ผมมีโอกาสได้รู้จักคุณชาญในสัมมนา “เปลี่ยนมนุษย์เงินเดือน เป็นเถ้าแก่ใหม่” ซึ่งผมเป็นวิทยากร

คุณชาญเป็น นักเรียนที่…เกรียนมาก 555 สร้างบรรยากาศในวันนั้นได้เฮฮา ตามประสานคนกวน Teen

หลังจากนั้นไม่นานครับ คุณชาญก็นำโปรเจคมานั่งพูดนั่งคุยกับผมถึงเรื่องการทำคอร์สการตัดต่อ VDO ด้วยมือถือเครื่องเดียว

ผมให้ไอเดีย แนวทาง ไปนิดหน่อยครับ….และแล้ววันนี้คุณชาญ ก็มีผลงานให้เราได้ เรียนรู้กันครับ

 

ผมไม่ได้รู้จักคุณชาญมากมายนักครับ จนเมื่อได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ ผมบอกได้เลยครับ แมร่ง…เอง(มรึง)มันสุดยอดเลยหวะ

มีหลายคนมากครับในสังคมที่ “ต้นร้าย ปลายดี” แต่กว่าจะดีได้นี่สิครับ !!! ถ้าคิดเองไม่ได้ก็จะเป็นประเภท “ต้นร้าย ปลายยิ่งร้าย”

ดีใจครับที่เถ้าแก่ใหม่จะได้มีโอกาสนำเรื่องราวของ “เด็กร้ายๆ ” แต่วันนี้เขาเป็น “เด็กดี ๆ” มาแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ ครับ

ไม่ว่าชีวิตเราจะเริ่มต้นแบบไหน…แต่วันที่เรา “คิดได้” วันนั้นมันจะเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล

 

คุณชาญแนะนำตัวกับเพื่อน ๆ ได้ตามสไตล์เลยครับ

VDO-Mobile Easy Touch6

ดีครับ ผมชาญ จะเรียกผมว่าน้องชาญ พี่ชาญ ไอ้ชาญ หรือ คุณชายชาญ ก็ได้นะครับ

ชื่อจริงผม ชาญชัย อั๊ลการีมี ปัจจุบันผมทำธุรกิจ Info Business

ซึ่งเป็นธุรกิจที่เรียกได้ว่า ใช้ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ มาเรียบเรียง จัดเป็นแพ็คเกจ

จนกลายเป็น Information product หรือ อธิบายง่ายๆ ก็คือการเอาข้อมูลความรู้

และประสบการณ์ที่เรามี มาจัดเป็นสินค้า ที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาบางอย่างให้กับผู้คนได้

ซึ่งสินค้าล่าสุดของผมนั้นคือ

Easy touch :Create your perfect video on mobile

เป็น DVD สอนการถ่ายทำ วีดีโอด้วยมือถือ เพื่อโปรโมทสินค้าหรือบริการของตัวเอง

ซึ่งจะช่วยให้คนที่มีธุรกิจขนาดเล็ก และมีต้นทุนจำกัดนั้น ประหยัดค่าใช้จ่ายในผลิตสื่อวีดีโอได้หลายเท่า

และยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการขาย โดยไม่ต้องขายเพิ่มได้อีกด้วย

ถามจริง !! ก่อนหน้านี้ทำไรมาบ้าง

เอ้างี้ละกันไปถ้าเล่าคงเป็นวัน ขอสั้น ๆ นะย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว หลังจากที่ผมจบม.3 และเข้าเรียนต่อสายอาชีพ

ด้วยความชอบ และความหวังที่อยากจะเป็นสถาปนิกในชีวิตทำงาน จึงตัดสินใจเลือกเรียนสาขาเทคนิคสถาปัตยกรรม

ตั้งแต่ปวช.1 ในโรงเรียนอาชีวะเล็กๆแห่งหนึ่ง ด้วยเงินที่พ่อแม่ส่งเสียให้

เรียนไปได้ 3ปี ด้วยความไม่รักดี ตามประสาเด็กช่างเกเรจึงทำให้เรียนไม่จบที่นี่ และย้ายไปสถาบันอื่นๆ อีกหลายๆที่ แต่ก็ไม่จบอยู่ดี จนสุดท้ายใช้อารมณ์สิ้นคิด ตัดสินใจไม่เรียนต่อ กำวุฒิม.3 ตั้งหน้าหางานทำ

