หากเราเชื่ออย่าง  “สุดหัวใจ” ว่าชีวิตเราจะต้องดีขึ้นได้ ในทุก ๆ วัน ทำงานทุกอย่างที่สุดจริต เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ อดตาหลับขับตานอน บ่อยครั้งที่ต้องมานั่งร้องไห้ น้อยใจในวาสนา แต่ก็ไม่เคยคิดจะยอมแพ้….

ผมรู้จักผู้หญิงคนนี้ดีครับ !! วันนี้อยากให้ทุกท่านได้มีโอกาสรู้จักกับเธอบ้าง คนที่อยู่ข้างกายผมในวันที่ลำบาก คนที่ส่งรอยยิ้มในวันที่เรามีความหวัง และคนที่เสียน้ำตาด้วยกันในวันที่เราเจ็บปวด

แนะนำตัวกับเพื่อน ๆ เถ้าแก่ใหม่หน่อยครับ

%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a24

ชื่อฝน ปันสวย คะ ชื่อจริง ฉัตรรัตน์ พุฒิวีระพงศ์  ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท ปันสวย จำกัด ซึ่งรับผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง สมุนไพร มีคอร์สอบรมสำหรับคนที่ต้องการ ทำธุรกิจเครื่องสำอาง

ต้นทุนคนเรามีไม่เท่ากัน
✅เมื่อ 10 ปีที่แล้ว พี่ไม่ได้มีอะไรเป็นของตัวเองเลย

สิ่งเดียวที่มีคือ หนี้สินบัตรเครดิต เป็นสิบ ๆ ใบ
✅บ้านต้องเช่า นั่งรถเมล์ไปทำงาน

รอความหวังจากการถูกหวย ถูกรางวัล ที่ 1 ส่วนใหญ่ทุกคนเป็นแบบนี้ใช่มั้ยค่ะ
ที่รอว่าสักวันจะรวยจากการถูกหวย รอแล้ว รอเล่า ทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน

แต่โชคจากการรอคอยจากสิ่งนี้ไม่เคยเข้าข้างเราเลย
ความขยันและอดทนเท่านั้นที่ทำให้มีได้ในวันนี้

ก่อนที่จะมีวันนี้เคยลองทำมาหลายอาชีพแล้ว เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ หรือไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าตลาดนัด รับจ้างแจกใบปลิวหาเสียง พนักงานขายเสื้อผ้าในห้าง ในซุปเปอร์มาร์เก็ต พนักงาน 7-11 ทำขายตรง ขายประกัน เซลล์ขายของพรีเมี่ยม คือทำมันทุกอย่างที่ได้เงิน

👏👏👏อย่ามองแต่ภาพความสำเร็จ เบื้องหลังล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อย

%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2
💥💥💥💥
กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ มันก็ไม่ง่ายและก็ไม่ยาก
ก็มีช่วงเวลาชีวิตที่ลำบาก มีช่วงเวลาชีวิตที่ตกต่ำ แต่ไม่เคยย่อท้อ
ลาออกจากงานเพื่อมาขายของ เห็นคนอื่นเค้าขายดี อยากขายบ้าง
ตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปจองที่ พอได้ที่แล้ว ลองขายจริง ๆ ขายไม่ได้ตามที่หวัง เหนื่อยน่ะ
💆คิดอยู่ตลอดเวลาว่าสักวันเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เชื่อว่าทุกคนก็ต้องการชีวิตแบบนี้ แต่ช่วงนั้นหันไปทางใหนก็เจอแต่ทางตัน ช่วงที่ชีวิตตกต่ำก็ต้องพึ่งวัดอย่างเดียวเลย เป็นทุกข์ก็เข้าวัด เราต้องหาที่พึ่งทางใจ ทำให้จิตใจให้สงบไม่ฟุ้งซ่าน เมื่อไม่ฟุ้งซ่านก็มีสมาธิ มีเวลาคิดวางแผนว่าต้องไปทางใหนยังงัย หรือไม่ก็หมอดูแต่อย่างหลังจะไม่เน้นเท่าไร

อยู่แบบนี้มาเป็นปี ช่วงนี้หนี้บัตรเครดิต💳 ทิ้งหมดเพราะไม่มีปัญญาจ่าย

เบอร์แปลกโทรมาไม่อยากรับสาย เพราะต้องมาทวงหนี้เราแน่ ๆ “นั่นแนะ ใครเป็นแบบพี่บ้าง”

ลำบากก่อน แล้วค่อยสบาย
เมื่อได้ยินคำนี้ทีไร ทำให้หวนคิดถึงตอนที่ไปหาขนมหวานเมืองเพชร กลับไปขายที่นครศรีธรรมราชบ้านเกิด ทุก ๆ ปี ของงานสารทเดือนสิบ เราต้องกลับบ้าน เพื่อไปทำบุญชิงเปรต มันเป็นงานประจำปีของ จ.นครศรีธรรมราช คิดว่าถ้ากลับไปมันจะมีค่าใช้จ่าย ค่ารถ ไป-กลับ🚌

