ในยุค 4G ที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยเทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ช่องทางต่างๆ มากมาย หลายๆ กลุ่มธุรกิจเริ่มเข้ามามีบทบาทและส่วนแบ่งทางการตลาดออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเทคนิคและกลยุทธ์ทางการตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก

แล้วอะไรล่ะที่จะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้แบรนด์สินค้าหรือบริการของเราเป็นที่รู้จักและมีผู้คนคอยติดตามและจะเป็นลูกค้าที่น่ารักของเราตลอดไป

อะไรคือการตลาดแบบ Inbound Marketing กันนะ ?

แล้วการตลาดแบบ Outbound มันเป็นอย่างไรอีก หากใครเคยผ่านตา เคยรู้มาแล้วก็คงพอเข้าใจได้ แต่ใครที่ยังไม่เคยรู้เรื่องนี้เดี๋ยวเถ้าแก่ใหม่จะเล่าให้ฟัง

เอาที่ Outbound Marketing มันก็คือการทำตลาดแบบออกไปหาลูกค้า เราเปิดประตูออกจากบ้านไปหาลูกค้า ทำการนำเสนอสินค้า โฆษณา บลา ๆ ว่ากันไป เอาง่าย ๆ คือการขายแบบตรงไปตรงมา

ส่วน Inbound Marketing คือการทำร้านเราให้น่าสนใจ ตอบโจทย์ลูกค้า แล้วคอยเปิดประตูหน้าบ้านรอรับลูกค้านั่นเองครับ

ไม่มีการตลาดรูปแบบไหนดีกว่ากันนะครับ เราทำธุรกิจก็ต้องใช้ทั้ง 2 อย่างหนะแหละ ทำร้านเรา ในที่นี้เป็นได้ทั้งร้านออฟไลน์และออนไลน์นะครับในน่าสนใจ ดึงดูดความสนใจลูกค้า (Inbound Marketing) รอให้เขาเข้ามาซื้อสิ่งนี้ก็ต้องทำ หาพนักงานขายเพื่อไปนำเสนอสินค้า บริการให้ลูกค้าได้มีโอกาสรู้จัก โฆษณาผ่านสื่อทั้งรูปแบบเก่า และ ออนไลน์ก็ควรทำ

วันนี้เราเริ่มกันที่จะทำอย่างไร สำหรับการทำร้านค้าเราให้น่าสนใจด้วยการตลาดแบบ Inbound Marketing กันก่อนครับ

Attract พลังแห่งการดึงดูด

เครื่องมือที่จะช่วยในการทำการตลาดแบบ “Inbound Marketing” ที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ ช่องทาง Social Media ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Website, Blog, Facebook, Fanpage , Line, Twitter รวมถึงช่องทางอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งช่องทางเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดคนแปลกหน้า(Stranger) และเปลี่ยนพวกเขาให้เข้ามาเป็นผู้เยี่ยมชม(Visitor) เว็บไซต์หรือช่องทาง Social Media ของเรา

นอกจากช่องทาง Social Media ของเราแล้วเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยของเราก็คือตัว Content ที่น่าสนใจและตอบโจทย์ความต้องการหรือทำให้พวกเข้าเกิดความสนใจเกี่ยวกับสินค้าและบริการนั่นเองครับผม

จะดึงดูเขาเข้ามาได้เราต้องรู้ว่า

1.”กลุ่มเป้าหมาย” เราเป็นใคร

2.กลุ่มเป้าหมายเรามีปัญหา หรือ ความต้องการอะไรเป็นพิเศษ

3.สินค้าหรือบริการในตลาดตอบโจทย์เขาได้มากน้อยขนาดไหน

4.สินค้าบริการของเราช่วยแก้ไขปัญหาหรือตอบสนองความต้องการเขาได้อย่างไร

5.ทำไมกลุ่มเป้าหมายเขาจึงจะเลือกซื้อสินค้าหรือบริการของเรา

ถ้าเราตอบคำถามเหล่านี้ได้ เราก็จะสามารถสร้างพลังแห่งการดึงดูดกลุ่มคนที่มีปัญหาหรือความต้องการเข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าหรือเว็บไซต์ของเราได้อย่างแน่นอน

แต่ถ้าไม่รู้….การตลาดแบบ Inbound มันไม่เกิดแน่นอนครับ เพราะมันขาดพลัง

Convert เปลี่ยนผู้เยี่ยมชมให้เป็นผู้ซื้อ

เมื่อกลุ่มเป้าหมายเข้ามาในร้านค้าหรือชุมชนที่เราสร้างขึ้นแล้ว ปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่เรามี ช่วยให้เขาได้คำตอบของปัญหาเขา ทำให้เขาง่ายในการตอบสนองความต้องการ

หลังจากนั้นเราควรทำความรู้จักผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราให้มากขึ้น โดยการขอเก็บข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ บางส่วนเพื่อที่จะดึงดูดและทำให้ผู้เยี่ยมชม(Visitor) ขยับมาเป็น Lead หรือผู้ซื้อสินค้าเราจะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นนั่นเองครับ….