ผมเคยเป็นลูกจ้างร้านขายกางเกงแถวบ้าน ได้วันละร้อยกว่าบาทพร้อมข้าวกับน้ำหนึ่งมื้อ พอถึงช่วงใกล้เปิดเทอม เจ้าของร้านก็จะลงทุนเปิดล็อกใหม่ให้ขายกางเกงนักศึกษา ช่วงนี้ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นมาหน่อย(อารมณ์ตอนนั้น ก็คล้ายกับ ตัวเองเป็นเจ้าของร้านอยู่เหมือนกัน)

รายได้มากขึ้นมาหน่อย ก็เริ่มออกมอเตอร์ไซค์ จีงได้ทำงานเป็นพนักงานส่งเอกสาร (messenger) เงินเดือนตกประมาณวันละสองร้อย เคยโดนตำรวจจราจรดักจับเดือนละประมาณ 3-4ครั้ง จับทีก็ค่าปรับสองสามร้อย  อย่าถามเลยครับว่าจะจ่ายไหวมั้ย อารมณ์ตอนนั้นคิดอย่างเดียว จะเอาอะไรกิน(วะ)5555

วิ่งส่งเอกสารไปได้สักพัก รู้ตัวว่ารายได้ไม่พอใช้ ก็เลยซื้อเสื้อวินมาขับหารายได้เพิ่มไปด้วยตอนเลิกงาน จึงเริ่มมีเงินไว้พอประทังชีวิตได้ แต่ไม่คิดเติบโตอะไร

จากนั้นไม่นาน ก็มีเพื่อนมาชวนไปทำงาน ได้ทั้งเงินเดือนและมีค่าคอม(ตอนนั้นงง ค่าคอมคือไร??) แต่คิดอย่างเดียวว่ามันมีรายได้เพิ่มนี่หว่า ผลสรุปคือ ผมก็ไปตามคำชวนอย่างไม่ลังเล จึงกลายเป็นพนักงานทวงหนี้ของธนาคารแห่งหนึ่ง ที่นี่เงินดีจริงครับ(ถ้าเทียบกับที่เคยผ่านๆมา) ได้กินเดือนละ 18,000-25,000 ขึ้นอยู่กับยอดเงินที่เก็บได้ ทำไปได้สักพัก ความคิดเริ่มเติบโต

ก็เริ่มคิดอยากจะมีอนาคตกับเค้าบ้าง ก็กลับเข้าเรียนต่ออีกครั้ง ด้วยแนวคิด”ไม่อยากเรียนในโรงเรียน” จึงได้ กศน.มาเป็นคำตอบ  ตอนนั้นผมก็ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง จึงได้เข้ามาร่วมงานในวงการสื่อสารมวลชน สายยานยนต์ ด้วยตำแหน่งเล็กๆ ที่ทำให้ผมเติบโตมาได้ในวันนี้ จากบริษัทออโตมีเดียไดเร็คเตอร์จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการวิทยุ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับรถทุกประเภท

ทำงานที่นี่ไม่มีตอกบัตร ไม่มีโอที มีแต่โอกาส การพัฒนาตัวเอง และความรู้ในเชิงธุรกิจมากมาย ด้วยความที่เป็นองค์กรขนาดเล็ก และมีคนน้อย จึงทำให้ผมได้รับประสบการณ์ในส่วนงานด้านต่างๆขององค์กรแบบรอบด้าน ตลอดระยะเวลา 7 ปี และได้เรียนจนจบ ป.ตรี ที่ราชมงคล วิทยาเขตจักรพงษ์ภูวนาถ

จนกระทั่งเกิดอิ่มตัวในงานนี้ และอยากจะเติบโตขึ้นอีกครั้ง จึงทำให้เกิดเป็นที่มาของการมองหาธุรกิจ

เรื่องยาวเลย สรุปแล้วมาทำธุรกิจยังไง

Chan1

ขออีกนิดนะครับ อันที่จริงผมรู้สึกว่าผูกพันธ์กับการทำธุรกิจ(แบบบ้านๆ)มาตั้งแต่เด็กแล้วครับ

-ตอนประถมผมชอบกินขนมขาไก่ แม่ก็ผมจะซื้อมาเก็บไว้เป็นปี๊ป ถ้ากินคนเดียวยังไงก็หมดไม่ทันก่อนบูดแน่ๆ แม่เลยบอกให้เอาแบ่งใส่ถุง ชั่งกิโล แล้วเอาไปขายเพื่อนๆที่โรงเรียน

