ยุคที่ใคร ๆ ก็เป็นเถ้าแก่ใหม่ได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ชีวิตจะล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน จะเป็นหนี้สินล้มพ้นตัวมากมายเท่าไหร่ก็ตาม

แต่วันที่เรา “อยากรวย” ทุกปัญหาอุปสรรคกลายเป็นเพียงแค่ทางผ่าน ให้เราก้าวข้ามไปเท่านั้นเอง

น้องแบงค์ อดีตเด็กแว๊น เซอร์ ๆ ไม่มีอนาคตอะไรสวยหรู โดนสบประมาท จนต้องใจอยากเอาชนะคำพูดนั้น “คำพูดนั้น” เป็นอย่างไร ผมอยากให้ทุกท่านได้ลองอ่าน เรื่องราวความเป็นมาธุรกิจของน้องแบงค์ครับ

ชีวิตเมื่อถึงจุดสูงสุดเมื่อเรา “ลำพอง” ในความสูงนั้น จะทำให้เราหลงระเริงในความรวย จากต่ำสู่สูง จากสูงลงทำ….หลายคนจบชีวิตเมื่อชีวิตถึงจุดสูงสุด แล้วต้องตกสวรรค์มาเตี้ยติดดิน

แต่น้องแบงค์กลับพลิกชะตาชีวิตตัวเองอีกครั้ง จากการเป็นหนี้ร่วม 8 ล้าน เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถล้างหนี้นั้นได้ ทำอย่างไร

ได้เวลาที่มาทำความรู้จักกับน้องชายเถ้าแก่ใหม่ คนนี้แล้วครับ

น้องแบงค์แนะนำตัวครับ

Bank-Kripy-corn-13

ผมนายกิตติพงษ์ สุขเคหา ชื่อเล่นแบงค์ครับ อายุ 28 ปี อาชีพปัจจุบันกรรมการผู้จัดการบริษัท คริสปี้คอร์น สตอรี่ จำกัด ครับ

จุดเริ่มต้นคำสบประมาทที่ทำให้ได้ดี มีมาตอนไหน

ชีวิตการทำงานก็คงเริ่มจากการได้มาฝึกงานที่รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ที่กรุงเทพฯ ทำให้ผมได้เผชิญกับโลกกว้างเป็นครั้งแรก ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ และได้รู้ว่าตัวเองอยู่ในโลกแคบๆของตัวเองมาเสมอครับ

เจ้านายที่ฝึกงานได้พาไปเที่ยวผับแห่งหนึ่งย่าน RCA แล้วได้เจอผู้หญิงที่นั้นดูถูกถึงสามคน และหนึ่งในนั้นได้พูดดูถูกว่า

             “กลับไปดูดนมแม่ไป เด็กแว๊นๆอย่างน้องคู่ควรไปจีบเด็กสก๊อยๆที่คู่ควรดีกว่า “

นั้นก็คือจุดเริ่มต้นของการอย่างที่จะรวยของผมในวันนั้น

และผมก็บอกกับตัวเองว่า “ผมจะรวยให้ได้”

หลังจากนั้นผมก็กลับไปเรียนต่อและตั้งเป้ากับตัวเองว่า ใครจะจ้างผมต้องเงินเดือนขั้นต่ำ 25,000 บาท เท่านั้น ทั้งๆที่ผมเรียนไม่เก่งเกรดตอนนั้นอยู่ประมาณ 2.06 ครับ และจบมาได้ที่เกรด 2.20 ในปีสุดท้าย แต่ก็ยังกล้าตั้งเงินเดือนตัวเองไว้สูง แต่ก็ไม่คิดครับว่าจะมีคนเห็นค่า

เจ้านายเก่าที่ฝึกงานโทรขึ้นมาให้ขึ้นไปกรุงเทพและพาผมไปเที่ยวผับที่ดีที่สุดในกรุงเทพตอนนั้น และถามผมว่า “ เอ็งอยากทำงานกับข้าไหม เอ็งต้องการเงินเดือนเท่าไหร่” คำแรกที่ผมตอบ “อยากครับ เงินเดือนที่ผมอยากได้ 25,000 บาทครับ” และนั้นก็คือเป้าหมายแรกที่ผมทำได้สำเร็จ

ใครจะไปรู้ครับเด็กแว๊นเรียนไม่เก่งจะไม่ต้องเดินหางานทำแบบคนอื่นๆเขา ผมทุ่มเททุกอย่างที่ผมทำได้ให้กับงาน ใครใช้อะไรผมทำหมด เพราะผมถือว่า “งานพิสูจน์คน” ผมต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า เกรดมันไม่ใช่เครื่องตัดสินคุณค่าคน เงินเดือนก็ไม่ใช่จุดที่จะมาวัดกันว่าใครเก่งใครเจ๋งกว่า ผลงานที่ทำให้ปรากฎมันจะพูดแทนทุกสิ่งอย่างที่ผมว่ามา

