Case StudySMEความรู้ทำธุรกิจบทความ

Work point: พ่อมดจอแก้วผู้ยิ่งใหญ่ในยุคทีวีดิจิตอล

รายการของเวิร์คพอยท์มีคอนเทนต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เวิร์คพอยท์เข้าใจดีว่าคนไทยมีจริตเช่นไรจึงสร้างสรรค์รายการออกมาได้ตรงจริตกับคนไทย

ปี 2560 เวิร์คพอยท์มีรายได้รวมทั้งสิ้น 3800 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2559 ที่มีรายได้ 2600ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1200ล้านบาท ยิ่งเมื่อคิดเป็นกำไรแล้ว ปี 2560 เวิร์คพอยท์มีกำไรถึง 904 ล้านบาท ขณะที่ปี 2559มีกำไรที่ 198 ล้านบาท นั่นเท่ากับว่า เวิร์คพอยท์มีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 4.5 เท่าจากปีที่แล้ว!!!!!

โทรทัศน์ คือ กล่องสี่เหลี่ยมที่สามารถส่งผ่านเรื่องราวต่าง ๆให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้ราวกับเวทย์มนต์ ผู้ผลิตราบการโทรทัศน์จึงเสมือนพ่อมดแม่มดจอแก้วที่สรรค์สร้างผลงานอวดโฉมให้ผู้ชมตราตรึงกับจอสี่เหลี่ยมนั้น แต่หากจะมีพ่อมดจอแก้วที่เก่งกาจแล้วล่ะก็ work point ก็คือพ่อมดตนนั้น พ่อมดจอแก้วที่มีมนตราทรงพลังที่สามารถสะกดตรึงคนดูให้นั่งอยู่หน้าจอทีวีได้ ทั้ง ๆที่พ่อมดตนนี้เพิ่งจะมีช่องทีวีดิจิตอลเป็นของตนเองได้ไม่นาน อะไรคือมนตราแห่งความสำเร็จนั้น เราจะมาเปิดเผยมนตราของ work point พ่อมดแห่งจอแก้วกันครับ

กว่าจะมาเป็นช่องทีวีดิจิตอล

บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่11 กันยายน 2532 โดยคุณปัญญา นิรันดร์กุลและคุณประภาศ ชลศรานนท์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตรายการโทรทัศน์และละครโทรทัศน์ที่มีคุณภาพด้วยสาระและบันเทิงเพื่อป้อนให้แก่สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆในขณะนั้น รายการแรกที่สร้างชื่อเสียงคือ “รายการเวทีทอง” ภายหลังจึงมีรายการมากมายถูกผลิตออกมาในนาม บริษัทเวิร์คพอยท์

จากการผลิตรายการโทรทัศน์สู่การมีช่องเป็นของตัวเอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความนิยมของรายการที่ผลิตโดยเวิร์คพอยท์มีความนิยมเป็นลำดับต้นๆ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ เมื่อเวิร์คพอยท์เข้าร่วมและผ่านการประมูลช่องโทรทัศน์ประเภทภาพคมชัดปกติ และเริ่มทดลองออกอากาศเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2557 นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เวิร์คพอยท์เป็นช่องโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้นๆของประเทศ

ปัจจุบันเวิร์คพอยท์มีธุรกิจหลักเป็นธุรกิจสถานีโทรทัศน์ออกอากาศในระบบดิจิตอลภายใต้ชื่อช่องเวิร์คพอยท์หมายเลข 23 และธุรกิจรับจ้างผลิตรายการโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจบันทึกเสียงและผลิตผลงานเพลง รวมถึงธุรกิจจัดงานแสดง ธุรกิจโรงละคร และธุรกิจภาพยนตร์ นับเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการบันเทิงไทยอย่างแท้จริง

รายได้กระฉูด

            ปี2560 คือปีทองของเวิร์คพอยท์อย่างแท้จริง ทั้งในแง่การเติบโตของเรตติ้งของรายการที่ออกอากาศ แต่การเติบโตที่น่าจับตามองก็คือ “รายได้” โดยปี 2560 เวิร์คพอยท์มีรายได้รวมทั้งสิ้น 3800 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2559 ที่มีรายได้ 2600ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1200ล้านบาท ยิ่งเมื่อคิดเป็นกำไรแล้ว ปี 2560 เวิร์คพอยท์มีกำไรถึง 904 ล้านบาท ขณะที่ปี 2559มีกำไรที่ 198 ล้านบาท นั่นเท่ากับว่า เวิร์คพอยท์มีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 4.5 เท่าจากปีที่แล้ว!!!!!