-ช่วงป.5-ป.6 โตขึ้นมาหน่อย พอที่จะไปไหนด้วยตัวเองได้แล้ว แม่จึงสอนให้ทำธุรกิจแบบไป-กลับ ด้วยการทำขนม(ที่บ้านทำขนมขายอยู่แล้วครับ)แล้วให้ผมไปส่งแถวๆบางอ้อบ้าง ศรีย่านบ้าง ตามออเดอร์ที่โทรมาสั่งไว้ ผมก็นั่งรถเมล์ไปส่งตามที่แม่บอก นอกจากนั้นก็ให้ผมเอาของจากบางอ้อ กลับมาเดินขายในละแวกบ้าน ด้วยการเคาะประตูขายกันถึงที่เลย งานนี้เรียกได้ว่า”รับสองเด้ง”ครับ

-ช่วงมัธยมเจอแจ็คพอต พ่อตกงาน เลยต้องมาเข็นรถขายชา-กาแฟ ในตอนกลางคืนเพื่อนหาเงินเลี้ยงครอบครัว ผมก็พลอยได้วิชาไปด้วย เลิกเรียนกลับมาต้องไปสลับตัวกับพ่อ เพื่อให้เข้ามาพักบ้าง ส่วนตอนเช้าแม่ผมต้องจับตะหลิวมาทำอาหารชาววังขาย ผมก็เป็นลูกมือ และคอยเดินจ่ายตลาดให้

-ได้วิชาจากพ่อแม่มาเยอะ คิดว่าง่ายเลยลองของตอนเรียน ปวช. เปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ตามตลาดนัด ร่วมกับเพื่อนๆอีก4คน ลงทุนไปหลักหมื่นต้นๆ สนุกได้อยู่ประมาณ 3-4 เดือน เริ่มขายไม่ออก เคลียร์กับเพื่อไม่ลงตัว ไม่มีเงินหมุน หาทางออกไม่เป็น สรุปก็เจ็บครับงานนี้ เจ๊งไปตามระเบียบ

-เข็ดไม่เป็น เลยใช้เวลาเก็บตังอยู่สักพัก(หลายปีเลยล่ะ) รอบนี้กำเงินมาเกือบ 4แสน กะว่าเกิดแน่ เปิดตัว เอาเวลาว่างจากงานมาทำธุรกิจอาหารเต็มรูปแบบ “ร้านแม่ครับทับทิมกรอบ+ร้านกะเพาะปลาแม่จ๋า” เติบโตขยายมาได้ 3 สาขา ที่อโศก,ทองหล่อ และคลองตัน สร้างรายได้ถึงหลักแสนต่อเดือน แต่ด้วยความด้อยประสบการณ์เรื่องการบริหารคน เจอปัญหาขัดแย้งทางความคิด เรือหักกลางลำ จึงยุติความขัดแย้งนี้ ด้วยการล้มเลิกกลางคัน สรุปรอบนี้เจ็บ พร้อมกับทุนที่จมหายไปเกือบครึ่งล้าน

-หลบเลียแผลใจได้ไม่นาน จุดเปลี่ยนทางความคิดของผมคือ ตอนนั้นไม่มีเงินแล้ว แต่ไม่เคยเข็ด จึงเกิดคำถามใหม่ว่า “จะเริ่มทำธุรกิจยังไง โดยที่ไม่ต้องใช้เงินทุน” ผมคิดว่าไม่อยากเสียเวลานั่งเก็บเงิน เพื่อเริ่มธุรกิจใหม่อีกแล้ว

จึงเริ่มธุรกิจใหม่ด้วยต้นทุนความรู้ ทักษะ และคอนเนคชั่นที่มีอยู่ใกล้ๆตัว บวกกับนำเทคโนโลยีต่างๆมาช่วยในการทำธุรกิจ พอดิบพอดีกับทางบริษัทที่ต้องการทำสื่อวีดีโอในการประชาสัมพันธ์ของทางบริษัทเอง แต่ต้องมีการลงทุนซื้ออุปกรณ์ถ่ายทำในราคาสูงมาก และยังต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอีกด้วย พอเห็นปัญหา จึงทำให้ผมทดลองทำวีดีโอจากมือถือของตัวเอง ผลปรากฏว่าไม่ขี้เหร่เลย จากนั้นเจออะไรก็ถ่ายก็ตัดต่อเล่นไปเรื่อยจนชำนาญ จึงเกิดเป็นธุรกิจนี้ขึ้นมาครับ