จากความทุ่มเทผลงานของผมแค่ 8เดือนก็ทำให้ผู้ใหญ่รถไฟฟ้าท่านหนึ่งออกปากชมว่า “เด็กคนนี้เป็นใคร เก่งๆแบบนี้ อนาคตเป็นเจ้าของบริษัทฯแน่เลย”

เหมือนชี้โพรงให้กระรอก “เป็นเจ้าของบริษัท” ผมได้ฟังแล้วขนลุกเลยทันที เป้าหมายใหม่ในชีวิตผมก็เริ่มขึ้น 2 เดือนต่อมาผมตัดสินใจลาออกเลย ด้วยวัยเพียง 23 ปี กับธุรกิจตัวแรกของผมธุรกิจกล้องวงจรปิด

จาก “เริ่ม” ธุรกิจทำจน “รุ่ง” แต่ต้องกลับมา “ร่วง” เพราะความ “โลภ” และ “ประมาท”

จุดเปลี่ยนหรือครับผมทำธุรกิจตัวแรกพลาดเป็นหนี้ 7.7 ล้านบาทครับ

พี่คงสงสัยว่าทำไมเป็นหนี้เยอะจัง ต้องขอเท้าความก่อนว่า บ้านผมไม่ใช่คนรวยอะไร ตอนที่ผมจะทำธุรกิจมีแต่คนห้ามเพราะทางบ้านผมไม่มีใครทำธุรกิจเลย แต่ผมเป็นคนดื้อรั้นครับ ผมจะทำให้ได้

พ่อผมเลยพาผมไปหาเพื่อนพ่อที่เป็นนักธุรกิจสามคน และสัมภาษณ์ถ้าเขาให้ผ่านจะให้ทำ แล้วเงินเอามาจากไหน 1 ล้านบาทแรกผมได้มาจากพ่อครับ คือตอนมัธยมผมเป็นเด็กเกเรมากแต่หัวดี ตกจากห้องคิงเพราะติดเหล้า ติดหญิง ติดเกมส์ ตามภาษาวัยรุ่นครับ

เข้ามหาลัยพ่อผมก็เลยใช้รางวัลเป็นตัวล่อให้ผมเรียน โดยการที่ว่าถ้าผมเรียนวิศวะไฟฟ้า พ่อจะซื้อซีวิคให้ 1 คัน เมื่อลูกพร้อมที่จะได้มัน ( คือไม่รู้เมื่อไหร่จะพร้อม พ่อนี้ฉลาดมากฮ่าๆ ) ผมก็เลยยื้นขอเสนอพ่อว่าผมไม่เอารถแล้วผมอยากทำธุรกิจ ขอแลกรถเป็นเงินได้ไหม พ่อผมเลยให้มา 1 ล้านบาทแล้วบอกทิ้งท้ายว่า

Bank-Kripy-corn-10

            “พ่อให้มากกว่าราคารถเพราะลูกกำลังนำเงินก้อนนี้ไปสร้างเงินอีกที”

ผมใช้เงินล้านหมดไม่ถึงสามเดือนหมด ด้วยความโง่เง่า ความไม่รู้ และเป็นพวกมือเติบ ใจใหญ่ สุดท้ายบรรลัย

ล้านที่สองก็ได้มาจากการไปกู้เงินธนาคารครับ เคยดูหนังวัยรุ่นพันล้านของพี่ต๊อบ เถ่าแก่น้อยไหมครับ แบบในหนังเลยครับ ธนาคารปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ทำได้อ้าปากเลยครับ

เดินไปคุยจนท้อคอตก ผมยกโทรศัพท์หาพ่อ และพ่อบอกว่าลองอีกสัก 1 ธนาคารสิ อย่าพึ่งท้อเผื่อมันจะได้ พ่อก็ไม่มีให้แล้ว และผมก็ตัดสินใจข้ามถนนไปหาธนาคารสีม่วง คำแรกที่เขาพูดกับผม ไหนมาดูสิพี่พอจะช่วยอะไรเราได้บ้าง ผมเลยนำเสนอข้อมูลแผนธุรกิจต่าง ๆ ที่คิดว่าจะทำ และสิ่งที่ได้ลงมือทำไปบ้างแล้ว ท้ายสุดธนาคารให้เงินกู้มาอีก 1 ล้านบาท ทั้งๆที่เงินในบัญชีผมมีแค่ 8,000 บาท ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น

เงินได้มาเริ่มหมุนธุรกิจแต่แล้วคลื่นอุปสรรคระรอกใหม่ก็ถาโถมเข้ามาอีกครับ เปิดบริษัทยังไม่ได้ 3เดือนน้ำท่วมกรุงเทพ เอาอีกแล้วครับ เฮ้อชีวิต สินค้าก็พอขายได้เดือนละ 3 หมื่นกับยอดหนี้อีกมหาสาร ตรูจะเอาอย่างไรกับชีวิตดีหวะเนี่ย !!

