ตอนช่วงเช้า ๆ ก่อนโรงเรียนเข้าแถว หากคุณลองไปสังเกตการณ์อาหารที่ผู้ปกครองนิยมซื้อให้บุตรหลานรับประทานคงหนีไม่พ้น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง อย่างแน่นอน ซึ่งนับได้ว่า มีคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสมกับการเป็นอาหารเช้าในช่วงเร่งด่วนเช่นนี้

แน่นอนครับวันนี้ผมจะพาทุกท่านเปิดมุมมองเกี่ยวกับหมูปิ้งไม้เล็ก ๆ นี้ว่า จะกลายเป็นธุรกิจเงินล้านไปได้อย่างไร และคนที่โดดเด่นที่สุด ณ ตอนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เฮียนพ ชวพจน์ ชูหิรัญ ผู้ที่มีเรื่องราวและแนวคิดเกี่ยวกับหมูปิ้งอย่างน่าสนใจ เรามาทำความรู้จักเฮียนพกันดีกว่าครับ

เรื่องราวความเป็นมากว่าจะถึงวันนี้ของ เฮียนพ เจ้าของธุรกิจหมูปิ้งนมสดหมูนุ่มเสียบไม้” นับว่าน่าสนใจมากครับ ก่อนจะประสบความสำเร็จนั้นหลายคนฟังแล้วถึงกับสัมผัสถึงพลังความมุ่งมั่นและความมุมานะของเขาจริง ๆ ครับ

โดยเฮียนพมีความรู้แค่ ม.3 เป็นหนุ่มบ้านนอก ผ่านมรสุมชีวิตมากมายและทำมาหากินหลากหลายอาชีพ เพื่อให้ตัวเองและครอบครัวอยู่รอดและมีรายได้บ้าง

เฮียนพ เล่าว่า เคยเป็นหนุ่มโรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากพิษเศรษฐกิจ ก่อนจะใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างลำบาก จนกระทั่งได้เรียนรู้สูตรหมักหมูมาปิ้งขายในเพิงเล็ก ๆ ข้างแฟลตตำรวจย่านปากเกร็ด แล้วชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อรสชาติหมูปิ้งของเขาเป็นที่ถูกปากคนทั่วประเทศ  มีผู้มารับหมูปิ้งจากเฮียนพไปปิ้งขายจำนวนหลายราย ทำให้เขาสามารถเก็บเงินสร้างโรงงานเสียบหมูได้เอง

จนปัจจุบัน มียอดขายหมูปิ้งถึงเดือนละ  3 ล้านไม้ สร้างรายได้ปีละกว่า  200  ล้านบาท แม้จะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายเช่นนี้ แต่ เฮียนพ “ชวพจน์ ชูหิรัญ” เจ้าของบริษัท หมูนุ่ม จำกัด จังหวัดนนทบุรี ก็ยังคงอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ของโครงการบ้านเอื้ออาทร ไม่ได้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังโตแบบคนอื่น ๆ ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งดี ๆ จากชีวิตของชายคนนี้ ที่ไม่ว่ารายได้ของเขาจะเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน แต่เขาและครอบครัวก็ยังใช้ชีวิตแบบสมถะและมุ่งเก็บเงินมากกว่าใช้เงิน เพื่อจุดประสงค์ในการต่อยอดธุรกิจนั่นเอง

ย้อนอดีตกลับไป เมื่อ เฮียนพ ชวพจน์ ชูหิรัญ อดีตเด็กหนุ่มบ้านนอก ที่ผ่านการใช้ชีวิตหลากรูปแบบ จากหนุ่มทาสี มาเป็นกรรมกรแบกหาม มาเป็นหนุ่มโรงงาน เป็นพ่อค้าขายอีกหลายปี  ที่ไม่มีแม้กระทั่งที่ซุกหัวนอน เมื่อมาสมัครทำงาน รปภ. ชีวิตก็ไม่ได้ดีขึ้น หันมาขับแท็กซี่คู่กับการเป็นยามก็ไปไม่รอด

มันเหมือนเป็นช่วงดวงตก ทำอะไรก็ไม่ขึ้น จนกระทั่งตัดสินใจมาขับ วินมอเตอร์ไซค์ ทำให้เขาเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง และมีเงินส่งไปให้ลูกทุกเดือน

จนกระทั่งแม่บ้านตำรวจที่ อ.ปากเกร็ดชื่อคุณ “ฮั้ว อักษร” เป็นหัวหน้าแม่บ้าน เป็นภรรยาตำรวจ มีเวลาว่างและทำหมูปิ้งขาย  ทำขายที่โรงพัก แล้วก็มีส่งบ้าง และเฮียนพก็รับจ้างไปส่งหมูให้คุณฮั้วหลายแห่งมาก

