Business and Product Reviewความรู้ทำธุรกิจ

รีวิวร้านคาร์แคร์ เคลือบเซรามิครถ Wash A Matter

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการมีประสบการณ์ดีๆ กับการเคลือบแก้วเคลือบเซรามิค และ ได้มีผู้เชี่ยวชาญมาดูแลรถที่คุณรัก ส่วนตัวแนะนำลองแวะมาใช้บริการที่ Wash A Matter  ดูนะคะ รับรองว่าจะได้รับการบริการที่ดีอย่างแน่นอน

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการมีประสบการณ์ดีๆ กับการเคลือบแก้วเคลือบเซรามิค และ ได้มีผู้เชี่ยวชาญมาดูแลรถที่คุณรัก ส่วนตัวแนะนำลองแวะมาใช้บริการที่ Wash A Matter  ดูนะคะ รับรองว่าจะได้รับการบริการที่ดีอย่างแน่นอน

เอารถไปล้างทีไรสังเกตทุกครั้งว่าถึงรถจะสะอาดเอี่ยม ขึ้นเงา แต่รถเรากลับไม่เงาสีใหม่สวยเท่าคันอื่น แถมรอยขนแมวเต็มเลย ยิ่งรถที่ขับสีขาวด้วยพอมองใกล้ๆ จะเห็นเลยว่ามีสีด่างๆ ล้างไม่ออกด้วย เลยเกิดความรู้สึกอยากเอารถไปเคลือบแก้วกับเขาบ้าง ร้านที่ล้างรถประจำก็มีเคลือบแก้วเหมือนกัน แต่รถที่ขับอยู่ใช้งานมาเกือบ 4 ปีแล้วไม่เคยขัดสีเลย ทำมากสุดก็แค่ล้าง ดูดฝุ่น และทุกครั้งที่เอารถเข้าไปล้างก็จะแอบอายสีรถทุกที เพราะรถคันอื่นเงาแว้บกันทั้งนั้น ก็รู้ล่ะว่ารถเขาเคลือบสีกันถึงดูสวย ไปๆ มาๆ ก็อยากทำบ้าง แต่ราคาอย่างที่รู้กันเคลือบแก้วก็ถูกหน่อย เคลือบเซรามิคก็แพงขึ้นอีกนิด ที่สำคัญเคลือบแก้วกับเคลือบเซรามิคต่างกันยังไง ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยสักนิด งานหาข้อมูลก่อนตัดสินใจเลยบังเกิด

เคลือบเซรามิครถ ราคาเท่าไหร่กันบ้าง ?

อย่างที่บอกว่าร้านที่เอารถไปล้างประจำก็มีทั้งรับเคลือบแก้วและเคลือบเซรามิค พอเอารถไปล้างอีกครั้งก็เลยถือโอกาสนั่งดูคันอื่นที่เขามาเคลือบ พร้อมกับดูราคาเคลือบแบบจริงจังไปพร้อมๆ กันด้วยเลย รถเรา Honda Civic ก็ไซส์ M ราคาเห็นบอกไว้ว่าถ้าเป็นแบบ Optimum Gloss Coat ราคา 15,000 บาท แต่ถ้าเป็นแบบ Opti-Coat Pro ก็ 27,000 บาท แล้วก็ยังมีแบบ Opti-Coat Pro Plus ด้วย แต่ละแบบต่างกันยังไงไม่รู้ สุดท้ายก็ต้องเดินไปถาม ได้คำตอบมาให้เข้าใจง่ายๆ ว่า Optimum Gloss Coat ก็คือเคลือบแก้ว ส่วน Opti-Coat Pro กับ Opti-Coat Pro Plus ก็คือเคลือบเซรามิค และแน่นอนว่าเคลือบเซรามิคมีข้อดีมากกว่าราคาก็เลยสูงกว่าเคลือบแก้ว

จะเคลือบหรือไม่เคลือบดี ในเมื่อขับรถมาตั้ง 4 ปี ไม่เคยเคลือบก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าเคลือบล่ะจะเป็นยังไง ก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มต่อไปแล้วก็สรุปกับตัวเองได้แบบนี้ รถที่เคลือบนอกจากจะสวยแล้วยังทำให้ดูแลรถง่ายขึ้น น้ำและฝุ่นจะเกาะรถได้ยากขึ้น (อันนี้เหมาะกับเรา) ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น (อันนี้ก็เหมาะ เพราะรถมีรอยขนแมวเยอะมาก) ช่วยป้องการขี้นก ยางไม้ ยางมะตอย กัดสีได้มากขึ้น (อันนี้โดนใจมาก เพราะไปต่างจังหวัดทีไรเละทุกที) ป้องกันแสง UV ได้ (คิดเอาเองว่าเหมือนที่เราทา Sun Block) รวมๆ ก็น่าทำนะ แต่จะเคลือบแก้วหรือเคลือบเซรามิคดีล่ะ

ศูนย์คาร์แคร์ ล้างรถ เคลือบเซรามิครถ ที่ไหนดี ?