ตอนนั้นคุณตันมีท๊อกโชว์ออกมาแล้วเขาได้พูดว่า “ จงเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส “  ผมนี่ได้สติเลย ปรับปรุงแผนการต่าง ๆ วิกฤตอะไรไม่กลัวทั้งนั้นคำๆนั้นแหละครับ 3 เดือนหมดหนี้เป็นล้าน

อีก 4 เดือนผมได้เป็นเจ้าของรถสปอร์ตคันงาม กลายเป็นพวกอู้ฟู่ ฟุ่มเฟือย หลงในความรวย เจ้าสิ่งนี้เองมันกลับมาเล่นงานผมอีกครั้งครับ อายุ 25 ทุกอย่างพังครืนลงในพริบตาเลยทีเดียว เพราะหลงตัวเอง บ้าอำนาจเงิน ทำธุรกิจแบบประมาทผมทำธุรกิจพลาดกับงานใหญ่งานหนึ่ง ผมก็เป็นหนี้รวมทั้งหมด 7.7 ล้าน

ตอนนั้นเหลือเงินติดตัวในกระเป๋า 40 บาทต่ำที่สุดที่เคยเป็น เป็นพี่พี่จะทำไงต่อ ผมพยายามหาธุรกิจใหม่ทำไปพร้อมๆกับจะเริ่มต้นใหม่ ตอนนั้นพนักงานต้องเลี้ยงข้าวผม และช่วยกันหาเงินให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่สายป่านขาด หรือเสบี่ยงอาหารขาด การจะบุกต่อมันก็ยากแล้ว

            ผมก็เลยเริ่มเข้าใจ คำว่า “สูญเสีย” สูญเสียคนรัก ครอบครัว เพื่อนมิตร ของรัก สูญเสียไปจนหมด จนพ่อกับแม่พูดว่า “

การกู้เงินรอบนี้มาช่วยให้เอ็งไม่ติดคุกจากคดีเช็คเด้ง พ่อแม่หมดเนื้อหมดตัวแล้วไม่มีอะไรจะช่วยแกได้อีกต่อไป พ่อแม่จะไม่เหลือเสื้อผ้านุ่งแล้ว เอ็งจะไปสู้ชีวิตตามทางของเอ็งหลังจากนี้พ่อแม่จะไม่ช่วยอะไรเอ็งอีกแล้ว “

แล้วเขาก็ไม่รับโทรศัพท์ผมอีกเลย นั้นแหละครับคือจุดเริ่มต้นของการ “ ฆ่าตัวตาย” แต่ชะตาชีวิตก็ได้นำพาคุณกีวีเจ้าของโรงงาน Adda Line มาหาผมเพื่อเตือนสติบอกว่า

            “ ลุกขึ้นมาทำงานสะเอ็งเกิดมาเพื่อประสบความสำเร็จจะมีเด็กสักกี่คนที่จะทำได้ขนาดนี้ลุกขึ้นมาทำงานสะ “

คำนั้นเตือนสติผมให้ผมเลิกคิดสั้น และตอนนั้นผมไม่มีเงินจะทานข้าวแล้วผมหิวมาก ก่อนที่แฟนผมจะบอกเลิกผมไปเขาได้ทำคอนเฟลกเคลือบคาราเมลทิ้งไว้ให้ผมกิน ด้วยความหิวผมก็กินไปครึ่งกระปุกใหญ่ และนั้นแหละครับคือจุดเริ่มต้นของธุรกิจตัวนี้ Krispy Corn

จากหุบเหว พาตัวเองขึ้นมาสู่ชีวิตใหม่กับธุรกิจ Krispy Corn

Bank-Kripy-corn-7

การเริ่มต้นธุรกิจนี้คิดอะไรหรือครับไม่ได้คิดมั้งพี่ฮ่าๆจังหวะโอกาสมันนำพามาจากเป็นหนี้ 7.7 ล้านแล้วตอนนั้นจ่ายเงินเดือนพนักงานที่ยังอยู่ไปหมดผมเหลือเงินในตัวแค่ 40 บาทเอง มันก็มีความรู้สึกแบบความจนมันหน้ากลัวมากๆ แล้วอยู่ดีๆแฟนเก่าก็ได้ทำคอนเฟลกตัวนี้ทิ้งไว้ให้บนโต๊ะทำงาน

ถ้าถามว่าเริ่มต้นคิดไงคงตอบว่า “ไม่ได้คิด คิดแค่จะทำไงให้มีชีวิตในวันพรุ่งนี้ จะขายของข้างถนนก็ยอม”  ทำไมถึงเลือกธุรกิจตัวนี้  ของกินมั้งพี่ ของกินมันเป็นปัจจัย 4 คนไม่กินไม่ได้ แล้วผมมีประสบการณ์กับธุรกิจที่มันจัดอยู่ใน Red Zone มาแล้ว แข่งขันกันดุเดือด แต่ขนมอันนี้มันไม่มีใครทำแบบจริงจังอ่าครับ เหมือนพี่ต๊อบ เถ่าแก่น้อย สาหร่ายทอดไม่ได้พึ่งมีในไทยมีมาเป็นสิบๆปีแล้ว พี่ต๊อบแค่เอามาใส่ซองเพิ่มอายุมัน แค่นี้ก็เป็นเศรษฐีหมื่นล้านแล้ว