จะอะไรไปขายเพื่อได้ชดเชยกับค่าใช้จ่ายนี้
คิดได้ดังนั้นก็เอาละเอาขนมไปขายดีกว่าเพราะขนมนี้จะขายดีจะมีคนซื้อไปใส่บาตร ตอนวันทำบุญ
ตอนเช้านั่งรถทัวร์จากสายใต้ไปลงหัวหิน เพื่อไปหาแหล่งที่จะรับขนมมาขาย
ถึงหัวหินตอนเที่ยงติดต่อแม่ค้าเสร็จประมาณบ่าย ได้ขนมประมาณ 10 กว่าลัง ลังนึงประมาณ 10 โล หนักน่ะจัดการขนเองยกเองหมด 😰😰

เอาละทีนี้ทำงัยละต้องรอรถกลับนคร
รอรถมาประมาณ 6 โมงเย็น รถที่มารับสมัยเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วยังเป็น บขส.ไม่ใช่รถทัวร์ เหมือนตอนนี้ รถคันแรกผ่านไปไม่รับเพราะโบกไม่ทันที่นั่งเหลือเต็ม
คันที่ 2 มา ไม่มีที่นั่ง แต่จำเป็นต้องขึ้นเพราะว่าคันต่อไปจะมากี่ทุ่มไม่รู้ และอาจจะไม่มีที่นั่งเพราะไปคนเดียวและต่างจังหวัดด้วยถ้าไม่มีรถไม่รู้จะนอนที่ใหน ขนมก็จะเสีย
ทุนจะหายกำไรจะหด เงินที่เอามาซื้อขนมก็ยืมเพื่อนที่ทำงานมา พอกลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็คืนทันที ปีหน้าได้ยืมเพื่อนทำทุนอีก วันนั้นเป็นวันที่เหนื่อยมาก ๆ สำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ
เพราะต้องยืนจากหัวหินมาถึง สุราษฎร์ ระยะทาง 300 กว่าโล ยืน 8 ชม. ถึงได้นั่ง ร้องเพลงในใจ “ชั้นมาทำอะไรที่นี่ ”
🚣🚣🚣
เหนื่อยโคตร ๆ เมื่อยขาโคตร ๆ 5555 อยากทำเองไม่มีใครบังคับให้ทำ มันก็เป็นแบบนี้แหละ….ต้องรับมันให้ได้ เหนื่อยแล้วนอนพักตื่นมาก็หาย 💤💤

ผ่านวันนั้นมา จนถึงวันนี้ ขนมเมืองเพชรก็ยังรับกลับไปขายทุกปี ถึงแม้ใครจะมองว่า มีเงินแล้วยังจะทำอีก อย่าลืมว่ามีเงินแล้วถ้าไม่ทำอย่างต่อเนื่อง เงินที่มีก็จะหมดจากคลังได้ และในอนาคตเราไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นเช่นไร?

ขายน้ำปั่นโดนไล่ที่
เอางัยละทีนี้ เป็นปัญหาอีก แต่ก็ไม่ท้อ หาที่ใหม่ได้แล้วแต่ขายน้ำไม่ได้ เพราะน้ำมีคนขายแล้ว
แล้วจะขายไรละ คิดวนไปวนมาอยู่หลายรอบ
ปิ๊ง ขายชุดชั้นในผู้หญิงละกันเพราะเห็นร้านอื่นขายดี ลงทุนไป 5 หมื่น ฝันว่าต้องขายดีแน่เลย
ขายได้วันละ 20 ตัวพอได้กำไร 2,000 หักค่าเช่า 200 เหลือค่าแรง 1,800
ทำงานได้เยอะกว่าเงินเดือนอีก เอาละสบายแน่ ๆ
พอได้ลองขายจริง ๆ ไม่เป็นอย่างที่เราคิดขายได้วันละ 2 ต้ว 900 เป็นงัยละทีนี้ขาดทุน
เป็นหนี้เพิ่ม สุดท้ายไปไม่รอด ทนอยู่ 3 เดือน
เงินที่ขายได้จ่ายค่าเช่าไม่พอ ขาดทุนสินค้า สายป่านไม่ยาวพอ อยู่ไม่ได้ต้องเลิก
มีชุดชั้นในเหลือสต็อก เก็บไว้ใส่ได้หลายปีเลยทีเดียว