มีเครื่องมือให้เราเลือกใช้ในการทำความรู้จักกลุ่มผู้เยี่ยมชมร้านค้าเราอยู่พอสมควร ไม่ว่าในเชิงสถิติอย่าง google analysis ที่เป็นการทำความรู้จักในเชิงแหล่งที่มา ความสนใจ ต่างๆ แม้กระทั่งการติดตั้ง Facebook Pixel เพื่อทำการ Retarketing ในอนาคตก็ถือเป็นการเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากนั้นเราควรทำความรู้จักกลุ่มเป้าหมายเป็นรายบุคคลด้วยการสร้างลิสหรือรายชื่อ ด้วยการขอข้อมูลจากลูกค้า อาจจะให้เขาเข้ามาทางเครื่องมืออย่างเช่น [email protected] หรือ อีเมล์

นอกจากเราจะขอเก็บข้อมูลโดยการใส่ Call –to-Action หรือ CTA แล้ว เราควรจะมี Offer บางอย่างเพื่อตอบแทนผู้เยี่ยมชมที่น่ารักที่ให้ข้อมูลรายชื่อ เช่น บทความดีๆ, eBook, หรือข่าวสารอะไรบางอย่าง จะเป็นอะไรก็ได้ครับที่จะช่วยเหลือหรือเป็นประโยชน์ให้แก่เขา

Close ปิดการขายด้วยความเชื่อมั่น

หลังจากที่เราทำให้คนแปลกหน้ามารู้จักเราและเราก็รู้จักเขากันไปบ้างแล้วจากการทำแบบสอบถามเก็บข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านมา ในขั้นตอนต่อไปนี้ก็จะเป็นการทำให้เขายิ่งรักและสนใจเรามากขึ้น

มักจะมีคำถามเกิดขึ้นอีกครั้งครับว่า…. “แล้วอะไรล่ะ ที่จะทำให้พวกเขาจะรักและสนใจสินค้าและบริการของเรามากขึ้น” ติ๊ก-ต๊อก ติ๊ก-ต๊อก พอจะนึกออกกันบ้างหรือยังครับว่าพอจะมีอะไรบ้าง แต่ถ้ายังนึกไม่ออกตามผมมาทางนี้ได้เลยครับ ผมจะพามาทำความรู้จักเทคนิคที่ช่วยให้เขาสนใจเรามากขึ้นกัน

1.Content

นอกจากการตลาดแบบ Inbound Marketing ที่มีบทบาทสำคัญต่อการตลาดออนไลน์แล้ว สิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้แบรนด์สินค้าของเราให้ติดตลาด อยู่ทน อยู่นาน นั่นก็คือ Conten ที่มีเสน่ห์ มีความน่าสนใจ มีความแปลกใหม่ กระชับ สะดวกและอ่านง่าย สร้างความเข้าใจได้ในเวลาไม่นาน และที่สุดของที่สุดเลยก็คือ

การตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า หรือทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุดจาก Conten  ของเรา

2.รูปแบบเว็บไซต์ แฟนเพจ

ที่สวยงามน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงการใช้งานที่สะดวกและเข้าถึงง่าย ได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการเข้าถึง ที่สำคัญเว็บไซต์ของเราจะต้องรองรับการใช้งานในทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ แท็บแล็ต

3.ให้บริการด้วยความจริงใจ

ไม่ว่าจะเป็นสินค้า สื่อต่างๆ  ทั้งข้อมูลข่าวสารที่มีการอัพเดทใหม่อยู่อย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการตอบกลับที่รวดเร็วของผู้ดูแลเว็บไซต์และแฟนเพจ เมื่อมีการซักถาม หรือขอข้อมูลเพิ่มเติม

Delight พัฒนาจากผู้ซื้อเป็นลูกค้าที่พร้อมบอกต่อธุรกิจเรา

เมื่อเราปิดการขายได้เรียบร้อยกับลูกค้าผู้น่ารักของเราแล้ว ผมว่าส่วนนี้สำคัญไม่น้อยกันเลยทีเดียวครับ เพราะเป็นเรื่องของการ “บริการหลังการขาย” สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า การติดต่อ ส่งข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ ที่เราเก็บข้อมูลของเขามาไม่ว่าจะเป็น อีเมล์ ,line,  Facebook หรือเบอร์โทรศัพท์

การขอความเห็นฟีดแบ็คจากลูกค้า โดยเฉพาะความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ หรือที่เรียกว่า “รีวิวสินค้า”  จะได้มานั่นย่อมเกิดจากการที่เราเอาใจใส่ลูกค้าหลังการขายเป็นอย่างดี ปัจจุบันการรีวิวที่เกิดจากผู้ใช้จริง ได้ผลกว่าการใช้บริการเน็ตไอดอลมากเลยทีเดียว

                รีวิวของลูกค้า เป็น Content ที่มีประโยชน์ในโปรโมทเราให้คนอื่นได้รู้จักเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวสินค้าลงบล็อกส่วนตัว สเตตัสเฟสบุ๊ค และช่องทางอื่นๆ ตามไลฟ์ไตล์

รีวิวคือการยินดีบอกต่อสิ่งดีๆ มีประโยชน์กับผู้อื่น หากรีวิวนั้นมีผู้อื่นได้เห็น อาจจะเป็นเพื่อนฝูง หรือคนที่ติดตามลูกค้าในช่องทางที่ว่ามา ก็จะเกิดการ การกดไลท์กดแชร์ต่อๆ กันบนโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้คนที่ไม่รู้จักเรา รู้จักเราบ้างนิดหน่อยได้รู้จักเราเพิ่มมากขึ้น หรือคนที่รู้จักเราอยู่แล้ว(ลูกค้า) ก็จะได้รู้จักเราและรักเราเพิ่มไปอีกนั่นเองขอรับ

นอกจากการตลาดแบบ Inbound Marketing จะทำให้ใครๆ รู้จักเราเพิ่มมากขึ้นแล้ว การตลาดแบบรูปแบบนี้ยังทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ และยังใช้ระยะเวลาในการโปรโมทสินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จักน้อยกว่าการทำการตลาดแบบเดิมหรือ Outbound Marketing  ได้ดีเลยทีเดียว

แถมยังติดตามประเมินผลหรือเก็บสถิติการเข้าเยี่ยมชมได้ง่ายอีกด้วยนะขอรับครับผม