ผูกพันธุ์กับธุรกิจมาตั้งแต่เด็กนี่เอง แล้วจับพลัดจับผลู มาทำการตัดต่อ VDO กับมือถือได้อย่างไร

อย่างหนึ่งที่ต้องบอกเลยครับ ผมมองหาไอเดีย จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวผมมาตลอด และในที่นี้ก็คือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอวัยวะหนึ่งที่มนุษย์ต้องมี และกระแส mobile trend เองก็เติบโตอย่างเห็นได้ชัด บวกกับมีประสบการณ์การทำงาน ในวงการสื่อโฆษณามาพอสมควร จึงมีมุมมองและทักษะในด้านนี้พอประมาณ จากการทำงานเป็นทุนเดิมครับ บางทีเรามักจะไปมองหาอะไรที่อยู่ไกลๆตัว จนลืมนึกถึงประโยชน์ของสิ่งที่มี หรือที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุดไป

สำหรับในตอนเริ่มต้นธุรกิจ ผมคิดว่าความยากมันอยู่ที่ การเอาชนะอุปสรรคภายในตัวเรามากกว่าครับ

ครั้งหนึ่งที่ผมไม่กล้าเสนอขาย ให้กับลูกค้ารายแรก”เพียงเพราะความคิดของตัวเอง” กลัวว่าลูกค้าจะไม่ชอบสิ่งนี้ กังวลว่าสินค้าเราจะขายได้มั้ย?? ทั้งที่ยังไม่เสนอขายเลยด้วยซ้ำ และก็ปล่อยให้คนที่ควรจะเป็นลูกค้าของเราหลุดมือไปในที่สุด

พอเปลี่ยนแนวคิดใหม่ได้ ชีวิตในการทำธุรกิจของผมก็เปลี่ยนไป เป็นเหมือนลักษณะของการโยนหินถามทาง

สิ่งที่ผมทำ ก็คือการโยนหิน ไปข้างหน้า จากนั้นเราจะได้เสียงที่บอกเส้นทางจากลูกค้าของเราเองครับ (learning by doing) ไม่มีอะไรให้กังวลหรอก

เจ๋งไปเลยครับ ทำแล้วเป็นไง เจอปัญหาไรไหม

อุปสรรคเดียวที่ยากจะรับมือสำหรับผม ก็เป็นความคิดของเราเองนี่แหละครับ

หลายๆครั้งที่ชีวิตผมมีโอกาสเข้ามาถึงมือ แต่ผมกลับปล่อยมันไป และได้แต่นั่งเสียดายกับโอกาสเหล่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป เพียงเพราะแค่ผมคิดว่าเราไม่คู่ควรกับโอกาสนี้เท่านั้นเอง ทั้งหมดเป็นเพราะความไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง

แต่ปัญหานี้มันสิ้นสุดลง เมื่อผมได้เริ่มลงมือทำในสิ่งที่คิดแล้ว ความไม่มั่นใจที่เคยมีมันกลับจางลง

เพราะรู้สึกได้ว่า ผมกำลังมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำมากกว่า ที่จะกังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง หรือลืมความกลัวที่อยู่ตรงหน้าไปเลย

ใช่ครับ!!! มันคือการลงมือทำทั้งๆที่กลัว และนี่คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผม ในการเอาชนะความกลัว
หลายคนมีจุดที่ต่ำสุด วิกฤตสุด ๆ ในชีวิต คุณชาญเจออะไรแบบนั้นไหม

Chan3

ผมเจ็บมาเยอะเลยหละครับ !! หลายครั้งที่ผมทำอะไรก็ตาม ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาหนักๆในตอนเริ่มต้นเท่านั้นครับ
ตอนทำธุรกิจอาหาร

วันแรกที่เปิดร้าน ทุกอย่างดูวุ่นวาย ของขาด คนขายหายติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจตั้งร้านบนฟุตบาท รอของครบเพื่อเปิดขายทันที แต่ไม่ทันได้ขาย เผลอเข้ามาเอาของที่บ้านแปปเดียว ร้านโดนเทศกิจยกไปเรียบร้อย ก็ต้องไปเสียค่าปรับเอาออกมา พร้อมคำสั่งห้ามขาย ต้องวิ่งเต้นกันอยู่พักใหญ่ จนเปิดขายได้ในที่สุด