คิดไม่ตกจะเอายังงัยกับชีวิตดี
นั่งรองให้ทุกวันด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทำไมโชคไม่เข้าข้างเราบ้าง
ขย้นก็แล้ว ทำทุกอย่าง เหนื่อยแค่ใหนก็สู้อดทนตลอด
ความเหนื่อยไม่ใช่ปัญหาเลย บอกตัวเองอยู่เสมอ เหนื่อยกายนอนพักเด่วก็หาย
เมื่อได้คิดอย่างนั้น สู้ก้นใหม่ เริ่มกันใหม่
เอาละเมื่อวันนี้ไม่ได้สักวันโชคก็คงเข้าข้างเราบ้าง
ยังมีกิจการอื่นที่ยังไม่ได้ลอง ถ้าเราไม่ลอง เราก็ยังไม่รู้ว่าได้หรือไม่ได้
ได้ก็ทำ ไม่ได้ก็เลิก เลิกแล้วก็เริ่มใหม่
ขออย่างเดียวอย่าหยุดทำ

อะไรคือจุด “พลิกชีวิต” ให้มาถึงวันนี้

%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-like

“ฝน เธอมียี่ห้อนี้ขายไหม ถ้ามีฉันซื้อ…” เป็นคำพูดของเพื่อนพี่ฝน ในคืนหนึ่งที่พี่ฝนไปหาพยายามที่จะขายเครื่องสำอางของบริษัท MLM ที่ทำอยู่ พูดน้ำลายจะหมดปาก เพื่อนก็ไม่ซื้อ แต่ดันถามหาเครื่องสำอางอีกยี่ห้อ !!

ตอนนั้นพี่ฝนแทบจะไม่มีทางออกอะไรมากมายนักในการที่จะหารายได้เพิ่ม ให้พอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจว่า เอาวะ !! เป็นไงเป็นกัน ในเมื่อเพื่อนต้องการครีมอีกยี่ห้อ เราก็ลองค้นหาดูคะ

พี่ฝนก็เขาไปค้นหาในอินเตอร์เน็ต จาก google คะ พี่ฝนสารภาพก่อนนะคะว่าพี่ฝนไม่มีความรู้เรื่องอินเตอร์เน็ตเลย เพราะงานที่ทำมาแต่ละตำแหน่งนั่งอยู่หน้าคอมฯก็จริงแต่ ก็ไม่ได้มีโอกาสท่องอินเตอร์เน็ต เสร็จจากงานก็เหนื่อย นอน จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ในการเริ่มเลยทีเดียว

ไม่รู้ ไม่ใช่ปัญหา แต่ปากท้องไม่มีกินมันจะเป็นปัญหา คิดได้ก็ลงมือทำ ค้นหาครีมที่เพื่อนต้องการ มีอยู่หลายร้านที่ขาย พี่ฝน ตระเวนโทรหาแต่ละร้านเลยคะ สอบถามราคา เงื่อนไขการสั่งซื้อ การดูว่าสินค้าตัวไหนเป็นค้าจริง สินค้าปลอม

และแล้วธุรกิจขายเครื่องสำอางออนไลน์ ลงทุนหลักร้อยต้น ๆ ในวันนั้นก็เริ่มขึ้น เมื่อพี่ฝนสั่งซื้อครีมมา 3 กระปุกเพื่อมาขายต่อให้เพื่อนได้กำไรไม่กี่สิบบาท เสียเวลาค้นหาไปหลายวันเหมือนกัน

เมื่อขายได้ก็ดีใจคะ เพราะว่าเมื่อขายครีมทั้ง 3 กระปุกให้เพื่อน ๆ ได้แล้วปรากฏว่า เพื่อน ๆ ในแผนก Call Center ก็ต่างสอบถามครีมดังกล่าว และสั่งซื้อมากับพี่ฝน จากที่เคยสั่งซื้อ 3 กระปุกในเน็ตก็สั่งจำนวนเป็นโหล

จากกำไรหลักสิบ ก็ขยับมาหลักร้อย หลักพัน บอกได้เลยคะว่าดีใจมาก เพราะทำธุรกิจมาแต่ละอย่างกว่าจะได้เงินสักบาท เลือดตาแทบกระเด็น ทั้งยก ทั้งแบกสินค้า ไปตลาดนัด ตระเวนขายตามใต้ตึก ไปบ้านเพื่อน เหนื่อย มากๆ แต่นี่แค่ ค้นหาร้านค้าบนอินเตอร์เน็ต โทรคุย สั่งซื้อ โอนเงิน แล้วนำสินค้าไปส่งให้ลูกค้า ซึ่งขายได้แน่นอน ชีวิตมันเริ่มมีความหวัง