ผมเองก็เช่นกันผมแค่เอามามาใส่แพ็คเกจสวยๆ เพิ่มอายุเป็นเจ้าเดียวของประเทศที่ทำให้มีอายุอาหารขนาดนี้ได้ และใส่ Story เข้าไป ขนมจึงดังขึ้นมาในโลกออนไลน์ระดับนึงได้ครับ เงินทุนหรือครับ ยืมแม่แฟนเก่ามาครับฮ่าๆ คือตอนนั้นผมกำลังจะโดนบอกเลิกครับ แฟนเก่ากำลังหนีไปทำใจที่เกาหลี ผมก็เลยไปหาแม่แฟนครับแล้วเล่าความจริงให้ฟัง แม่ครับผมล้มแล้ว ผมไม่มีเงินส่งค่างวดรถสปอร์ตงวดสุดท้าย ( ชื่อเจ้าของรถสปอร์ตใส่ชื่อแฟนเก่า ) ผมขอโทษที่ทำเครดิตแฟนเก่าเสียนะครับ

แม่เขาก็เลยไปหยิบเงินมาให้  90,000 บาท แล้วบอกว่าที่เหลือเอาไปตั้งตัวสะ นั้นแหละครับเงินทุนเริ่มต้น 40,000 บาท ( 50,000 บาทเอาไปจ่ายค่างวดรถงวดสุดท้าย ) ผมก็แบ่งเลยครับ เอา 18,000 ไปซื้อเตาอบ เอา 12,000 ไปจ้างแรงงานต่างด้าวมา 3 คน 3,000 เอาไปซื้อซอง 7,000 เอาไปซื้อวัตถุดิบ ที่เหลือหมุนเอาครับ และนั้นแหละครับเงินทุน

4 เดือนถัดมามีโรงงานแรกกำลังผลิต 4,000 กล่องต่อวัน อีก 4 เดือนถัดมาโรงงานที่สองพร้อมเครื่องจักรกำลังผลิต 40,000 ต่อวัน มันเร็วมากเลยครับหลายคนงงครับผมทำได้ไง ผมเองก็ยังงงเลยครับ ฮ่าๆ

นอกจากปัญหาชีวิตกว่าจะมาเจอธุรกิจนี่ถือว่าหนักแล้ว ปัญหาในการทำธุรกิจก็เจอได้ทุกวิ่วัน

ปัญหามันมีมาทุกวันอ่าครับพี่ผมไม่รู้จะเล่าตรงไหนดีเอาเป็นปัญหาใหญ่ๆแล้วกันครับปัญหาแรกของผมที่ผมเจอคือขายดีจนผลิตไม่ทันแล้วจะทำไงให้ทันเงินทุนก็ไม่ได้เยอะแบบคนอื่นเขาจะขยายโรงงานก็ทำได้ยากตอนนั้นผมก็เลยตัดสินใจสั่งซื้อเครื่องจักร ทั้งๆที่ไม่มีเงินหวังว่าพอเครื่องมาถึงเราจะหาเงินมาจ่ายจากการผลิตให้ทันภายใน 30 วัน เขาเรียกความคิดแบบบ้าๆครับ แต่มันก็บ้าจริงๆแต่คุ้มนะพี่ 4,000 กล่องเป็น 40,000 กล่องโอ้ 10 เท่า

ตอนนั้นเจอปัญหาใหญ่ซ้อนมาอีก โรงงานแรกผมอยุ่ที่รามอินทรา ไม่สามารถตั้งเครื่องจักร หรือขออนุญาต โรงงานประเภทที่ 2  ขึ้นไปได้ แล้วผมไม่มีเงินไปทำอีกโรงงานหนึ่งจะทำไง โรงงานแรกเสร็จได้ใช้แค่สี่เดือนเองต้องย้ายสะแล้ว ผมก็เลยทุบหม้อข้าวอีกแล้ว

            “ชีวิตผมไม่มีอะไรจะเสี่ยงแล้ว มันเสี่ยงมาทั้งชีวิตแล้ว”

ผมหอมเงิน สองแสนบาทที่เหลือมาเช่าโรงงานที่มหาชัยซึ่งใช้เงินมัดจำอาคารเยอะมาก รวมๆก็ 5-6 แสนกับเงินที่ต้องมัดจำ และเงินที่ต้องสร้างโรงงานอีก 1 ล้านกว่าบาท ไม่รวมค่าเครื่องจักรที่ยังไม่ได้จ่ายอีกเกือบ 2 ล้านบาทนะครับ แล้วในกระเป๋าผมมี 2 แสนบาทเอง

พี่ว่าผมทำไง ฮ่าๆ คิดมากไปก็ปวดหัว ถ้าผมคิดมากอาจจะไม่ได้มายืนอยู่จุดนี้ก็ได้

            ผมใช้ช่างช่วย 3 ช่างครับ ช่างแม้ง ช่างมัน ช่าง….

