การตลาดออนไลน์ความรู้ทำธุรกิจ

เปรียบเทียบบริการธุรกิจขนส่งสินค้า สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ใช้บริการขนส่งพัสดุเจ้าไหนดี ?

แต่ละบริการของธุรกิจขนส่งมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเจ้าไหนต่างก็ต้องการเข้าถึงและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในการช่วยอำนวยความสะดวกและเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ละบริการของธุรกิจขนส่งมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเจ้าไหนต่างก็ต้องการเข้าถึงและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในการช่วยอำนวยความสะดวกและเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่ธุรกิจ E-commerce เติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ธุรกิจการขนส่งต้องปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า สิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มักจะคาดหวังจากการให้บริการในการจัดส่งสินค้าคือ ความรวดเร็ว ส่งตรงถึงมือ และสินค้าปลอดภัย หลากหลายขนส่งที่ให้บริการจะมีเจ้าไหนถูกใจกันบ้าง เราได้ทำการรวบรวมไว้ที่นี่แล้ว

1.ไปรษณีย์ไทย

บริการขนส่งเจ้าเก่า ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าร้อยปี บริการส่งพัสดุทั้งแบบธรรมดา แบบลงทะเบียน และแบบ EMS มีระบบการติดตามและตรวจสอบสิ่งของได้ตลอด 24 ชม. ด้วยระบบ Track & Trace ผ่านมือถือ smart phone ด้วยแอปพลิเคชั่น Track & Trace และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th

เอาใจอีคอมเมิร์ซด้วยบริการใหม่ถอดด้าม ECO-POST เพื่อรองรับผู้ค้าออนไลน์ที่ต้องการส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ในราคาประหยัดและตรวจสอบสถานะได้ โดยส่งได้หนักถึง 10 กิโลกรัม เริ่มต้นที่ราคา 25 บาท ไปจนถึง 160 บาท มีแอปพลิเคชั่น Prompt post สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ E-Commerce และบริการ Same day post ส่งสิ่งของด่วนในกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ไปรษณีย์ไทยอนุญาตให้ส่งสัตว์น้ำสวยงามได้แล้ว โดยนำร่องรับส่งปลากัดให้กับสมาชิกกรมประมง กระทรวงเกษตร เปิดให้บริการแล้วที่ทำการไปรษณีย์ 124 แห่ง

จุดเด่น : ความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายจุดให้บริการกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ แม้ที่ห่างไกลที่เอกชนไม่ไป แต่ไปรษณีย์ไทยไป เรียกได้ว่าเข้าถึงพื้นที่ทุกซอกทุกมุมจริงๆ

อัตราค่าบริการ : คิดราคาจากการชั่งตามน้ำหนัก แบบลงทะเบียนราคาเริ่มต้นที่ 16 บาท แบบ EMS เริ่มต้นที่ 32 บาท

จำนวนสาขา : เครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์มีจุดให้บริการทั่วประเทศกว่า 1,300 แห่ง ที่ทำการไปรษณีย์เอกชนอนุญาตอีกกว่า 3,000 แห่ง และศูนย์ไปรษณีย์ 18 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาค

2.Kerry Express

มาพร้อมสโลแกน “ส่งไว ส่งชัวร์  ทั่วไทย” เน้นให้บริการธุรกิจ E-commerce และการขายสินค้าผ่านสื่อโทรทัศน์ (Home-Shopping Channels) ในประเทศไทย มีช่องทางการบริการชำระค่าจัดส่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยลูกค้าสามารถชำระค่าบริการได้หลายช่องทาง รวมถึงบริการเก็บเงินปลายทาง Cash on Delivery ไม่ว่าจะเป็น เงินสด, บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และชำระบริการผ่านคิวอาร์โค้ด ได้ที่หน้าบ้านของผู้รับอีกด้วย