เสิร์ชหาข้อมูลต่อไปค่ะ หลังจากเข้าไปอ่านหลายๆ ที่ในที่สุดก็ได้ข้อเปรียบเทียบว่า แข็ง 9 H อันนี้หลายๆ ที่บอกก็ เท่าๆ กัน  ป้องกันการกัดของขี้นก ยางไม้ ยางมะตอย โคลน ปูน ฯลฯ ทุกที่ล้วนบอกเคลือบเซรามิคดีกว่า, ป้องกันการเกาะของ สิ่งสกปรกและฝุ่น เคลือบเซรามิคดีกว่า, ป้องกัน UV เคลือบเซรามิคดีกว่า เลยไม่ต้องคิดมากล่ะ เคลือบเซรามิคก็ดีกว่าเห็นๆ

สุดท้ายของการตัดสินใจคือจะเคลือบที่ร้านไหน อันนี้โจทย์ใหญ่ เพราะจะทำทั้งทีก็ต้องทำให้ออกมาสวยๆ ดีๆ  Wash A Matter ร้านประจำที่เอารถไปล้างก็มีเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิคเหมือนกัน เห็นมีคนเอารถไปเคลือบทุกครั้งเลย ร้านนี้ก็เลยเป็น ตัวเลือกแรกตามความคุ้นเคยและไว้ใจ แต่ยังไงก็ขอเพิ่มความมั่นใจด้วยการเข้าไปหาข้อมูลใน google ก่อน ลองเสิร์ชชื่อร้านก็เจอเว็บไซต์ เข้าไปดูเขาบอกว่าใช้น้ำยานำเข้าจากอเมริกาเกรดพรีเมียมมาตรฐานระดับโลกด้วย และเห็นว่าทีมงานที่ร้านไปอบรม ที่ประเทศ อเมริกา มาด้วยแต่เอาจริงๆ คนที่ไม่มีความรู้อย่างเราไม่รู้หรอกค่ะว่า ยี่ห้อ Opti-Coat ที่เป็นน้ำยาระดับโลกนี่ดียังไง ก็เลยหาข้อมูลไปเรื่อยๆ จนเจอกระทู้หนึ่ง สรุปเอาไว้ให้ว่าถ้าจะเคลือบแก้ว ต้องพิจารณาจากสิ่งต่อไปนี้

เคลือบเซรามิครถให้ตัดสินใจจากอะไรบ้าง ?

 

1 ความพร้อมของร้าน ต้องมีห้องเคลือบเป็นสัดเป็นส่วนได้มาตรฐาน

2 มาตรฐานของน้ำยาเคลือบ

3 ต้องมีการเตรียมผิวรถก่อนการเคลือบ ก็คือการทำความสะอาดเคลียสภาพผิวรถให้มากที่สุด พวกรอยขนแมว รอด่างต่างๆ ต้องเคลียให้ได้มากที่สุดก่อน เพราะต่อให้ใช้น้ำยาชนิดเดียวกันแต่ถ้าสภาพผิวรถไม่ดีผลที่ได้ก็ไม่ดี

4 รถเก่า รถใหม่ ก็เคลือบได้

5 ร้านมีความน่าเชื่อถือ

ข้อมูลเท่าที่ได้มาคิดว่าพอแล้วส่วนจะเคลือบที่ร้านไหนก็มีเข้าไปดูๆ อยู่ 3-4 ร้านจากที่เสิร์ชหาได้ว่าอยู่แถวๆ รัชดานี่แหละใกล้บ้านดี มาลงตัวที่ร้านเดิม Wash A Matter เพราะจากที่อ่านๆ มาที่นี่ก็มีคุณสมบัติครบ ได้ฤกษ์งามเอารถไปแปลงโฉมให้ใหม่แล้ว แต่ก็แอบหวั่นใจเพราะรถเราไม่เคยขัดสีเลย ล้างอย่างเดียวมาตลอด ออกมาจะสวยเหมือนคันอื่นไหม

เคลือบเซรามิครถที่ Wash A Matter บรรยากาศนั่งสบาย บริการเป็นกันเอง

วันที่เอารถเข้าไปเคลือบเซรามิค ไปตอน 10 โมงนิดๆ โชคดีมากที่มีคิวว่าง เพิ่งดีที่โทรมาจองคิวไว้ก่อน เพราะรถต้องใช้เวลาในการทำ ร้านบอกว่ารถจะเสร็จตอนประมาณ 19.30 น. เพราะการเคลือบต้องผ่านหลายขั้นตอน จะกลับบ้านก่อนแล้วค่อยมารับรถก็ได้ แต่เราเลือกนั่งทำงานรอเพราะอยากเห็นวิธีทำด้วย ยื่นกุญแจรถให้ทางร้านแล้วเดินเข้าส่วนของร้านกาแฟไปสั่งกาแฟ ขนม นั่งเล่นกับน้องหมาประจำร้าน หันมาอีกทีรถล้างเสร็จแล้ว เช็ดเสร็จก็จัดการติดแทบกาวตามมุมต่างๆ ถอดป้ายทะเบียนเตรียมลงน้ำยาสลายคราบ ขัดดินน้ำมัน ขัดลบรอยลึก ขัดปรับสภาพ ขัดเงา เพื่อให้ผิวรถออกมาดีที่สุด นั่งมองรถตัวเองแล้วยังคิดเลยว่าเคลือบเสร็จแล้วจะสวยเหมือนคันอื่นไหม เพราะสีรถเราไม่มันเลย แต่พอเขาเริ่มขัดก็เริ่มรู้สึกว่ารถเราสีก็มันเงาได้เหมือนกันนะ เดินออกไปดูใกล้ๆ ที่ร้านบอกว่านี่แค่ขัดเงา เดี๋ยวจะมันสวยกว่านี้อีก พอขัดเสร็จเขาก็เอารถไปล้างอีกรอบ