เดี๋ยวก็มีทางออก ตอนนั้นขนมผมดังมากยอดสั่งจองล่วงหน้า 5 วัน ใครจะสั่งขนมผมต้องจองและโอนเงินมาทิ้งไว้ล่วงหน้า 5 วันสินค้าถึงจะผลิตและถึงมือภายใน 7 วัน ทำไงได้พี่ผมผลิตได้แค่ 4,000 กล่องต่อวันตอนนั้น แต่ยอดสั่งวันนึงมา 10,000-30,000 กล่องต่อวัน ทำไรไม่ได้นอกจากรอ รอ และรอ สูญเสียโอกาสมากๆ ผมก็เลยทำอะไรบ้าๆแบบที่ผมบอกข้างบนไปครับ

ผมเจรจาเลยกับเซลล์ที่ให้เช่าโรงงานผมขออยู่ฟรี 1 เดือนได้ไหมคัรบ ในช่วงสร้างอาคารและผมขอผ่อนชำระค่ามัดจำโรงงานเป็นสองงวด งวดแรกจ่ายเลยกำเงินสุดท้าย 2 แสนจ่ายให้ไป และงวดที่สองขอจ่ายเช็คในวันที่เข้าอยู่วันแรก เขาเรียกว่าหวังเอาน้ำบ่อหน้าแบบเสี่ยงๆครับ แต่ก็รอดมาได้ 2 แสน เพียงแค่คนสั่งขนมวันเดียวเราก็ได้รายได้นั้นแล้วครับ ก็เลยกล้า และก็เอารถสปอร์ตไปรีไฟแนนซ์ได้มาล้านกว่าบาท( ราคาตกมากรถสปอร์ตเวลาทำอะไรแบบนี้ ) และก็สร้างโรงงานตามมีตามเกิดใช้ช่างไม่กี่คนเพราะเงินไม่มี ค่อยๆสร้างกันไป และมันก็เสร็จล่าช้ากว่ากำหนดไป 1 สัปดาห์แต่ทุบหม้อข้าวแล้วไงก็ต้องผลิต เครื่องจักรก็ต้องเข้ามาติดตั้ง แต่เงินไม่มีขอเขาจ่ายเช็ค โพสต์ไป 30 วัน ทำไงให้ 30 วันหาเงินได้ 2 ล้าน นั้นคือสมาการของผม แต่ปัญหานั้นง่ายๆครับ ช่วงนั้นสัปดาห์เดียวก็ทำได้เป็นล้านอยู่แล้ว

ปัญหาที่ไม่คาดคิดก็มาหาอีกแล้ว เครื่องจักรไม่สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ แต่เขาเก็บเงินเราอย่างไงเขาก็จะเก็บทั้งๆที่เครื่องใช้ไม่ได้ และไม่ยอมซ่อมให้จนได้ด้วยบอกติดออกงานแฟร์ น้ำตาไหลนองและตามมาด้วยความเครียดผมผมร่วง 8 กระจุก และอยู่ดีๆตัวผมก็สลบไปไม่รู้ตัวลงไปนอนอยู่ในโรงบาลแอดมิดไป 3 วันร่างกายไม่มีแรงเลย

ได้เรียนรู้ว่าร่างกายไม่ยั่งยืน เหมือนตอนหนุ่มๆที่แข็งแรงไม่ค่อยนอนได้หลายๆวัน แต่นี้พอ 27 อาการเริ่มออกครับ แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออก ผมก็เลยหักดิบ อายัดเช็คแล้วบอกว่าต้องให้เครื่องจักรทำงานได้และผมจะจ่ายเงิน ตอนนั้นผมไม่มีเงินพอจ่ายด้วย ลูกค้าก็ไม่สั่งเพิ่มของเก่ายังไม่ได้ค้างส่งอยู่ 5 หมื่นกว่ากล่อง จนเครื่องสามารถทำงานได้ และนั้นแหละครับ ปัญหาคลี่คลายแล้ว

ตำนานวิกฤติการเงินครั้งที่ 1 ของคริสปี้คอร์นก็ได้ก่อกำเนิดและผ่านไปด้วยดี

ทำอย่างไรให้ยอดขายโตเร็วขนาดนี้ครับ

ขนมคริสปี้คอร์นของผมนั้นกลุ่มลูกค้าคือกลุ่มวันรุ่นและคนทำงานการเข้าถึงผมเข้าถึงผ่าน Online เกือบ 100% เพราะเป็นช่องทางเดียวทีเขาถึงมากที่สุดและเร็วที่สุดโดยใช้เงินน้อยที่สุด ก็เลยทำให้ผมได้ยอดขายมาที่เยอะพอสมควรเลยครับ