ตอนทำ Information product ตัวแรก

เนื้อหาที่เตรียมไว้บนไอแพด หายเกลี้ยง ไม่รู้หายไปได้ยังไง มารู้ก็ตอนทีมงานเซ็ทกล้องตั้งแบ็คกราวน์ รอจะเริ่มถ่ายทำอยู่ไม่กี่นาทีนี้แล้ว นั่งเตรียมใหม่ก็คงไม่ทันแน่ ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมละครับทีนี้ สุดท้ายทีมงานเค้าช่วยเหลือเรา ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ทั้งหมดผมแค่เชื่อมั่นว่า ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

แล้วลงมือทำมันอย่างเต็ม 100 และปล่อยวางในผลลัพธ์เท่านั้นเอง

ปัญหาอะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะยังไง ธุรกิจก็คือการแก้ปัญหาอยู่แล้วครับ

สนใจหละ ตอนนี้มีสินค้าอะไรบ้าง ขายทางไหน

Chan6

ปัจจุบันผมทำ DVD ที่ชื่อว่า “Easy touch” สอนการถ่ายทำ+ตัดต่อวีดีโอ ด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว  เพื่อลดต้นทุนให้กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงเพิ่มโอกาสในการขายโดยไม่ต้องขายเพิ่มอีกด้วย

และก็

-เปิดคอร์สสอน การทำวีดีโอบนมือถือแบบมือโปร ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ด้วยตัวเอง

-บริการให้คำปรึกษา และรับทำสื่อโฆษณาวีดีโอ

ซึ่งทั้งหมดนี้ผมจำหน่ายผ่านช่องทางเดียว คือ เฟสบุ๊คส่วนตัวผมเองครับ

นอกจากนี้ก็กำลังจะมีสินค้าตัวใหม่ตามมาอีกมากมาย ภายใต้คอนเซปต์Easy

“เพราะทุกอย่างที่ผมสอน ต้องกลายเป็นเรื่องง่าย”

 

ปัจจัยที่ทำให้คุณชาญมาถึงวันนี้คืออะไรครับ

สำหรับส่วนตัวผม คือ ความรับผิดชอบ การยอมรับ และความเชื่อมั่น

แต่

“หัวใจสำคัญของธุรกิจ สำหรับผมคือ CONNECTION ครับ”

ทุกๆธุรกิจนั้นเกิดจาก”คน” ดังนั้นต้องพัฒนาที่”คน”ก่อนจะเกิดธุรกิจ

ให้หมั่นเรียนรู้ และกล้าที่จะลงมือทำ พร้อมด้วยเรื่องนิสัยพื้นฐานที่สำคัญๆ

-มีความรับผิดชอบ รักษาคำพูดและเวลา

-กล้าที่จะยอมรับความผิดพลาด เพื่อแก้ไขปรับปรุง

-ความเชื่อมั่น มุ่งมั่นในสิ่งที่เรากำลังทำ

ส่วนในมุมธุรกิจนั้น ผมมองว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ เรามีเพื่อนๆคอยพึ่งพาอาศัยกัน

ทุกธุรกิจก็ควรเป็นเช่นนั้น ที่ต้องมี connection เพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ซึ่งกันและกันได้

ที่สำคัญคือ สิ่งนี้จะช่วยอุดรอยรั่ว และเสริมจุดแข็งให้ธุรกิจของเรา และกลุ่ม connection ของเราอีกด้วย

มีแนวทางในการบริหารงานอย่างไรบ้าง

ยุคนี้เป็นยุคที่เรียกได้ว่า

“แข็งให้เอาเข้า อ่อนให้ส่งออก”

ธุรกิจของผม ใช้การ outsource เป็นหลัก

สิ่งไหนที่เราถนัด หรือเป็นจุดแข็ง จะเอาเข้ามาทำเองครับ

ในทางตรงข้าม สิ่งที่เราไม่ถนัด หรือเป็นจุดอ่อน ก็จะส่งออกให้คนที่ถนัดทำไป

มันช่วยประหยัดเวลา ที่จะทำเองทั้งหมดได้ และเพิ่มประสิทธิภาพของผลงานได้มากกว่าครับ

ในการทำงานร่วมกับ outsource เราจะอยู่ในฐานะลูกค้า เค้าจะใส่ใจดูแลเราดีเป็นพื้นฐานอยู่แล้วครับ

