Brand storytelling” มีความสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างที่คุณคาดไม่ถึงครับ เพราะมันมีส่วนช่วยให้ลูกค้ามีส่วนร่วมและเกิดความรู้สึกร่วมไปกับแบรนด์ของคุณ กระบวนการนี้จะสร้างความภักดีต่อแบรนด์ของคุณได้อย่างไม่รู้ตัวครับ

จากการศึกษา Brandshare ของ Edelman ในปี 2014 ลูกค้ากว่า 87% ต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับแบรนด์ อย่างไรก็ตาม 66% ของผู้ตอบแบบสอบถามในการศึกษากล่าวว่าพวกเขาไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวของแบรนด์เลยนอกจากการแชร์ข้อมูลของตนให้แก่แบรนด์เพียงด้านเดียว

ดังนั้นการทำ Brand Storytelling จึงเป็นสิ่งที่คุณต้องให้ความสนใจเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าของคุณเพื่อสร้างโอกาสและความสำเร็จให้แก่แบรนด์ของคุณครับ การสร้าง Brand Storytelling มีหลักการอย่างไร บทความนี้มีคำตอบครับ

การเล่าเรื่องราวต่าง ๆมีพลังมากกว่าที่คุณคิด

หากคุณสังเกตดี ๆจะพบว่านักเขียนและผู้พูดที่ดีล้วนมีสิ่งที่เหมือนกันนั่นคือพวกเขาเป็นนักเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยมและมีพลังที่จะสร้างความประทับใจ สร้างแรงบันดาลใจ รวมไปถึงท้าทายและกระตุ้นได้เป็นอย่างดี พวกเขาสามารถทำให้เราสามารถจินตนาการถึงเรื่องราวต่าง ๆที่พวกเขาเล่าผ่านสื่อต่าง ๆออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม นี่คือพลังของการเล่าเรื่องครับ

ในมุมของ Brand storytelling เองก็เช่นกันที่การเล่าเรื่องจะช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจและช่วยสร้างความรู้สึกและความสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าของคุณโดยจากข้อมูลของ Infographic ที่เผยแพร่โดย OneSpot ผู้บริโภค 92% ต้องการให้แบรนด์สร้างโฆษณาที่รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องราวเมื่อบริโภค

คุณจะบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างไร

วิธีการที่ง่ายที่สุดในการสร้าง Brand storytelling คือคุณต้องทำความเข้าใจต่อภาพรวมและสิ่งที่แบรนด์ของคุณกำลังทำครับ โดยอาจจะใช้ชุดคำถามต่าง ๆดังต่อไปนี้ในการสร้างความเข้าใจต่อแบรนด์ของคุณให้มากขึ้น

คุณเป็นใคร: บริษัทของคุณเป็นอย่างไร มีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมและวัฒนธรรมของบริษัทอย่างไรพนักงานประเภทใดที่ร่วมงานในบริษัทของคุณ

คุณทำอะไร: ผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณคืออะไร เหมาะกับลูกค้าประเภทใดและช่วยตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้อย่างไร

คุณทำเพื่อใคร: กลุ่มเป้าหมายของคุณคือใคร การยกตัวอย่างกรณีศึกษาและเรื่องราวความสำเร็จของลูกค้าจะทำให้เรื่องที่คุณเล่ามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจว่าคุณสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างที่คุณเคยทำมาแล้ว

ทำไมคุณถึงทำในสิ่งที่คุณทำ: สิ่งใดคือเป้าหมายที่ใหญ่กว่าของคุณหรือแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้บริษัท ของคุณต้องผลิตสินค้าและบริการนี้ออกมา รวมไปถึงประโยชน์ที่ลูกค้าของคุณจะได้รับคืออะไร

คุณทำสินค้าและบริการนี้อย่างไร: ผลิตภัณฑ์และบริการมีการผลิตและส่งมอบไปสู่ลูกค้าด้วยวิธีการใด แสดงขั้นตอนเหล่านี้ลงไปเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มเป้าหมายของคุณ

เป้าหมายต่อไปของคุณคืออะไร: เป้าหมายต่อไปในอนาคตของคุณคืออะไร สินค้าและบริการของคุณจะถูกพัฒนาต่อไปอย่างไร คุณจะเจาะกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆเพิ่มเติมหรือไม่รวมไปถึงวิสัยทัศน์ในภายภาคหน้าของคุณคืออะไร

การตรวจสอบแนวคิดและคำถามเหล่านี้จะทำให้คุณเข้าใจแบรนด์ของตนเองมากขึ้นซึ่งจะนำไปสู่วิธีการสร้างเรื่องราวที่มีประสิทธิภาพสำหรับเนื้อหาแบรนด์ที่คุณกำลังสร้างครับ

ตัวอย่างการเขียน Brand Storytelling คุณต้องสร้างบุคลิกของแบรนด์ให้เกิดขึ้นและใช้มันในการขับเคลื่อนเรื่องราวของแบรนด์

