10 เคล็ดลับทำธุรกิจปี 2024 จากถอดแนวคิดคุณ ธนินท์ เจียรวนนท์

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ, การทำธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ คำแนะนำจากคุณ ธนินท์ เจียรวนนท์, ประธานอาวุโสเครือซีพี, ให้แนวทางที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ในการนำธุรกิจเข้าสู่ปี 2024 ด้วยการเน้นย้ำถึงการใช้เทคโนโลยี, การมองหาโอกาสในวิกฤต, และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เคล็ดลับเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นแนวทางในการเติบโตของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนในระยะยาวด้วย

10 เคล็ดลับทำธุรกิจปี 2024

1.สนับสนุนการใช้ดิจิทัลวอลเล็ต:

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำธุรกรรมทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจ

  • วิเคราะห์: การใช้ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นการปฏิวัติวิธีการทำธุรกรรมทางการเงิน ทำให้การทำธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกสบายมากขึ้น
  • ตัวอย่าง: บริษัทอย่าง Grab และ Shopee ได้เปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัลของตนเอง เพื่อให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้ง่ายและรวดเร็ว

2.มองวิกฤตเป็นโอกาส:

ในยามที่โลกเผชิญวิกฤต, ธุรกิจควรมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์เหล่านั้น

  • วิเคราะห์: ในยามวิกฤต, ธุรกิจที่สามารถปรับตัวและหาโอกาสใหม่ๆ จะสามารถเติบโตและรอดพ้นจากวิกฤตได้
  • ตัวอย่าง: ในช่วงวิกฤต COVID-19, บริษัทอย่าง Zoom และ Netflix ได้เติบโตอย่างมาก เนื่องจากความต้องการในการสื่อสารออนไลน์และบันเทิงที่บ้านเพิ่มขึ้น

3.เน้นความปลอดภัยและเสถียรภาพ:

การทำธุรกิจในประเทศที่มีความปลอดภัยและเสถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ

  • วิเคราะห์: การลงทุนในประเทศที่มีความปลอดภัยและเสถียรภาพทางการเมืองจะลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน
  • ตัวอย่าง: สิงคโปร์และสวิตเซอร์แลนด์เป็นตัวอย่างของประเทศที่มีความเสถียรและปลอดภัย ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับการลงทุนต่างชาติ

4.เน้นการเติบโตในอาเซียน:

มองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังประเทศในอาเซียนที่กำลังเติบโต

  • วิเคราะห์: อาเซียนเป็นตลาดที่กำลังเติบโต การลงทุนในภูมิภาคนี้สามารถเปิดโอกาสใหม่ๆ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น
  • ตัวอย่าง: บริษัทอย่าง Alibaba และ Tencent ได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศในอาเซียน เช่น การลงทุนใน Lazada และ Shopee

5.ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:

ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการผลิต

  • วิเคราะห์: การใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุงกระบวนการผลิตสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
  • ตัวอย่าง: บริษัท Tesla ได้ใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในการผลิตรถยนต์ ทำให้สามารถผลิตได้เร็วและมีคุณภาพสูง

6.เน้นการใช้เทคโนโลยีไฮเทค:

การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการบริหารจัดการและการผลิต

  • วิเคราะห์: การนำเทคโนโลยีไฮเทคมาใช้ในธุรกิจสามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
  • ตัวอย่าง: บริษัท Amazon ใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้า

7.สร้างงานในภาคบริการ:

การเปลี่ยนแปลงจากภาคการผลิตไปสู่ภาคบริการเป็นโอกาสในการสร้างงานใหม่ๆ

  • วิเคราะห์: การเปลี่ยนแปลงจากภาคการผลิตไปสู่ภาคบริการเป็นโอกาสในการสร้างงานใหม่ๆ และตอบสนองความต้องการของตลาด
  • ตัวอย่าง: การเติบโตของภาคบริการด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว เช่น บริษัท Airbnb ที่เปลี่ยนแปลงวิธีการท่องเที่ยวและพักผ่อน

8.สนับสนุนสตาร์ตอัพและนวัตกรรม:

ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจสตาร์ตอัพและนวัตกรรมใหม่ๆ

  • วิเคราะห์: การสนับสนุนสตาร์ตอัพและนวัตกรรมสามารถสร้างธุรกิจใหม่ๆ และเปิดโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • ตัวอย่าง: บริษัท Google และ Microsoft มีโปรแกรมสนับสนุนสตาร์ตอัพ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ

9.เน้นการขายออนไลน์:

ใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงลูกค้าและขยายตลาด

  • วิเคราะห์: การขายออนไลน์เปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขวางและลดต้นทุนในการจัดจำหน่าย
  • ตัวอย่าง: บริษัท Nike ได้เพิ่มการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายและลดความจำเป็นในการมีร้านค้าทางกายภาพ

10.สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน:

การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจ

  • วิเคราะห์: ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนสามารถสร้างนโยบายและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของธุรกิจ
  • ตัวอย่าง: โครงการ Smart City ในประเทศต่างๆ เช่น ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างรัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาเมืองที่อัจฉริยะ

การปรับตัวและนวัตกรรมเป็นกุญแจสำคัญในการนำธุรกิจเข้าสู่ปี 2024 และอนาคตที่ยั่งยืน ตามที่คุณ ธนินท์ เจียรวนนท์ได้แนะนำ, การใช้เทคโนโลยีไฮเทค, การสร้างงานในภาคบริการ, การสนับสนุนสตาร์ตอัพและนวัตกรรม, การเน้นการขายออนไลน์, และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตและปรับตัวได้ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง การยึดมั่นในหลักการเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจไม่เพียงแต่รอดพ้นจากความท้าทายในปัจจุบัน แต่ยังเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต.

ต้องการที่ปรึกษาธุรกิจ ติดต่อ 090-965-5161