ตอนยังไม่มีเว็บคะ อาศัยโพสขายตามเว็บบอร์ด พอเห็นว่าขายได้ จึงคุยกับแฟนว่าจะต้องทำเว็บ ซึ่งแฟนก็พอมีความรู้อยู่บ้าง แต่กลางวันเขาทำงาน จึงใช้วิธีว่าพี่ฝนมั่ว ๆ ไปก่อน ตอนเย็นแฟนกลับมาก็ช่วยค่อย ๆ เก็บงานให้

 

อะไรที่ไม่รู้ พี่ฝนทำอยู่ 2 อย่างคะ

1 ลงมือทำไปก่อนเลยเจอปัญหาแล้วก็ค่อยแก้เอา และ

2 คือเรียน สอบถามผู้รู้

ทำอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ไม่รู้ จนพอมีความรู้ ตั้งแต่กำไรหลักร้อย สู่ยอดขายหลักแสนในไม่กี่เดือน และก็เป็นอยู่อย่างนี้อยู่เป็นปี ๆ คะ

จากแค่เคยรับครีมมายี่ห้อเดียวเริ่มมีครีมนำเข้าอีกหลายยี่ห้อที่เริ่มนำเข้ามาให้พี่ฝนช่วยทำตลาด เราก็ยินดีนะคะ

แต่แล้ววิกฤตก็วิ่งเข้ามาหาพี่ฝนอีกครั้ง เมื่อสินค้าต่าง ๆ ที่เราทำตลาดให้เริ่มมีคู่แข่ง เริ่มมีการตัดราคากัน จากกำไรงาม ๆ คู่ละหลายสิบบาท กลายเป็นเหลือไม่กี่บาท จนบางครั้งพี่ฝนต้องขายแบบขาดทุนเพื่อต้องการรักษาลูกค้า

ในใจคิดตอนนั้น !! จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี ประกอบกับได้แฟนคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาว่าเราควรจะเริ่มทำแบรนด์ตัวเอง

โชคร้ายไม่ได้เล่นงานเราตลอดไป หากเราไม่คิดจะเป็นทาสของมัน

โชคดีจะเข้าข้างเราเมื่อเราเดินไปหาโอกาส พี่ฝนโชคดีที่เดินไปคุยกับโรงงาน บอกความต้องการ และบอกข้อจำกัดเรื่องเงินทุน นับว่านี่เป็นอีกครั้งที่เจ้าของโรงงานเอ็นดูพี่ฝน ช่วยเหลือเรื่องการทำแบรนด์เครื่องสำอาง เป็นของตัวเอง

เริ่มทำเครื่องสำอางของตัวเองแล้วเจอปัญหาอะไรบ้าง

%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89

เริ่มทำแบรนด์เครื่องสำอางจำได้ว่าประมาณปี 2550 ตอนนั้นคุยกับโรงงานว่าเราต้องการสินค้าแบบไหน ประกอบกับช่วงนั้นครีมเกี่ยวกับโสม-สาหร่าย กำลังเป็นกระแส พี่ฝนเลยให้เขาทำครีมนี้โหนกระแสไปด้วยเลย และเริ่มจดเว็บไซต์เป็นแบรนด์ตัวเองชื่อ www.soamsarai.com เป็นเว็บสำเร็จรูปที่คนไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์อย่างพี่ฝนก็ทำเองได้

ค่าโดเมน และ host ต่อไปไม่กี่พันบาท พี่ฝนว่ามันคุ้มสุด ๆ คะ

แบรนด์โสมสาหร่ายก็เกิดมาตั้งแต่ตอนนั้นคะ ขายได้ ขายดี มาเรื่อย จากครีมเซตเดียวก็เริ่มมีสินค้าเพิ่มหลายรายการ แต่ใช่ว่าทุกตัวจะขายดีนะคะ ที่ต้องมีก็เพราะเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทั่วถึง แต่จะไม่ได้ทำให้เกิดรายได้มาก แต่เป็นการรักษาลูกค้า

ทำอยู่อย่างนี้ประมาณ 3 ปีจากแค่ขายออนไลน์พี่ฝนก็เริ่มที่จะเปิดหน้าร้าน โชคดีได้ร้านที่ตะวันนาบางกะปิ อยู่โซนด้านหน้าเลย มีทั้งหน้าร้านออนไลน์และออฟไลน์ ลูกค้าก็มั่นใจมากยิ่งขึ้นคะ

ปี 2554 คลื่นวิกฤตลูกใหม่ก็วิ่งเข้ามาหาพี่ฝนอีกระลอก เมื่อเจอพิษน้ำท่วมโรงงานที่ผลิตโดนน้ำท่วมด้วย ต้องพากันหนีกลับไปอยู่ที่ต่างจังหวัดด้วยภาระหนี้ต่อเดือนกว่า 2 แสนบาท