จึงไม่ค่อยกังวล เรื่องของการบริหารคนเท่าไหร่

คีย์สำคัญในเรื่องบริหารคน ผมคิดว่า “การสื่อสาร” ครับ

การสื่อสารที่ชัดเจน ครบถ้วน จะช่วยให้ทีมงาน ทำงานได้ง่าย รวดเร็ว

ลดข้อผิดพลาด และมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

อยากให้พูดถึงเรื่อง “รากหญ้า Marketing” หน่อยครับ

Chan5

“ปัญหาหาของคน คือ โอกาสของธุรกิจ”

เมื่อไหร่ที่เห็นผู้คนมีปัญหา นั่นคือโอกาสสำหรับเราเลยครับ

ส่วนใหญ่เรามักจะมองหาโอกาส โดยที่ไม่รู้ว่า อะไรคือโอกาสสำหรับเรา จึงทำให้มองเห็นได้ยาก

ผมชอบที่จะใช้วิธีกลับหัว เพื่อมองหาโอกาสอยู่เสมอ

ด้วยการรับฟังจากปัญหาของคนอื่น หาวิธีการแก้ไขมันให้ได้ ด้วยวิธีง่ายๆ

แล้วบอกต่อ แค่นั้นก็เกิดไอเดียธุรกิจได้แล้วครับ

วางแผนในอนาคตไว้อย่างไรครับ

ผมตั้งใจจะผลักดัน แบรนด์Easy ให้เกิดขึ้นในสินค้าประเภทอื่นๆหลายๆอย่าง

โดยหวังให้แบรนด์Easy นี้ กลายเป็นตัวแทนของการแก้ปัญหาแบบง่ายๆให้กับผู้คน

ส่วนรายละเอียด จะเกิดสินค้าอะไร ที่จะแก้ไขปัญหาผู้คนได้นั้น ต้องติดตามดูกันไปครับ

ฝากข้อคิดเตือนใจ เตือนสติเพื่อน ๆ หน่อยครับ

VDO-Mobile Easy Touch4

ถ้าคุณต้องการเริ่มต้นทำ Info Business ผมมีคำแนะนำง่ายๆ 5 ขั้นตอนให้ลองทำตามนะครับ

1.ค้นหาความถนัด ความชอบ ของตัวเองให้เจอ

2.ค้นหาปัญหาของผู้คน ในเรื่องที่คุณถนัด หรือชอบให้เจอ

3.ใส่หีบห่อ ให้มันกลายเป็นสินค้า

4.หากลุ่มผู้คนที่มีปัญหานี้ให้เจอ แล้วศึกษาความต้องการของเค้า

5.เปลี่ยนคนกลุ่มนี้ ให้กลายเป็นลูกค้าของคุณ
อ่อ!! แล้วอย่าลืมเก็บเงินเค้าด้วยล่ะ

ช่องทางการติดต่อ

VDO-Mobile

Facebook :ChanchaiAlkareemee

Line ID : ozamah12

Tel : 086-518-5964

ตัวอย่างผลงานตัดต่อจาก มือถือเครื่องเดียว Easy Touch

เถ้าแก่ใหม่วิเคราะห์ธุรกิจ

Chan4

“ขายความรู้ Infoprenuer” อาชีพใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในช่วง 1-2 ปีนี้ครับ นำความรู้ ความชำนาญมาสร้างเป็นธุรกิจ

นำมาแบ่งปัน แปลเปลี่ยนเป็นรายได้ นับว่าธุรกิจนี้ยังไปได้อีก แต่สิ่งสำคัญคือความเป็น “มืออาชีพ”

หัวใจเริ่มต้นของ Infoprenuer ในความเห็นผม ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยคำว่า “รายได้” หรือ “กำไร” หรือ มองเป็น “ธุรกิจ” แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานเรื่องของความ “จริงใจ” ที่จะ “แบ่งปัน”

ความจริงใจนี่เอง ที่จะส่งผ่านไปยังผู้รับ ว่าเขาพร้อมที่จะ “ซื้อ” ความจริงใจ ที่เรามอบไปให้หรือไม่

แต่หากเริ่มต้นด้วย “กำไร” แล้วละก็ คนซื้อเขารู้ว่าเขาต้องการอะไร มันสัมผัสกันได้เลยนะครับ กับธุรกิจที่ “จับต้องไม่ได้”

สำหรับ คุณชาญ นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ “ความสามารถ” มีพร้อม แต่ยังไม่มี “เวที” ให้แบ่งปันมากมาย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “ธุรกิจ”

แม้เป็นก้าวแรก แต่ผมเชื่อว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาจะช่วยให้คุณชาญ นำพาธุรกิจให้เติบโตไปอย่างอนาคตได้อย่างแน่นอนครับ