เคลือบเซรามิครถที่ Wash A Matter พิถีพิถันทุกขั้นตอน

แล้วก็ถึงช่วงไฮไลท์คือการลงน้ำยา remove oil and wax ลงชั้น Prime หรือรองพื้น และลงน้ำยาเคลือบเซรามิคของ Opti-Coat ทางร้านเอามาให้ดูว่าเป็นน้ำยาตัวนี้ ถึงตอนนี้ห้องที่ทำการเคลือบรถก็ถูกปิดประตูกระจกมิดชิดทุกด้าน กันฝุ่นและควบคุมอุณหภูมิเหมือนที่ได้อ่านมาจากในอินเตอร์เน็ตเลย เห็นทางร้านทั้งทา ทั้งพ่นน้ำยา เสร็จ

ก็เข้าอบด้วยอินฟาเรด 10-15 นาที และรอทิ้งไว้อีกสักพักราว 5-10 นาที ก่อนจะเอารถออกมาเช็คว่ามีจุดไหนต้องเก็บรายละเอียดอีกบ้างทั้งภายนอกและภายใน ระหว่างที่เขาทำงานเราก็ยืนดีใจไปเพราะรถออกมาสีสวยมาก เงามากเหมือนรถใหม่เพิ่งออกจากศูนย์เลย เสร็จสิ้นทุกกระบวนการก็มีป้าย QC วางไว้ที่หน้ารถเป็นการบอกว่าเรารถพร้อมให้เรารับกลับบ้านได้แล้ว

ถึงตอนนี้ทางร้านก็อธิบายเพิ่มเติมว่า รถเราสามารถขับไปโดนน้ำโดนฝนได้ตามปกติ ไม่ต้องรอเซ็ทตัว 2 – 3 วัน เพราะอบอินฟาเรดให้เรียบร้อยแล้ว และถ้าจะล้างก็ล้างได้ปกติเพียงแต่เลี่ยงการขัดสีรถแบบที่ไม่ได้มาตรฐาน ถ้าโดนยางไม้ ขี้นก หรือยางมะตอย อย่างน้อยๆ ก็ควรล้างออกด้วยน้ำเปล่าภายใน 24 ชม. ซึ่งจริงๆ แล้วข้อนี้รถจะเคลือบหรือไม่เคลือบก็ควรทำเพราะมีโอกาสที่ความเป็นกรดหรือด่างจะทำลายสีรถในระดับที่ลึกจนไม่สามารถขัดออกได้

ท้ายที่สุดก่อนออกจากร้านก็ต้องจ่ายเงินค่ะ ค่าใช้จ่ายค่าเคลือบเซรามิคที่ร้าน Wash A Matter  รถไซส์ SM ราคา เบาๆ  การันตี 3 ปี ถามว่าคุ้มไหม ตอบได้เลยว่า คุ้มมาก เสียดายที่ไม่ได้เอามาเคลือบตั้งแต่ออกรถใหม่ๆ เพราะเพิ่งรู้ว่าที่จริงแล้วไม่ว่าจะเคลือบแก้วหรือเคลือบเซรามิคก็ตาม ดีต่อสีรถ ไม่ใช่แค่การฟื้นฟู สภาพสีรถแต่ยังเป็นการดูแลป้องกันก่อนเกิดปัญหา ซึ่งการป้องกันยังไงก็ดีกว่าการแก้ปัญหาอยู่แล้ว

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการมีประสบการณ์ดีๆ กับการเคลือบแก้วเคลือบเซรามิค และ ได้มีผู้เชี่ยวชาญมาดูแลรถที่คุณรัก ส่วนตัวแนะนำลองแวะมาใช้บริการที่ Wash A Matter  ดูนะคะ รับรองว่าจะได้รับการบริการที่ดีอย่างแน่นอน หรือ ลองเข้าไปดูข้อมูลเบื้องต้นนัดวันเข้าไปใช้บริการก่อนได้ที่  http://www.washamatter.com

Tags

ปรึกษาการตลาดออนไลน์เบื้องต้นกับทีมงาน Taokaemai.com

Taokaemai

สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้บริการคำปรึกษา ฝึกอบรม วางแผนพัฒนาสินค้า ช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ติดต่อ งานวิทยากร / ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ /ทำ Content / PR ธุรกิจ / รีวิวร้านอาหาร Application >> Line @taokaemai หรือ Tel. 0926565298

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close