เมื่อเข้าตาจน เราจะได้รับพลังใหม่จากจักรวาล พี่ฝนไม่ยอมจำนนต่อน้ำท่วมแน่นอน นั่งคุยกันกับแฟนว่าจะทำอย่างไรกันดี “เราต้องหาโรงงานเพิ่ม และ จัดระบบตัวแทนใหม่” นี่คือแนวทางแก้ปัญหาที่เราเห็นร่วมกัน

คิด และ ลงมือทำทันทีคะ เพียงไม่กี่สัปดาห์เราก็ได้โรงงานใหม่ ได้ครีมสูตรใหม่ ส่งมาให้ถึงหน้าบ้านที่ต่างจังหวัด และเราก็ไม่ยอมให้การลงทุนใหม่ครั้งนี้กองอยู่แค่หน้าบ้าน เราเริ่มตระเวน นำเครื่องสำอางไปขาย แทบทุกจังหวัดในภาคใต้ คำไหนนอนนั่น เข้าไป 100 ร้านได้รับการตอบรับเพียง 1-2 ร้าน ก็ยังดีกว่าไม่เข้าไปสักร้านเลย เพราะเราจะไม่ได้อะไรเลย

ขณะเดียวกันแฟนที่เพิ่งออกมาจากงานก็ช่วยลุยตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง ประกอบกับช่วงนั้น Facebook เพิ่งเข้ามาในตลาดเมืองไทย ทำให้เราวางระบบตัวแทนใหม่ เป็นตัวแทนแบบออนไลน์ แยกเป็นรายภาค รายจังหวัด มีตัวแทนทั้งแบบสต๊อกสินค้าและไม่สต๊อกสินค้า

เรียกได้ว่าหลังน้ำลด เรากลับขึ้นมากรุงเทพฯ ขายกันสนุกมากคะ ต้องแพ็คสินค้าส่งลูกค้ากันในแต่ละวันแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนคะ ออเดอร์แต่ละวันต้องแพ็คใส่กล่องไปรษณีกันจนตี 1 ตี 2 ทุกคืน

กลางปี 55 เราจึงมีการขายธุรกิจ จากที่ทำกันเพียง 2 คนสามี-ภรรยา ก็รับน้องชาย และ ภรรยาเข้ามาช่วยงาน รับน้าสาวและสามีมาช่วยดูแลลูก พี่ฝน มองว่าตลาดนี้เราต้องโตไปมากกว่านี้ให้ได้ และที่สำคัญคือ เราต้องโตอย่างมั่นคง ไม่ใช่เติบโตแบบฉาบฉวย จึงวางระบบสินค้าของร้านต้องไม่เป็นสินค้าที่โหนกระแส แต่เป็นสินค้าที่จะต้อง “มีแบรนด์” เพื่อเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ให้เราเก็บกินผลได้นาน ๆ จึงตัดสินใจ เปิดบริษัท ขึ้นมาชื่อว่า บริษัท ปันสวย และ จดโดนเมนชื่อร้านเป็น punsuay.com เพิ่มมาจนทุกวันนี้

พี่ฝนมาถึงวันนี้ได้เพราะ

“พี่ฝนไม่มีเงินทุน”

“พี่ฝนไม่มีความรู้”

“พี่ฝนไม่มีเครือข่าย เส้นสาย”

สิ่งเดียวที่พี่ฝนมีคือ “พี่ฝนไม่เคยยอมแพ้ หรือ ยอมรับข้อด้อยของตัวเอง”

พี่ฝนมีเพียง “ความฝัน และ ความหวังว่า สักวันชีวิตเราต้องดีขึ้น”

ทราบว่านอกจากมีธุรกิจเครื่องสำอางยังทำธุรกิจน้ำดื่มเพื่อชุมชนด้วย

ตอนนี้วางแผนธุรกิจไว้อย่างไรครับ

 

ต้องแบ่งเป็น 3 ส่วนนะคะ สำหรับเรื่องธุรกิจที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการจาก บริษัทปันสวยคือ

%e0%b8%9d%e0%b8%99

1.ธุรกิจหลัก คือ ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง ตรงนี้เป็นธุรกิจหลัก เป็นเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจ มีสินค้าเครื่องสำอางดูแลผิวหน้า ผิวกาย และดูแลปัญหาภายใน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย มีสินค้าที่เป็นแบรนด์ของบริษัทเองไม่ว่าจะเป็น Zcret Miracle ,Zcret4men,Zcret Lighthing,Zcret Burn ฯ และยังมีสินค้าที่ผลิตเป็นแบรนด์ให้กับลูกค้าที่มีความสนใจในตลาดนี้แต่มีเงินทุนไม่มากนัก (แต่ต้องมีเงินทุนบ้าง) ซึ่งปัจจุบันก็ทำแบรนด์ไปให้แล้วกว่า 500 แบรนด์คะ ช่องทางจำหน่ายผ่านทางออนไลน์กว่า 90% ผ่านเว็บไซต์ www.punsuay.com และ www.soamsarai.com ตัวแทนจัดจำหน่ายเกือบทั่วประเทศ