ตอนนี้นอกจากออนไลน์แล้วมีขายทางไหนบ้างอีก

12370632_516201928555906_5220389424222328055_o

ช่องทางจำหน่ายในปัจจุบันก็เป็นระบบตัวแทนครับ ด้วยระบบ Master Dealer ที่ผมคิดขึ้นมาเองครับ และมีนาคมนี้ จะมีจำหน่ายที่ 7-11 แล้วครับ 2 รส ส่วนถ้าอยากทานรสอื่นๆต้องซื้อผ่านระบบตัวแทนเท่านั้นครับ

ร้านค้าที่มีขายทั่วไปก็ผึ่งน้อย เจ้าสัวร์ อื่นๆ ครับ ด้วยการวางแผนสินค้าแยกประเภทกันและกันทำให้ระบบการค้าสมัยใหม่ไม่กระทบกับระบบตัวแทนครับ และยังมีการปรับเปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายที่มีศักยภาพมาเป็น Distributor Center เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าให้กับเราครับ

เราสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวแทนรายใหญ่ได้สูงถึงเดือนละหลายแสนหลายล้านครับ ด้วยนโยบายว่า “เราจะโตและสู้ไปด้วยกัน” ครับ

ผมจึงไม่ทิ้งระบบตัวแทน พร้อมพัฒนาให้มีความพิเศษกว่าการค้าสมัยใหม่เสมอครับ ยกตัวอย่างเช่นรสชาติที่เตรียมไว้ถึง 16 รส สิทธิการค้า แคมเปญสนับสนุนที่ได้มากกว่าระบบการค้าสมัยใหม่ครับ

อะไรคือจุดสำคัญที่ทำให้ Krispy Corn เติบโตแบบก้าวกระโดด

หาจุดสปิงบอร์ดให้เจอครับพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาผมจะเอาเวลาว่าง เวลาทานข้าวศึกษาคนที่เขาสำเร็จแล้วเพื่อพัฒนาความรู้ของเราตลอดเวลาครับ

            เวลาขึ้นอย่าหลงเวลาลงอย่าท้อท้อ

อีกสิ่งสำคัญคือสื่อสัตย์ต่อลูกค้าต่อตัวแทนและพนักงานครับตั้งแต่เปิดมาเรายังไม่เคยทำผิดกฎระเบียบสัญญากับตัวแทนเลยครับและผมก็ทุ่มทุนซื้อเครื่องเช็คน้ำหนักตรวจสอบโลหะสิ่งแปลกปลอมขอมาตราฐาน GMP HACCP เพื่อความปลอดภัยระดับสากลให้กับลูกค้าโดยเสมอครับ จึงทำให้เราเป็นผู้นำตลาดมาได้ตลอดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ครับ

ดูแลพนักงาน ลูกน้อง ตัวแทนอย่างไร

ใช้ใจบริหารครับพี่เชื่อไหมผมนอนชั้นล่างพนักงานต่างด้าวนอนอยู่บนหัวผมโดยผมไม่เคยถือสาอะไรเลยเขาใช้ของผมได้ทุกชิ้นอย่าง

พนักงานค่าแรงวันละ 300 OT เบื้องต้น 100 บาท มีบ้านพักให้ มีอินเตอร์เน็ตให้ มีแก๊สให้ เมื่อก่อนให้ข้าวสารด้วย และพนักงาน 70% ทำงานในห้องแอร์แม้แต่ Line ผลิตของผมก็ตามโดยแนวคิดที่ว่า ถ้าพนักงานทำงานด้วยความลำบาก พนักงานก็จะทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพครับ

เราอยู่กับเป็นครอบครัว พนักงานฝ่ายสนับสนุนผม แม้แต่การเงินช่วงวิกฤติต่างๆเราแทบไม่มีเงิน แต่ไม่มีใครเคยขอลาออกกันเลยมีแต่บอกว่า

Bank-Kripy-corn-6

            “เราจะสู้ไปด้วยกัน สุขด้วยกันก็ลำบากด้วยกัน”

องค์กรผมจึงเป็นองค์กรที่เต็มไปด้วยแรงศรัทธา ศรัทธาเจ้านายอายุน้อยคนนี้ผ่านปัญหาใหญ่ๆมาได้มากมาย อย่างปัญหาเช็ค 3 ล้านผมไม่มีเงินเลยอีก 5 วันต้องจ่ายแล้ว พี่เชื่อปะ ปาฏิหาริย์มีจริง วันจันทร์วันเดียวผมหาเงินได้ 1.2 ล้าน ที่เหลือก็ทยอยๆเข้ามาจนครบ และมันก็ผ่านไปได้ ทำให้พนักงานทุกคนที่นี้ทำงานด้วยหัวใจมาก่อนครับ