กลยุทธ์แห่งเวิร์คพอยท์: มนตราวิเศษเนรมิตเรตติ้ง

มนต์บทที่1 : เจ้าพ่อรายการวาไรตี้และเกมส์โชว์

ชื่อเสียงของเวิร์คพอยท์ที่ทุกคนรู้จักคือ ความเป็น “เต้ย” ในรายการวาไรตี้บันเทิง นับจากยุคแรกเวิร์คพอยท์มีความชัดเจนในแนวทางว่าต้องการเป็นผู้นำในการผลิตรายการวาไรตี้ ตั้งแต่ยังไม่มีช่องเป็นของตัวเอง

รายการของเวิร์คพอยท์มีคอนเทนต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เวิร์คพอยท์เข้าใจดีว่าคนไทยมีจริตเช่นไรจึงสร้างสรรค์รายการออกมาได้ตรงจริตกับคนไทย

ขณะเดียวกันรายการโทรทัศน์ของเวิร์คพอยท์ “ไม่จำเจ” ทุกครั้งที่มีรายการใหม่ๆ คนดูจะได้ดูอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ เวิร์คพอยท์กล้านำเสนอรูปแบบรายการใหม่ๆที่ไม่มีเจ้าไหนเหมือนและตรงจริตคนไทย จึงทำให้ช่องเวิร์คพอยท์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วโดย  เรตติ้งรวมของปี 2560อยู่ที่ 1.001 เป็นอันดับ 3 ของทีวีดิจิตอล ซึ่งมากกว่าปี 2559ที่อยู่ที่ 0.837

มนต์บทที่2 : ไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์

การทำงานในองค์กรเวิร์คพอยท์ พนักงานไม่ถูกปิดกั้นความคิดดี ๆ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดหรือไอเดียเจ๋งๆออกมา และทางผู้บริหารก็เปิดโอกาสให้ได้ทดลองทำอีกด้วย เพราะการทำช่องโทรทัศน์มีอัตราการแข่งขันที่ “สูงมาก” การเปิดรับทุกความคิดเห็น ทุก ๆไอเดียที่สร้างสรรค์จึงเป็นจุดแข็งและส่งผลดีต่อองค์กรโดยไม่รู้ตัว เชื่อหรือไม่ว่าหลายๆรายการที่ดังเปรี้ยงปร้างในทุกวันนี้ล้วนมาจากการเปิดใจรับฟังไอเดียใหม่ๆและการลองผิดลองถูกนี่แหละ

มนต์บทที่3: แหกกฎสู่ online TV

“หากคุณติดตามรายการโปรดมานาน แต่วันหนึ่งคุณมีเหตุให้ไม่สามารถดูทีวีได้คุณจะทำเช่นไร” เวิร์คพอยท์มีทางออกเพราะเวิร์คพอยท์คือเจ้าแรกที่นำการแพร่ภาพมาใส่ไว้ในโซเชี่ยลผ่าน platform ต่าง ๆทั้งยูทูป เฟซบุ๊ค ควบคู่ไปกับการออกอากาศปกติทางโทรทัศน์ เพราะเวิร์คพอยท์เข้าใจอุปนิสัยของคนทุกกลุ่มที่เป็นฐานของช่อง ผู้ชมบางกลุ่มชอบโซเชี่ยล บางกลุ่มชอบดูทีวีปกติ บางกลุ่มชอบดูพร้อมกัน 2 ช่อง และบางกลุ่มชอบดูย้อนหลัง

การลงออนไลน์ช่วยตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ แต่สิ่งที่ทำให้เวิร์คพอยท์ล้ำไปอีกขั้นคือความกล้าที่จะขายโฆษณาผ่านช่องทางไลฟ์สดทำให้รายได้ของช่องโตไปพร้อมกับทางช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

ความฉลาดในการใช้โซเชี่ยลยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อมีรายการใหม่ๆเกิดขึ้น เวิร์คพอยท์จะทดลองออกอากาศทางโซเชี่ยลก่อนจะลงผัง เป็นการวัดกระแสก่อนการลงผังจริง

หลักฐานของการเป็นเจ้าพ่อออนไลน์ของเวิร์คพอยท์ก็คือ การได้รับ “ปุ่มเพชรหรือ diamond play”อันเป็นรางวัลที่ยูทูปจะมอบให้กับแชนแนลใด ๆมีผู้ติดตามเกิน 10 ล้านคน ซึ่งยอดผู้ติดตามในยูทูป ณ ปัจจุบันของเวิร์คพอยท์มียอดกว่า 13.5 ล้านคน เป็นอันดับ 1 ของเมืองไทย และอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มนต์บทที่4: มองหาคอนเทนต์รายการดี ๆจากเมืองนอก

            ความสำเร็จบางครั้งเกิดจากการมองหาสูตรสำเร็จที่มีอยู่แล้ว

หลายๆรายการของช่องเป็นรายการที่ถูกซื้อลิขสิทธิ์รายการ คอนเทนต์ดีๆ โดนๆ จากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาก่อน แต่สิ่งที่เวิร์คพอยท์ทำต่อคือนำมาปรุงรสชาติเพิ่มเติมให้เหมาะกับความนิยมของคนไทย กลายเป็นว่าหลายๆรายการที่ซื้อมาทำแล้วถูกพูดถึงมากกว่าต้นฉบับเสียอีก เพราะความกล้าที่จะปรับเปลี่ยนซึ่งเป็นจุดแข็งนี่เอง