2.ธุรกิจเสริม คือ ธุรกิจที่ช่วยผลักดันแบรนด์ของบริษัท และ เป็นการส่งเสริมความรู้ให้กับตัวแทน และผู้ที่สนใจเข้ามาทำธุรกิจเครื่องสำอาง โดยบริษัทมีการจัดทำหนังสือ Pocket book เกี่ยวกับการเริ่มต้นทำธุรกิจเครื่องสำอางออนไลน์ ชื่อ “เปลี่ยนร้อยให้เป็นล้าน ขายเครื่องสำอางออนไลน์” ซึ่งแฟนพี่ฝน คุณ เกียรติรัตน์ จินดามณี เป็นผู้เขียน เร็ว ๆ นี้ก็จะได้เห็นหนังสืออีกเล่มที่จะเป็นงานเขียนของพี่ฝนเองคะ โดยได้รับการช่วยปรับแต่ง ขัดเกลาเนื้อหาจาก พี่เกียรติ เรามีการจัดสัมมนา เพื่อสร้างเครือข่ายคนทำธุรกิจ เพื่อช่วยกันยกระดับองค์ความรู้ให้กับคนทำธุรกิจ ยกระดับความรู้ให้กับผู้บริโภค ชื่อสัมมนา “เปลี่ยนร้อยให้เป็นล้าน ขายเครื่องสำอางออนไลน์” ปัจจุบัน จัดมาแล้ว 3 ครั้ง และมีแผนที่จะจัด 3-4 เดือนต่อครั้ง

3.ธุรกิจเพื่อครอบครัว ตอบแทนสังคม :

พี่ฝนเปิดโรงงานน้ำดื่ม ชื่อ น้ำดื่มปันรัก ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านเกิด เพื่อช่วยสร้างอาชีพเล็ก ๆ ให้กับญาติพี่น้องในหมู่บ้าน แม้จะไม่ได้มีกำไรอะไรมากมายนักเมื่อเทียบกับการทำธุรกิจเครื่องสำอางและความงาม แต่เงินทองที่ได้มาดังกล่าวจากธุรกิจเครื่องสำอาง ก็เทียบอะไรไม่ได้เลยเช่นกันกับการที่ได้มีโอกาสตอบแทนผู้มีพระคุณ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ตอบแทนแผ่นดินที่เกิด ตอบแทนข้าวปลาอาหารที่ญาติพี่น้องเคยจุลเจือ พี่ฝนตั้งใจทำที่นี่ให้เป็น “เสาหลัก” ในการสร้างธุรกิจให้กับชุมชน หมู่บ้าน “น้ำดื่มปันรัก” เป็นแค่สินค้าตัวแรกที่จะขับเคลื่อนสินค้าตัวต่อ ๆ ไปที่ใช้วัตถุดิบ แรงงานจากชุมชน และพี่ฝนจะช่วยเหลือเรื่องช่องทางการตลาดและจัดจำหน่าย สินค้าทุกอย่างที่ออกจากที่นี่จะอยู่ภายใต้แบรนด์ “ปันรัก” (www.punrak.com) แม้จะเหนื่อยเพิ่มขึ้น แต่พี่ฝนก็ยินดีที่จะทำเพราะ หากไม่มีที่นี่พี่ฝนก็คงมาไม่ถึงวันนี้ หากไม่กลับมาตอบแทนบ้านเกิด เราก็จะกลายเป็นคนอกตัญญู

Key Success ในการทำธุรกิจคืออะไร

%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93

พี่ฝนออกตัวเบา ๆ นะคะว่าทุกวันนี้พี่ฝนยังไม่สำเร็จอะไรมาก เป็นแค่จุดเริ่มต้น หลังจากที่เราได้ลองผิดลองถูกธุรกิจมาพอสมควร เป้าหมายเราจะเป็นเครื่องสำอาง ที่ส่งออกในภาคพื้น AEC ใน 3 ปีตอนนี้มี ลาว พม่า กัมพูชา หละคะและ ส่งออกทั่วโลกภายใน 5  ปี ดังนั้นตอนนี้เรายังต้องทำงานอีกมากเลยคะ

แต่ถ้าถามว่าจุดที่ทำให้ปันสวย เติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้คืออะไร ? พี่ฝนแนะนำน้อง ๆ ดังนี้นะคะ