ต่อมาคุณฮั้วสอนสูตรให้น้องทำหมูปิ้ง และทำขายที่ โรงเรียนปากเกร็ด ทุกทุกขั้นตอน ทั้งซื้อหมู หั่นหมู หมักหมู และเสียบหมู ขายหมู  ต่อมาให้พี่สาวมาช่วย เขาเองก็ขับวินมอเตอร์ไซค์และเป็นยามควบคู่อยู่ตอนนั้น  ก็ยังได้มาช่วยทำหมูปิ้ง เมื่อเห็นรายได้งอกเงย จึงมีความคิดที่อยากจะได้เงินเพิ่มขึ้น เขาจึงตัดสินใจกลับมาหมักหมู แล้วให้น้องสาวไปขาย

แม้ตอนนั้นกำไรจะไม่เยอะมาก แต่เพื่ออนาคตก็สู้ทำเพิ่มรายได้ และแล้วเส้นทางรวยก็เริ่มเกิดขึ้น เมื่อป้าอีกคนมาขอรับไปขาย ทำให้เฮียนพเริ่มมองเห็นลู่ทาง จากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ทำหมูส่งไปทั่วราชอาณาจักรโดยใช้ชื่อว่า “หมูปิ้งปากเกร็ด”  เมื่อเป็นที่รู้จักพอสมควร ก็ริเริ่มวางแบรนด์ตัวเอง

จนกระทั่งปี 54 เกิดภาวะน้ำท่วม พ่อค้าแม่ค้าหยุดขายของ แต่หมูปิ้งของเฮียนพกลับเป็นเจ้าเดียวที่ขายดี จนคนเริ่มรู้จักเพิ่มมากขึ้น มีการซื้อต่อๆ กัน ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เขาต้องเพิ่มคนงานมาช่วยกัน  เสียบไม้ ซึ่งเป็นช่วงการขายที่ไม่มีการหยุดพักในช่วงเวลานั้น ขายดิบขายดี  แทบไม่มีเวลานับเงิน ไม่สนใจว่าจะได้เงินมาเท่าไหร่ นำเงินไปจ่ายค่าหมู ค่าแรง ค่าของ ทุกอย่าง เงินเหลือก็ฝากตู้เอทีเอ็ม ช่วงเวลาประมาณ  3  เดือน พอน้ำลง เขามีเงินในบัญชีมากกว่า  3  ล้านบาท

ในที่สุดก็ได้กำเนิดโรงงานหมูปิ้งแห่งแรกเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย ชื่อ  “โรงงานเนื้อหมูเสียบไม้” ซึ่งเป็นโรงงานหมูปิ้งอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย  โดยมียอดสั่งส่งขายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีการเสียบหมูสัปดาห์ละกว่าเกือบหนึ่งล้านไม้ ปัจจุบัน เพิ่งเริ่มเปิดตัวไก่ปิ้งเสียบไม้ออกมาจำหน่ายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง….

ได้ฟังเรื่องราวของเฮียนพกันไปแล้ว มาต่อกันที่แนวคิดในการทำธุรกิจของเขากันต่อเลยครับ

15 ข้อคิดดี ๆ จากเฮียนพ ชวพจน์ ชูหิรัญ หมูปิ้งนมสด

Moonum1

1.ไม่ต้องอายว่าสูตรมาจากไหน

เพราะสูตรไม่ใช่ของเขา ทำให้เขาไม่อายที่จะบอกใครๆ ว่าเป็นสูตรนั้นมาจากไหน ใคร ๆ ก็สามารถเอาไปทำได้ แล้วหากคุณประสบความสำเร็จ เขาก็ดีใจด้วย ซึ่งเป็นเจ้าเดียวที่ไม่จดลิขสิทธิ์ ทุกคนที่รับของไปแล้วสามารถนำไปสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองได้

2.ยึดมั่น ตามสโลแกนแบรนด์โรงงาน

เขาคิดว่าป้ายร้านจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ขายหมูทุกคน  เขาเองก็ศรัทธาและยึดมั่นที่ว่า “เราผูกผันต่อความพอใจสูงสุดของลูกค้า” ซึ่งเป็นสโลแกนแบรนด์ของโรงงานที่ยึดถือมาโดยตลอด

3.สร้างงานให้คนอื่นได้ คนที่ซื้อไปขายก็มีความสุข

เฮียนพไม่กลัวการมีคู่แข่ง เพราะหากเหลือแค่เฮียนพเจ้าเดียว เขาก็คงไม่มีปัญญาทำให้ทันอยู่แล้ว อย่างนี้เป็นการดี ไม่เหนื่อยมาก ทุกคนยังอยู่ก็แบ่งกันไป ความสุขก็กระจายไปทั่วเพราะขายได้กันทุกคน เขาไม่เคยคิดการใหญ่  เอาแค่ว่าสร้างงานให้คนอื่นได้เป็นพอ และคนที่ซื้อหมูเฮียนพไปขายก็มีความสุข  เขาเองก็มีโอกาสได้ซื้อบ้าน รถและได้เอาเงินไปทำบุญ ไปทำโครงการ เลี้ยงผู้คน แค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว

4. ความสุขจากการใช้ความคิด

ทุกวันนี้เขายังใช้ชีวิตอยู่บ้านเอื้ออาทร แม้จะมีคนถามว่าทำไมไม่ซื้อบ้าน เฮียนพบอกว่า บ้านใหญ่แค่ไหน ก็นอนแค่อย่างมาก  2  เมตร ทุกวันนี้เป็นการใช้ความสุขจากความคิด จากจิตใจ ไม่ได้ใช้ความสุขจากเงินทอง  และไม่เคยซื้อรถป้ายแดง เพราะเท่านี้เฮียนพก็มีความสุขมากแล้ว

5.มีความสุขกับการให้งานคนอื่นทำ

การได้ให้งานทำแก่พนักงานที่เขาดูแลกว่าสองร้อยคนนั้น เป็นความสุขอย่างยิ่ง เวลาคนงานโอนเงินกลับบ้าน ตัวเฮียนพเองจะมีความสุขเป็นพิเศษ ที่เห็นลูกน้องของตนได้เงินกลับไปเลี้ยงครอบครัว  นอกจากนี้ยังมีความสุขกับลูกค้าคนอื่นๆ ที่เห็นเขาตั้งตัวได้ เหมือนเห็นตัวเองในอดีต   ลูกน้องมีงานทำ ก็มีความสุข ซึ่งความสุขอยู่ที่ตรงนี้มากกว่า

6.อย่าไปจมกับปัญหานานๆ

เขามองว่าการที่ได้อยู่กับปัญหานานๆ แล้วมัวแต่ไปคิดถึงมันแต่ในทางลบ มันไม่สามารถจะแก้ปัญหาอะไรได้เลย เฮียนพแนะนำว่า หากเจอปัญหาอย่าไปอยู่กับมันนานๆ  รีบเดินออกมาแล้วคิดเสมอว่ามันต้องแก้ได้ อย่าคิดสั้น อย่าคิดทำร้ายตัวเอง  อย่าคิดว่าปัญหาของคุณหนักหนาที่สุด เพราะยังมีคนอื่นที่มีปัญหาหนักอึ้งกว่านี้หลายเท่านัก   อย่าไปจมกับปัญหา รีบหาอะไรทำและให้มองโลกในแง่ดี

7.ทุกอาชีพมีคุณค่าเหมือนกันหมด

Moonom02

เฮียนพบอกว่า อาชีพทุกอาชีพมีคุณค่าเหมือนกันหมด สามารถรวยได้เหมือนกันหมด แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครทำจริงไม่จริง ถ้าทำจริง คุณก็จะได้จริงๆ แต่ถ้าทำเล่นๆ ก็จะได้เล่นๆ เชื่อว่าทุกอาชีพ ถ้ามุ่งมั่นแบบนี้มันจะเกิดผลอย่างแน่นอน

8.คนเราไม่ตายเพราะความจน

เป็นคติที่เขายึดถือมาจนถึงทุกวันนี้ กับคำที่ว่า  “คนเราไม่ตายเพราะความจน แต่ตายเพราะไม่ดิ้นรนหางานทำมากกว่า” และสิ่งที่เฮียนพต้องทำเป็นประจำทุกวันในช่วงที่วิ่งวินแรกๆ ก็คือ เก็บเงินเหรียญและแบงค์ย่อย แล้วรวบรวมไปแลกเป็นแบงค์ร้อย เพื่อหยอดตู้ ATM จากนั้นจึงโอนให้ภรรยาและลูกเอาไว้ซื้อข้าวซื้อน้ำ  เพื่อให้ลูกมีเงินไปกินโรงเรียนทุกวัน จะได้ไม่ต้องอายใคร ถึงแม้ว่าตัวเองจะอดมื้อกินมื้อก็ไม่เป็นไร ขอให้ภรรยาและลูก ได้กินอิ่มครบสามมื้อก็พอ

9.วิธีคิดให้รวยแบบเฮียนพ

เขาใช้วิธีคิดหาทางรวยมาโดยตลอด และเมื่อโอกาสมาถึง เขาจะหาวิธีเพิ่มจำนวนการขาย ,หาคนมาขายสินค้าแทน  และทำการขยายสาขาให้มากที่สุด ซึ่งเป็นแนวทางการคิดที่จะต่อยอดธุรกิจไปได้อีกยาวเลยทีเดียว