ไม่มีใครสนใจที่จะอ่านข้อมูลและเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆตามไทม์ไลน์ครับ เพราะข้อมูลหรือเรื่องราวในลักษณะนี้ไม่มีความน่าสนใจเอาเสียเลย ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณเป็นผู้ก่อตั้งผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นมาและผลิตภัณฑ์ตัวนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยความเป็นมาของแบรนด์ที่คุณสร้างคือคุณเคยทำงานให้กับบริษัทเป็นมนุษย์เงินเดือนที่จู่ ๆก็ถูกเลิกจ้าง คุณจึงใช้เวลาในการไล่ตามความฝันของคุณและทำมันได้สำเร็จจนในวันนี้บริษัทของคุณเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างน่าสนใจ หากคุณเล่าเรื่องราวในรูปแบบนี้ อะไรคือความน่าสนใจที่สามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้ เพราะเรื่องราวในทำนองนี้มีเป็นร้อยเป็นพันนั่นเอง

สิ่งที่จะทำให้คุณเล่าเรื่องได้แตกต่างจากพล๊อตเรื่องเดิม ๆก็คือ การบอกเล่าความรู้สึกของคุณในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทเช่นการถูกเลิกจ้างทำให้คุณรู้สึกอย่างไร คุณตัดสินใจเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างไรในการเดินทางสู่ความสำเร็จ คุณมีแนวคิดที่จะเอาชนะอุปสรรคได้อย่างไรและคุณตอบโต้อุปสรรคต่าง ๆที่เข้ามาได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ก็คือบุคลิกภาพของคุณที่สะท้อนไปยังแบรนด์ซึ่งคุณควรจะนำไปใช้ในการขับเคลื่อนเรื่องราวที่คุณกำลังจะเล่า

ทำให้เรื่องราวของคุณเข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน

คุณไม่จำเป็นต้องบอกเล่าเรื่องราวที่ซับซ้อนในการทำ Brand Storytelling แต่จงทำให้มันง่ายเข้าไว้ครับ สิ่งที่คุณต้องโฟกัสในการเล่าเรื่องราวก็คือต้องมุ่งเน้นไปที่ปัญหาที่คุณพบเจอ วิธีแก้ไขปัญหาเหล่านั้นและความสำเร็จที่คุณได้รับ 3 ส่วนนี้คือโครงเรื่องหลักที่จะไม่ทำให้คุณหลงทางในความพยายามทำ Brand storytelling ของคุณ

พยายามขยายการเข้าถึงเรื่องราวของคุณ

ความสำเร็จของ Brand storytelling คือเรื่องราวที่คุณเล่าได้ถูกส่งไปสู่สายตาของกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น ดังนั้นการสร้างเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายจะช่วยดึงดูดความสนใจจากพวกเขาและจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพบเห็นจากพวกเขามากยิ่งขึ้น

ใช้เรื่องราวเพื่อสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลของคุณ (Personal Brand)

คุณสามารถนำเรื่องราวของคุณมาสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลที่สื่อถึงตัวตนของคุณและเป็นตัวแทนไปถึงแบรนด์สินค้าของคุณได้ครับ จากนั้นจงใช้ประโยชน์จากการสร้าง Personal Brand เหล่านี้เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ติดตามสำหรับเนื้อหาของแบรนด์สินค้าของคุณ

ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเพิ่มจำนวนผู้อ่าน

โซเชียลมีเดียยังคงมีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการสร้าง Brand storytelling ครับ จงใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียต่าง ๆในการประชาสัมพันธ์แบรนด์ของคุณให้เป็นที่รูจัก

บอกเล่าเรื่องราวทุกที่ที่คุณสามารถทำได้

เมื่อคุณเผยแพร่เรื่องราวของแบรนด์ให้เล่าเรื่องนั้นในทุกที่ที่คุณทำได้ พยายามค้นหาวิธีที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจของคุณลงในสื่อและแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงเรื่องราวที่คุณสร้างได้มากขึ้น

ส่งเสริมให้ลูกค้าบอกเล่าเรื่องราวของคุณ

ลูกค้ามักจะชอบเรื่องราวต่าง ๆที่แบรนด์ในดวงใจของพวกเขาบอกเล่าครับ การทำให้เรื่องราวของคุณเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ของแบรนด์จะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้แชร์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณออกไป การแบ่งปันข้อมูลประเภทนี้จะช่วยเสริมสร้างการรับรู้มากกว่าคำแนะนำผลิตภัณฑ์เสียอีก

ตัวอย่างการเขียน Brand Storytelling ทั้งหมดนี้ก็คือหลักการขั้นต้นในการทำ Brand storytelling ครับ มาถึงตรงนี้คุณน่าจะพอเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าการสร้าง Brand storytelling มีหลักการอย่างไรและมีความสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจของคุณ หากคุณต้องการให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จัก ต้องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวแบรนด์และฐานของลูกค้า ต้องการสร้างการรับรู้ให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสรู้จักแบรนด์ของคุณและแน่นอนว่าต้องการความสำเร็จที่จับต้องได้ การทำ Brand storytelling คือคำตอบที่คุณต้องการครับ

บริการอบรม ให้คำปรึกษา Digital Marketing & Brand Storytelling ทั้งแบบรูปแบบองค์กร กลุ่ม และ ตัวต่อตัวตัวอย่างการเขียน Brand Storytelling