มนต์บทที่5: มีคอนเทนต์ดี ๆก็ขายออกไปให้โลกรู้

“คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” แทบไม่น่าเชื่อว่ารายการวาไรตี้บ้านเราก็ขายได้ เรามักได้ยินเสมอว่าวาไรตี้เมืองไทยหลายรายการถูกซื้อมาจากต่างประเทศ แต่จะมีใครรู้ว่ารายการดี ๆของเราก็ถูกซื้อไปเช่นกัน หลายๆรายการของเวิร์คพอยท์ที่ดัง ๆก็ถูกต่างชาติสนใจซื้อลิขสิทธิ์ไปทำ ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากโชคชะตานำพาแต่หากเกิดจากคุณภาพที่ได้รับการยอมรับและการที่เวิร์คพอยท์ขายของเป็น เพราะแต่ละปีจะมีงานอีเวนท์ที่จัดแสดงรายการโทรทัศน์ของแต่ละประเทศมากมาย เวิร์คพอยท์ก็ไม่พลาดที่จะไปออกบูธนำเสนอคอนเทนต์ดี ๆที่ตัวเองมีอยู่เช่นกัน

Work point ทำ: SMEs เรียนรู้

1.รู้จักลูกค้าให้ดี

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำความรู้จักคือลูกค้าของคุณคือใคร และพวกเขาชอบอะไร ในทุก ๆ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเขารู้ว่าเขาจะขายของให้ใคร เมื่อเขารู้ว่าเขาจะขายให้ใคร การบ้านขั้นต่อไปก็คือ ลูกค้ามีอุปนิสัยความชอบเช่นไร มีไลฟ์สไตร์อย่างไร จงทำการบ้านเหล่านี้ให้ดี เพราะอะไรที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ นั่นคือสิ่งที่คุณเอาอยู่

2.อย่าหยุดคิดโดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์ดี ๆ

การพัฒนาตัวเองกับความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมมันเป็นสิ่งคู่กัน

ธุรกิจที่หยุดคิด หยุดพัฒนาคือธุรกิจที่หมดไฟและรอวันเสื่อมถอย อย่ากลัวที่จะคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพราะความคิดสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมเหล่านั้นมันอาจเปลี่ยนธุรกิจคุณ

จากสิ่งที่คุณกำลังทำให้ “ปัง”ในชั่วพริบตาก็เป็นได้

3.ทำสิ่งแปลกใหม่ดูบ้างบนพื้นฐานที่ไม่เสี่ยง

อะไรเดิม ๆที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยคือหายนะที่คืบคลานมาสู่ธุรกิจของคุณอย่างช้า ๆ โลกแห่งธุรกิจโมเมนตัมแห่งความสำเร็จมักจะเหวี่ยงเข้าหาคนที่คิดใหม่ ทำใหม่ สร้างสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ลองทำสิ่งแปลกใหม่ดูบ้าง อาจไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมดแต่ค่อย ๆทำทีละน้อย แล้วคุณจะพบว่า คุณกำลังสร้างสรรค์โอกาสแห่งความรุ่งเรืองให้ตัวคุณโดยไม่คาดคิด

4.ช่างสังเกตและหมั่นตั้งคำถาม

นักประดิษฐ์เอย นักวิทยาศาสตร์เอย หรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จก็ดี หากเข้าไปดูเขาเหล่านั้นให้ถึงแก่นแล้ว สิ่งที่ทุกคนมีเหมือน ๆกันก็คือ “ความช่างสังเกต” เมื่อช่างสังเกตก็จะมีคำถามอยู่ในหัวตลอดเวลา นี่คือรากฐานของผลงานที่ยิ่งใหญ่ ลองสังเกตและตั้งคำถามถึงธุรกิจและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณดู คุณอาจจะเห็นสิ่งที่คุณเคยมองข้ามหรือเห็นช่องว่างตรงกลางที่ไม่เคยมีใครลงมาเล่น เชื่อไหมว่า สิ่งที่คนมองข้ามหรือช่องว่างที่คนไม่สนใจนี่แหละคือขุมทรัพย์และช่องทางทำเงินให้หลายๆคนมาแล้ว

เวิร์คพอยท์คือตัวอย่างของกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และได้รับโอกาสให้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ แท้จริงแล้วมันไม่มีมนตราใด ๆเลยที่จะเสกสร้างให้เวิร์คพอยท์เติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ แต่หากจะมีเวทย์มนต์ใด ๆที่บันดาลความสำเร็จนี้แล้วล่ะก็

“ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์”นี่แหละคือเวทย์มนต์ที่ทรงพลานุภาพมากที่สุดในโลกของธุรกิจครับ

บทความโดย

ผู้ผ่านรับการฝึกอบรม “ใช้เวลาว่างเขียนบทความสร้างรายได้”

คุณ  นรินทร์พล ตรีรัตน์สกุล

นักกายภาพบำบัด

Facebook Comments
Tags

Kiattirat Jindamanee

ผู้ก่อตั้ง และ บรรณาธิการ สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs www.taokaemai.com อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจสุขภาพและความงาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม SMEs ,แฟรนไชส์ เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษให้กับหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และเอกชน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close