ลืมบอกไป พนักงานที่นี้เลิกงาน 17.30 น. นะครับ แต่ 19.00น. พึ่งจะกลับกัน ไม่ได้โอทีด้วยนะ เขาอยู่กันเอง ทำไงก็ได้ให้ที่ทำงานน่าอยู่ อยู่แล้วสบายใจ พนักงานก็จะมีประสิทธิภาพเองครับ

การทำธุรกิจแบบ “รากหญ้า” ของน้องแบงค์คืออะไร

การตลาดรากหญ้าในความคิดผมนะครับคงจะหมายถึงการเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยทุกฐานะกระจายไปยังชุมชนต่างๆซึ่งระบบเดิมของผม Online Marketing มันก็เหมือนกับ Network ดีๆตัวนึงเลยครับ ซึ่งมันถูกกระจายรายได้ไปยังกลุ่มคนรากหญ้ามากมาย เพื่อให้เขามีรายได้ ทั้งๆที่ผมสามารถเข้าห้างได้ทุกห้างเลยนะคัรบ

ตอนนั้นมีติดต่อมาหลายห้างมาก แต่ผมปฏิเสธเพราะผมอยากให้ทุกคนที่ร่วมมาเป็นครอบครัวคริสปี้คอร์นมีรายได้ครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ น้องเจนอายุ 17 ปี ขายของกับผม 10 วันได้ 129,000 บาท อายุ 17 นะครับ คุณยู่ยี่ ขายขนมผมตอนแรกเริ่มจากตลาดนัดวันละลัง ก็กำไรวันละ 1000 กว่าบาท แต่ 2 เดือนผ่านไป ปิดยอดขายเดือนเดียวได้ 400,000 กว่าบาท อายุ 20 ปี ครับ

ผมทำการตลาดสนับสนุนกลุ่มคนทุกกลุ่มคนครับ ผมชอบช่วยเหลือคน ผมจึงมีการตลาดประเภทช่วยเหลือมาก โดยยึดคติว่า

            คำว่า”ให้”  สำคัญกว่าคำว่า “ได้”

ฉะนั้นการตลาดรากหญ้าของผมก็คงจะเป็นเรื่องของกลยุทธ์สะมากกว่าครับ

ใช่ 4Ps ราคาผมถูกสุดเขาขายกันกระปุกละ 100 ผมขายซองละ 25 บาทและกำลังคลอดซอง 15 บาทมาเพื่อให้เขาถึงกลุ่มคนที่ไม่มีกำลังซื้อสูงครับ เพราะเราเข้าใจทุกคนครับ

สถานที่จัดจำหน่ายผมก็กระจายผ่านการค้าสมัยใหม่และระบบศูนย์กระจายสินค้าซึ่งจะลงไปถึงตำบล อำเภอกันดานด้วย คู่ไปกับสินค้าราคาถูกครับ  เพื่อเข้าถึงได้มากที่สุด

โปรโมชั่น กิจกรรมต่างๆก็จะสนับสนุนพัฒนาการศึกษาและคุมภาพชีวิตกับตัวบุคคลหรือองค์กรรวมครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำก็ค่อนข้างครอบคลุมครับ เพราะว่าสินค้าผมคือ Mass แปลว่าต้องขายทุกชนชั้นและกลุ่มคนครับ

วางแผนอนาคตธุรกิจไว้อย่างไร

อันนี้อาจจะบอกได้ไม่หมดนะครับความลับฮ่าๆแต่ปีนี้ผมมีแผนจะทำตามนี้ครับหลังจากได้กระจายสินค้าไปทุกที่ของประเทศแล้วเราก็จะมีโฆษณา TV ออกมาเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคน Offline ได้มากขึ้น ประสานงานการถ่ายโฆษณาบนโลกอินเตอร์เน็ตกับทาง Net idol ด้วยครับเพื่อดึงกระแสของสินค้าอีกครั้งหลังจากปีที่แล้วเป็นกระแสมากครับคนดังซื้อทานแล้วถ่ายรูปให้กันเต็มเลยตามด้วยแคมเปญแจกแจกแจกแจก           หนักแจกจริงแจกถึงมือและแจกเร็วด้วยครับผ่านรหัสชิงโชค*467 *88* และมีวิธีการแจกที่ทำเพื่อสังคมด้วยแต่ผมขออุปนะครับว่าเป็นอะไร

มีการออกหนังสือประวัติชีวิตครับ ชีวิตผมมันมี Story ทำให้สำนักพิมพ์หรือผู้ที่ติดตามเรียกร้องกันมากครับ แล้วก็ไล่ออกรายการต่างๆ อย่างล่าสุดก็คงเป็น SME ตีแตก และก็ไล่ออกทุกรายการที่เขาเชิญครับ เพื่อทำให้ทุกคนได้รู้จักผมมากขึ้น การสู้ชีวิต วิธีการทำการตลาด การกล้าได้กล้าเสีย ที่นำพามาจนสำเร็จของผม ได้ถ่ายทอดให้กับคนรุ่นใหม่ได้เอาไปปรับใช้และพัฒนาครับ

