันบาท ปัจจุบันมีร้านค้าที่ให้บริการในตลาดดอทคอม กว่า 207,000 ร้านค้า และมียอดขายต่อเดือนเป็นเงินหลายสิบล้านบาทเลยทีเดียว

จากความคิดที่แตกต่าง ทำให้เขากลายเป็นสุดยอดนักธุรกิจ ที่น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเขา เขาเติบโตบนถนนธุรกิจอีคอมเมิร์ซและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าและสินค้าต่าง ๆ อย่างมากมาย ทำให้เราอยากรู้จักเขามากขึ้นจากแนวคิดการทำธุรกิจอย่างไรถึงได้ประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ มาติดตามแนวคิดของภาวุธ ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ

15 แนวคิดการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

1. เริ่มธุรกิจสร้างโอกาสให้กับตัวเอง

คนส่วนใหญ่มักรอโอกาสให้เดินเข้ามาหา แต่คุณภาวุธไม่ได้คิดเช่นนั้น เขามักสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ผมสร้างมันข้นมาด้วยตัวเอง ไม่ได้เกิดจากความโชคดีแต่อย่างใด โอกาสมีอยู่เสมอ หากเรารู้จักสร้างมันขึ้นมา อย่ารีรออะไร คิด หาทาง สร้างโอกาสให้ตัวเองในทุกวิถีทาง  ซึ่งเขายอมรับว่าการสร้างโอกาสให้กับตนเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จและมีวันนี้ได้

2.ทำธุรกิจไม่ใช่การรอคอย

หลายคนรอคอยโอกาสโดยไม่มีเป้าหมาย คุณภาวุธอยากบอกว่า โอกาสมันคงจะไม่มาหาเราเองหรอก หากคุณหยุดก็เท่ากับถอยหลัง ให้คุณไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะมีอย่างแน่นอน

3.จงคิดให้มาก ในการที่จะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง

หากอยากประสบความสำเร็จต้องอย่าหยุดคิด จงคิดและก็คิดคิด หากคุณคิดไม่ออกจนมองไม่เห็นโอกาส ให้ปรึกษาผู้คนรอบตัวคุณ เปิดโอกาสให้ตนเองเข้าไปสอบถาม พูดคุยกับคนรอบตัวคุณ คุณจะเห็นโอกาส คุณภาวุษเชื่อว่า ทุกอย่างมีทางออกและมีคำตอบเสมอ เหตุที่คนส่วนใหญ่คิดไม่ออกหรือยอมแพ้ เป็นเพราะมองอะไรสั้นเกินไป หรือรู้จักใช้คนรอบตัวน้อยเกินไป

4.ให้หยุดคิดเมื่อมีความคิดว่าทำไม่ได้

คำว่าทำไม่ได้อาจขึ้นมาในความคิดของคุณในเวลาใดก็ได้ เมื่อคุณคิดว่าทำไม่ได้ทุกอย่างจะหยุดทันที โอกาสก็จะหายไปในทันทีด้วยเช่นกัน คุณต้องคิดในทางตรงข้ามคือ ทำได้ เราทำได้ บอกกับตัวเองบ่อย ๆ อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้เป็นอันขาด เมื่อเราคิดว่าทำได้ก็ให้นำสิ่งที่เราคิดมาต่อยอด มันก็จะเกิดโอกาส คุณภาวุธ ให้เทคนิคว่า เมื่อใดก็ตามที่คิดว่าทำไม่ได้ ให้คุณหยุดความคิดของตัวเอง ณ ตอนนั้นทันที แล้วหันไปปรึกษาคนอื่น ๆ แทน

5.ธุรกิจจะอยู่รอดกล้าคิดแปลกและแตกต่าง

คุณภาวุธบอกว่า หากเราคิดและทำในสิ่งที่ชาวบ้านเขาทำ เราคิดแบบเดิม ๆ โดยไม่มีแนวทางใหม่ ๆ เลย จะทำให้ปัญหาหลาย ๆ อย่างแก้ไขไม่ได้ จงกล้าที่จะคิดแปลก แตกต่าง ผ่าเหล่าออกไป คิดแบบออกไปนอกโลก อย่าเอาเหตุผลมาใช้มากเกินไป ความแตกต่างจะทำให้เราสร้างอะไรใหม่ ๆ รวมถึงโอกาสใหม่ ๆ ด้วย

6.ลงมือทำธุรกิจจึงจะเกิด

จงทำ ทำ และก็ทำ ทำ คุณภาวุธย้ำอย่างหนักแน่นให้คุณลงมือทำ เพราะการลงมือทำจะทำให้คุณได้เรียนรู้อะไรตั้งมากมาย เมื่อคุณได้ทำมากเข้า การเรียนรู้ก็เพิ่มขึ้น ประสบการณ์ของคุณก็จะเพิ่มเป็นเงาตามตัวไปด้วย และแน่นอนว่าโอกาสก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน

 7.ทำทันทีเท่าที่ทำได้

จงลงมือทำทันที ทุกครั้งที่คุณทำได้ อย่าไปรอมัน หากคุณภาวุธมีโอกาสที่จะทำอะไรขึ้นมาแล้วล่ะก็ เขาจะลงมือทำทันทีไม่รีรออย่างเด็ดขาด เพราะเขาเชื่อว่าการรอ ทำให้โอกาสหลาย ๆ อย่างมันหายไป และมีหลายครั้งที่เรามักจะลืมไปว่าควรทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ซึ่งเขาค้นพบว่าหากเรารีรอที่จะทำอะไรบางอย่าง โอกาสที่จะได้ในสิ่งนั้นก็จะลดลงไปครึ่งหนึ่งทันที

8.มองโลกในแง่ดีย่อมดีกว่า แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความจริงและความเป็นไปได้