1.คุณภาพของสินค้า ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เครื่องสำอางทุกชิ้นที่ออกจากบริษัทพี่ฝนทดสอบเองกับหน้าคะ เพราะพี่ฝนตั้งใจทำครีมให้ลูกค้าใช้ เปรียบเสมือนเพื่อน เปรียบเสมือนญาติพี่น้อง ถ้าไม่ดี ไม่มีคุณภาพก็จะไม่ทำไม่ขายให้คะ

2.การบริการที่เสมอต้นเสมอปลาย และพัฒนาให้ดีขึ้นทุก ๆ วัน ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า พี่ฝน ให้ความสำคัญมาก ๆ คะ

3.การรู้จักใช้เครื่องมือออนไลน์ ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ เล่น Facebook ,Chat line เสียเวลาไปวัน ๆ

4.การรู้จักจัดสรรเงิน และการเพิ่มทุน วันที่พี่ฝนเริ่ม มีเงินแค่หลักร้อย แต่พี่ฝนก็นำกำไรมาต่อเป็นทุน จนทุกวันนี้ เงินทุนหมุนเวียนในแต่ละเดือนเป็นหลักล้านเลย

5.อดทด อดออม และ อดใจ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ให้เวลากับความลำบากในช่วงแรก ๆ ก่อนนะคะ อย่าซื้อควาสบายในช่วงแรกของการเริ่ม อาจจะใช้เวลาในการตั้งต้น 2-3 ปีที่ต้องทำกันแบบทุ่มเทสุด ๆ ลำบากสุด ๆ แต่เชื่อเถอะคะ ไฟเมื่อมันติด ต่อไปก็ทำหน้าที่แค่เพิ่มฟืนก็พอ ธุรกิจก็เช่นกันคะ

หลักในการบริหารคนในองค์กร เป็นไปลักษณะแบบไหน

ปันสวย เราอยู่กันอย่าง ญาติพี่น้อง เป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งพนักงานที่บริษัทเอง หรือแม้กระทั่งตัวแทนจำหน่ายของเรา ช่วยเหลือแบ่งปันกัน บนพื้นฐานของ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่ทุกคนพอใจคะ

ปัญหา อุปสรรค ในการทำธุรกิจคืออะไร แล้วมีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้าง

 

พี่ฝน แยกปัญหากับอุปสรรค์เป็น 2 ประเภทนะคะ

1.ปัญหาในการทำธุรกิจ : เช่น ไม่มีทุน ไม่มีความรู้ประสบการณ์ ไม่มีใครเห็นด้วย หาลูกค้าไม่ได้ ไม่มั่นใจในสินค้า บางคนใช้เครื่องสำอางแล้วแพ้ ฯ เหล่านี้เป็นปัญหาที่ต้องเจอทุกคนคะ จะเจอมากน้อยก็แล้วแต่นะคะ สิ่งที่ต้องทำก็คือ ค่อยแก้กันไปคะ ซึ่งเหล่านี้แก้ได้ไม่ยากมากหรือคะถ้าเราไม่ติดปัญหาเรื่อง ความคิด

2.ปัญหาทางด้านความคิด : เป็นปัญหาหลักที่ หลายคนไม่สามารถเอาชนะความคิดจิตใจ หรือทัศนคติตัวเองได้ มองทุกสิ่งอย่างเป็น “ทางตัน” ไม่ได้มองเป็น “ทางต่อ” เพิ่มโอกาสให้กับตัวเอง คนที่ทำอะไรไม่สำเร็จ เพราะ ทุกอย่างติดที่ “ความคิด” ทั้งนั้นหละคะ ลองความคิดผ่านที่เหลือเป็นเรื่องภายนอกแล้ว ย่อมหาทางออกได้สบาย แต่ความคิดที่ตัน แม้โอกาสยืนรออยู่ตรงหน้าก็มองเป็นกำแพงคะ

พี่ฝนแนะนำให้เรา “เคลียร์ความคิด ปรับทัศนคติ เป็นผู้ชนะ” ไม่กลัวที่จะล้มเหลวคะ ทำอะไรก็ลุยไปเลย ทำให้สุด สะดุดปัญหาก็เอาชนะมันให้ได้คะ ข้ามได้ 1 ปัญหาเราก็เก่งขึ้น 1 ขั้น เราสำเร็จไป 1 ก้าวนะคะ

ฝากข้อคิดให้เพื่อน ๆ เถ้าแก่ใหม่หน่อยครับ

%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%89

สำหรับน้อง ๆ ที่จะทำธุรกิจเครื่องสำอางออนไลน์นะคะ พี่ฝนเจอคำถามต่อไปนี้เยอะมาก ๆ คะ

1.ใช้เงินทุนเท่าไหร่

2.จะทำการตลาดอย่างไร

3.ไม่เคยขายจะทำได้ไหม

 

ซึ่งถือว่าเป็นคำถามพื้นฐานในการทำธุรกิจเลยคะ แต่พี่ฝนก็มักจะมีคำถามกลับไปยังน้อง ๆ นะคะว่า