ข้อคิดฝากถึงเพื่อน ๆ เถ้าแก่ใหม่ ที่จะเริ่มทำธุรกิจ หรือกำลังประสบปัญหา

อยากฝากผู้ที่กำลังเริ่มธุรกิจใหม่ให้เริ่มจากเล็กไปใหญ่ดูทิศทางมันก่อนครับอย่าไปลงทุนอะไรเกินตัวอย่าเอาความฝันไปลงกับมันมากอย่างผมเอาความฝันไปลงกับธุรกิจต้องมีห้องประชุมมีคอมกี่เครื่องมีระบบนี้ระบบนั้นแล้วเงินมันก็หายไปโดยไม่ใช่ประโยชน์ครับ

อย่างธุรกิจใหม่ผมไม่ทำไรเลยเตาอบวัตถุดิบแรงงาน = เงิน สมการออกมาง่ายกว่าเดิมมาก พอมีเงินก็ขยายกันไปครับ ตอนแรกมันเป็นทุนอย่าไปทำมาก

สำหรับธุรกิจที่ไม่ต้องใช้ความสวยของหน้าร้านนะครับ และทำธุรกิจอย่าไปทำธุรกิจต้องห้ามประจำปีค้น Google ก็เจอครับเพราะมันเป็น Red Zone คนแข่งขันกันเยอะ แต่ถ้าพลาดไปทำก็หาจุดเด่นและข้อแตกต่างให้เจอครับ และเราจะอยู่ได้เองครับ

บางธุรกิจลงทุนต่ำกำไรสูง บางธุรกิจลงทุนสูงกำไรต่ำ บางธุรกิจยั่งยืน บางธุรกิจไม่ยั่งยืน เราต้องค่อยๆพัฒนาความรู้ประสบการณ์และแก้ไขปัญหากันต่อไปครับ จำไว้คำนึงครับ

            “เมื่อคุณล้มนั้นแหละดีแล้วครับ เพราะความล้มเหลว คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ”

โปรโมทชั่น หรือ ส่วนลดพิเศษ หากลูกค้าที่ตามอ่านจากเว็บ Taokaemai

โปรโมชั่นหรือส่วนลดพิเศษคงไม่มีให้ครับเอาเป็นว่าจัดกิจกรรมแจกกันดีกว่าสุ่มผู้แชร์บทความนี้บน Facebook ดีกว่าครับ 5 ท่านผู้โชคดีแรกได้รับเงินรางวัล 1,000 บาท และเลือกที่ทำบุญหรือบริจาคได้ 1 ที่เราจะทำบุญร่วมกันอีก 1,000 บาท ที่ไหนก็ได้ครับ สถานสงเคราะห์ โรงเรียน คนด้อยโอกาส ผู้ป่วยใครก็ได้ครับ  และผู้โชคดีอีก10 ท่าน เดี๋ยวผมส่งขนมไปให้ชิมกันฟรีๆเลยครับถึงหน้าบ้าน  อย่างไรก็ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามบทความนี้นะครับ

ช่องทางติดต่อธุรกิจ

สนใจสินค้าหรือสมัครตัวแทนจำหน่ายติดต่อมาตามช่องทางการติดต่อตามนี้ได้เลยครับ
Tel. 02-5108995 , 034-468319
Line Id : @Krispycorn
Facebook Fanpageแบงค์ กิตติพงษ์ : https://www.facebook.com/bankkcs/
Facebook FanpageKrispycorn : https://www.facebook.com/krispycorn/
IG : Krispy Corn
Website : http://www.krispycorn.com

เถ้าแก่ใหม่วิเคราะห์ธุรกิจ

ในมุมหัวใจผมยกให้น้องแบงค์หัวใจ “โครตเพชร เถ้าแก่ใหม่” เลยครับอดทน สู้ยิบตาเลย และที่สำคัญคือไม่ยอมให้ “อนาคตตัวเองโดนกำหนดด้วยขี้ปากคนอื่น” ผมบอกเลยนี่หละครับคือสิ่งสำคัญ

ธุรกิจต้องบอกว่าทุกวันนี้ Krispy Corn คือเบอร์หนึ่งตลาดนี้ครับแม้จะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาบ้างแต่ความเป็นที่หนึ่งที่ “ทิ้งห่าง” หลายช่วงตัวจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ ที่ 2 ที่ 3 จะตามมาทัน เว้นเสียแต่เจ้าใหญ่ ๆ จะลงมาทุบตลาดนี้ครับ

ผมมั่นใจครับว่า ประสบการณ์ ความคิด ปัญหาที่น้องแบงค์พบผ่านมา จะเป็น “ภูมิคุ้มกัน” ให้น้องนำพาธุรกิจ Krispy Corn เติบโตไปได้ไกลและไกลมากกว่านี้ เหมือนที่คุณต๊อบ เถ้าแก่น้อย ได้ทำมาแล้ว