ทุกอย่างที่คุณทำไปมันย่อมเกิดผลอย่างแน่นอน แต่ผลของมันจะออกมาดีหรือไม่ดีนั้น มันก็ยังมีข้อดีในตัวของมันเอง จงมองมันในด้านดี แล้วคุณจะมองเห็นโอกาสมากกว่าการมองในแง่ร้าย สิ่งที่คุณทำผิดพลาดมันคือประสบการณ์ที่คุณได้รับและเรียนรู้ มันทำให้คุณรู้ว่าจะต้องไม่ผิดพลาดอีก ยิ่งผิดมากก็ยิ่งเรียนรู้มาก อย่ากลัวความผิดพลาด

9.สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจคือ เรื่องการตลาด

หลายคนสงสัยว่าทำไมร้านค้าของ Tarad.com  จึงขายดี ซึ่งคุณภาวุษให้แนวคิดเรื่องการตลาดว่า ทางเราจะมีการจัดโปรโมชั่นอยู่ตลอด เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้า รวมถึงการทำการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงคนให้เข้ามาซื้อสินค้า เช่น การส่งอีเมลล์ เป็นต้น

10.เลือกร้านค้ามาอย่างดีเพื่อลูกค้า

การทำธุรกิจตรงนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อและผู้ขาย ในด้านของผู้ซื้อ ทางเราจะปฏิวัติผู้ซื้อ โดยเราจะเลือกร้านค้ามาเป็นอย่างดีของก๊อปเราจะไม่มี ถ้ามีเราจะให้ผู้ประกอบการที่โกงออกไปเลย  ถ้าซื้อแล้วไม่ได้รับของเราการันตีจ่ายเงินให้เลย

11.ต้องมีพี่เลี้ยง ใช้บริการที่ปรึกษาในการทำธุรกิจด้วย

ในด้านของผู้ขายนั้น เราจะมีที่ปรึกษาให้หนึ่งคน จะทำหน้าที่วิเคราะห์ให้คุณว่า อยากได้ยอดขายเท่าไร ต้องทำอย่างไร คุณต้องมีเป้าหมายชัดเจน และต้องทำอะไรบ้าง เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่คุณต้องการ

12.วงจรธุรกิจ  คิด วางแผน ลงมือทำ

คนจะรวยหรือจนไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงดีหรือไม่มีดวงแต่อย่างใด คุณภาวุธเชื่อเรื่องของทัศนคติมุมมองและการลงมือทำมากกว่า การจะรวยได้คุณต้องมีมุมมองที่ดีที่เป็นบวกต่อชีวิตของตนเอง จากนั้นวางแผนว่าจะทำอย่างไรถึงจะรวย ต้องทำอะไร เท่าไร อย่างไรบ้าง ถึงจะได้ตามเป้าหมาย และสุดท้ายคือการลงมือทำข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวกำหนดว่าคุณถึงเป้าหมายได้จริงหรือไม่

13.ธุรกิจคือการทำเทรดไม่ใช่ชักช้า ล้าหลังเทรน เทคโนโลยี

คุณภาวุษให้ข้อสังเกตว่าเวลาเราเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ เป็นคนแรก หลังจากนั้นคนอื่นก็มักจะทำตาม ก็เลยคุยกับทีมว่า ต่อนี้ไปเราจะเป็นผู้นำเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ คุณภาวุธจะทำให้คนอื่นเห็นว่ามันทำได้ไม่ยาก เพื่อให้คนอื่นเกิดแนวความคิดในการพัฒนาเช่นเดียวกัน เมื่อคนไทยก้าวตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ กันมากขึ้น การพัฒนาด้านเทคโนโลยีจะเติบโตและประเทศไทยก็เติบโตไปด้วย

14.ไม่มีอะไรที่จะชัวร์ ทุกอย่างต้องลองผิดลองถูก

จงกล้าที่จะลองผิดลองถูก เพราะการลองผิดลองถูกอย่างน้อยเราก็ได้ทำ ผมเป็นคนที่คิดอะไรได้แล้วจะต้องทำ ไม่เช่นนั้นมันจะค้างคาใจว่าทำไมเราถึงไม่ทำ ทำแล้วแต่ผิดก็ยังดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลังว่าทำไมไม่ทำ

15.ธุรกิจคือการเรียนรู้ และพัฒนาตลอดเวลา

การเพิ่มความรู้ให้กับตนเองและทีมมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ วิธีการคือ อ่านหนังสือให้มากทั้งความรู้ในประเทศและต่างประเทศ พาตัวเองและทีมไปหาความรู้เพิ่มเติมจากงานสัมมนาหรือการฝึกอบรมเฉพาะด้านที่มีความจำเป็น ถ้าเรามีความรู้ใหม่ ๆ เราก็จะมีความคิดใหม่ ๆ มาพัฒนาธุรกิจได้

ได้เห็นแนวคิดของภาวุธ  พงษ์วิทยภานุ แล้วต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ เลยครับ กับความคิดที่แตกต่างแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ทำให้เขานำพาธุรกิจและทีมอยู่ระดับแนวหน้าของเมืองไทยได้อย่างสง่างาม ผมคิดว่าจากแนวคิดของคุณภาวุธ ข้างต้น จะช่วยให้นักธุรกิจใหม่ทุกคนนำไปปรับใช้และต่อยอดไอเดียเพื่อพัฒนาธุรกิจของตนให้ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมได้ด้วยเช่นกัน

บริการ Premium Content Marketing สำหรับ SMEs >> คลิ๊ก

Tags

Kiattirat Jindamanee

ผู้ก่อตั้ง และ บรรณาธิการ สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs www.taokaemai.com อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจสุขภาพและความงาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม SMEs ,แฟรนไชส์ เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษให้กับหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และเอกชน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close