10.วิกฤติชีวิต และวิกฤติโอกาส

หลายครั้งที่เจอวิกฤติ อย่างเช่นในช่วงน้ำท่วมใหญ่ เขาสามารถพลิกวิกฤติเพื่อสร้างทางรวยได้  โดยถือโอกาสที่พ่อค้าแม่ค้าหยุด แต่เฮียนพไม่ยอมหยุด ทำไปให้ถึงที่สุดตราบใดที่ยังขายได้ มีเขาขายอยู่เจ้าเดียวทำให้ได้ทั้งลูกค้าเพิ่มขึ้น เรียกได้ว่าช่วงน้ำท่วม คือช่วงที่พีคที่สุดของเฮียนพเลยก็ว่าได้

11.หลักสำคัญ ปั้นธุรกิจสำเร็จ

หลักสำคัญในการปั้นธุรกิจสำเร็จของเฮียนพก็คือ การรักษาคำพูดหรือคำมั่นสัญญา คำไหนคำนั้น และต้องทำให้ได้อย่างที่พูดกับลูกค้า การรักษาเวลา ส่งของตรงเวลา ตรงตามนัด รวดเร็วแต่ชัวร์  ที่สำคัญรักษาคุณภาพ ผลิตหมูนุ่มเสียบไม้ ได้อย่างคุณภาพ สะอาด มีความอร่อย สด ใหม่ทุกวัน

12.ใช้ชีวิตแบบสมถะ ไม่โอเวอร์

ไม่ว่ารายได้ของเขาจะเพิ่มจากอดีตมากมายเพียงใด แต่เฮียนพก็ยังใช้ชีวิตแบบสมถะและไม่โอเวอร์ ไม่ลอยลมไปกับรายได้ที่มี ทำการเก็บเงินมากกว่าใช้เงิน และใช้เงินเพื่อทำการต่อยอดธุรกิจ นั่นเป็นเพราะที่ผ่านมาเขาเคยไม่มีเงินมาก่อน เลยทำให้รู้รสชาติของความจน เขาจึงไม่ประมาทในการใช้ชีวิต

13.หลักการคิดแนวทางการเก็บเงิน

ทุกวันนี้เขาพยายามรักษาหนี้ ให้คงที่ต่อเดือนไม่ให้เกิน  20 % แต่ใช้จ่ายซัก  30% / อีก  40 % เก็บไว้ฉุกเฉิน และอีก  10 % กันไว้ลงทุน  ซึ่งหากมีรายได้มากขึ้นอีก ก็จะพยายามใช้วิถีชีวิตเหมือนเดิม แม้ตอนนี้เขาจะมีรายได้แบบไม่เดือดร้อน แต่ก็ยังไม่กล้าซื้อบ้าน เพราะกลัวผ่อนไม่หมด เขาบอกว่า ในอนาคตผมอาจซื้อบ้านหลังใหญ่ขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่อน

14.กินต่ำกว่าฐานะที่แท้จริงของตัวเองเสมอ

ด้วยความที่เขาเคยจนมาก่อนเลยทำให้ยิ่งต้องเป็นคนประหยัด ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้เฮียนพมีเงินทุนหมุนเวียนอยู่เสมอ หากเป็นคนอื่นที่มีรายได้ขนาดนี้อาจจะใช้เพลินจนหมดตัวอีกครั้งก็เป็นได้ เขาให้ข้อคิดจากประสบการณ์ของตนว่า คนที่รวยมาจากน้ำพักน้ำแรงตนเอง มักจะอยู่กินต่ำกว่าฐานะที่แท้จริงของตัวเองเสมอ

 15.อย่ายึดติดกับอะไรนานๆ

ในตอนที่ตัวเองเป็นแค่วินมอเตอร์ไซค์และเห็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันได้ดิบได้ดีล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เฮียนพบอกว่า เขาคิดมากแค่เดี๋ยวเดียว แล้วให้กำลังใจตนเองว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันคำพูดของตัวเองที่ปลอบใจในวันนั้นก็กลายเป็นจริงในวันนี้ที่เขาประสบความสำเร็จอย่างก้าวไกลเลยทีเดียว

Moonum2

เฮียนพ เจ้าของธุรกิจหมูปิ้งนมสด ที่มียอดขายสูงถึงปีละกว่า 200 ล้าน นับเป็นอีกตัวอย่างการสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดีให้แก่นักธุรกิจทุกท่านที่เริ่มต้นจากไม่มีอะไรไปจนประสบความสำเร็จสูงสุด

อีกทั้งยังสามารถพัฒนาให้เติบโตได้อีกอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกเส้นทางแห่งความสำเร็จย่อมมีที่มาที่แสนจะยากลำบาก แต่หากมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและมีแนวคิดที่ดีหล่อเลี้ยงจิตใจให้ลงมือทำสม่ำเสมอ มองหาโอกาสเสมอ ก็เชื่อได้ว่าจะประสบความสำเร็จอย่างเฮียนพกันทุกคนครับ