1.ทำไมสนใจธุรกิจนี้ เห็นเพื่อน ๆ ทำแล้วรวยใช่ไหม

2.ถ้าต้องเสียเงินสักก้อน ที่คิดว่าไม่ได้คืนแล้วชีวิตไม่เดือดร้อน จะเสียเงินได้เท่าไหร่

3.น้องเอาจริงหรือเปล่าคะ หรือแค่อยากเฉย ๆ

 

ลองสำรวจตัวเองจาก 3 คำถามพี่ฝนถามดูนะคะ ถ้าตอบได้ และมั่นใจก็ลงมือทำได้เลย ไม่ต้องกังวลปัญหาอะไรเลย เพราะเราต้องเจอปัญหาอยู่แล้ว เจอก็แก้กันไป ที่สำคัญคือ เราต้องทำมันให้สุด

จะมาแหย่ ๆ ขาลองทำดู พี่ฝนบอกได้เลยคะว่าเสียเวลา เสียกำลังใจ เพราะทำอย่างนี้เจ๊ง ขาดทุนอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่ว่าทำให้สุดแล้วไม่เจ๊งนะคะ แต่เราจะไม่กลับมานั่งเสียดายว่าทำไมเราไม่ได้ทำให้เต็มที่

สุด ๆ ไปเลยคะ เต็มที่ไปเลยคะ แล้วผลลัพธ์มันจะให้เราสุด ๆ เช่นกัน

พี่ฝนบอกเลยนะคะ มาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่ว่าพี่ฝนเก่ง ไม่ใช่ว่าพี่ฝนสวย ไม่ใช่ว่าพี่ฝนโชคดี ไม่ใช่ว่าอะไรที่น้องคิดแบบโลกสวย เลยคะ

ทุกอย่างที่ได้มาพี่ฝนต้องแลกด้วยอะไรหลายต่อหลายอย่าง คนอื่นอาจทำแค่ 1-2 ครั้งเพื่อให้สำเร็จผล แต่สำหรับพี่ฝน ต้องพยายามมากกว่าเป็น 10 เท่ากว่าจะสำเร็จ

วันนี้พี่ฝนขอแค่ หากเราจะเริ่มทำอะไรสักอย่าง “อย่าท้อให้อุปสรรคเห็น” เพราะ ทันทีที่เราท้อ ต่อหน้าอุปสรรค ต่อหน้าปัญหาที่ขวางเราอยู่ เท่ากับเรายอมแพ้ไปเสีย

ขอให้เรา “สู้กับทุกอุปสรรค” ยืนท้าทายกับ ปัญหา เหล่านั้นเลย ตะโกนออกไปเลยคะ เข้ามาอีก ปัญหา เข้ามาอีก เดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาเลย ชนะปัญหา 1 ได้เราก็สำเร็จไป 1 อย่าง ชีวิตมันก็แค่นี้เอง ทุกครั้งที่เราเอาชนะปัญหาได้ เราจะได้รับรางวัลตอบแทนที่คุ้มค่าเสมอคะ            เช่นกันทุกครั้งที่เรายอมแพ้ เราก็ได้รับการเหยียบย่ำที่หนักหน่วงเช่นกัน และคนที่ซ้ำเติมเราได้มากที่สุดในการล้มเหลว ก็คือ “ตัวเราเอง”

%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a23

พี่ฝนอยากฝากน้อง ๆ ที่สนใจทำธุรกิจเครื่องสำอาง หรือ ทำกิจการตัวเองนะคะ สนใจอะไรให้ลงมือทำแบบสุด ๆ ไปเลย แม้จะเสียเงินบ้างหากล้มก็ได้ประสบการณ์ แต่ถ้าเราประสบความสำเร็จนั่นเพราะเราลงมือทำอย่างเต็มที่เต็มกำลัง แต่ถ้าแค่สนใจ แค่แหย่ ๆ ทำอะไรไม่เป็นโล้เป็นพาย อะไรมันก็ไม่ได้ดีหรอกคะ รังแต่จะทำให้เราเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึกคะ

คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนบนโลกนี้ เขาไม่ได้ทำอะไรสำเร็จในครั้งเดียว แต่เขามุ่งมั่นในสิ่งที่เขาลงมือทำอย่างสุด ๆ คะ พี่ฝนเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

สำหรับท่านที่มีความสนใจธุรกิจเครื่องสำอาง ต้องการคำปรึกษา แวะมาพูดคุยกับพี่ฝนได้ตลอดที่ บ.ปันสวยนะคะ www.punsuay.com หรือ โทร 081-7501495 line pefon,[email protected] :@punsuay พี่ฝนยินดีช่วยเหลือทุกคนจ้า