จุดเด่น : ใช้ระบบการโทรศัพท์ก่อนเข้าไปจัดส่งให้ลูกค้า มีบริการ Bangkok Sameday ภายในกรุงเทพฯ ที่เน้นการจัดส่งเอกสารและพัสดุขนาดเล็กภายในวันเดียว และให้บริการลูกค้ารายย่อยด้วยการเปิดพาร์เซลช็อป (Parcel Shops) ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ด้วยการรับ – ส่งพัสดุผ่านทางตู้ล็อกเกอร์ได้ 24 ชั่วโมงตลอดทั้งสัปดาห์ มีการติดตั้งตู้ล็อคเกอร์ไว้ตามอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยกว่า 70 แห่งในกรุงเทพ

อัตราค่าบริการ : ค่าขนส่งคิดจากขนาดและน้ำหนักของพัสดุราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท

จำนวนสาขา : จุดส่งสินค้า 2,500 จุด และยานพาหนะ 11,000 คัน

3.SCG Express

มี 4 รูปแบบบริการให้เลือก ได้แก่

  • บริการขนส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วนถึงบ้าน (Door to Door Parcel Delivery) หรือ TA-Q-BIN
  • บริการขนส่งพัสดุแบบควบคุมอุณหภูมิ Cool TA-Q-BIN ที่ให้บริการสำหรับพัสดุที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น ของสด อาหารทะเล ผลไม้ (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยกเว้น จ.นครปฐม)
  • บริการส่งสินค้าแช่เย็น (Chilled) ระบบควบคุมอุณหภูมิที่รักษาความเย็นได้ที่ 0-8 องศาเซลเซียส
  • บริการส่งสินค้าแช่แข็ง (Frozen) ระบบควบคุมอุณหภูมิที่รักษาความเย็นได้ต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส
  • บริการส่งเอกสารหรือพัสดุภัณฑ์ด่วนระหว่างบริษัทถึงบริษัท DOCUMENT TA-Q-BIN
  • บริการเก็บเงินปลายทาง TA-Q-BIN Collect

จุดเด่น : มีบริการที่หลากหลาย พร้อมทั้งให้บริการพื้นที่ห่างไกล จัดส่งภายใน 2-4 วัน มีความคุ้มครองกรณีพัสดุเสียหายหรือสูญหายสูงสุดถึง 3,000 บาท และยังมีบริการ Farm to Table ขนส่งสินค้าที่ไปรับ พืช ผัก ผลไม้ หรือ อาหารทะเลจากหน้าฟาร์มส่งตรงถึงบ้าน

อัตราค่าบริการ : ราคาค่าบริการสำหรับบริการ TA-Q-BIN ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม/ กล่อง เริ่มต้นที่ 40 บาท และราคาค่าบริการสำหรับ Cool TA-Q-BIN ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ กล่อง เริ่มต้นที่ 140 บาท

จำนวนสาขา : จุดให้บริการรับส่งพัสดุ 110 สาขา

4.Alpha Fast

กับคำโปรยที่ว่า ผู้เชี่ยวชาญสำหรับร้านออนไลน์ ให้บริการแบบ Door to Door เข้ารับสินค้าถึงที่โดยผ่านแอปพลิเคชั่น Alpha Sender เลือกช่วงเวลาที่สะดวก และสามารถตั้งเวลาเข้ารับแบบประจำทุกวัน รับสินค้าที่บ้านได้ถึงเที่ยงคืน สำหรับพื้นที่ให้บริการนั้นจะครอบคลุมใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ

จุดเด่น : บริการเก็บเงินปลายทางที่พร้อมรับทั้งเงินสด บัตรเครดิต และ เดบิต ซึ่ง Alpha มองว่าเป็นความต้องการของผู้บริโภค เพราะมีความมั่นใจในการจ่ายเงินในแบบมือถึงมือมากกว่าผ่านระบบ Internet Payment นับเป็นบริการที่ตอบโจทย์ความสะดวกให้กับผู้ประกอบการออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

อัตราค่าบริการ : ราคาค่าจัดส่งเริ่มต้นเพียง 35 บาท

5.Ninja Van

เป็นบริษัทโลจิสติกส์น้องใหม่มาแรงที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการพัฒนา Application ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับกับช่วงเวลาที่มีคนใช้งานเยอะมากๆ และสามารถรองรับจำนวนข้อมูลได้อย่างมหาศาล

  • NINJA EASY สำหรับบุคคลทั่วไป และผู้ประกอบการรายย่อยที่ส่งพัสดุจำนวนไม่เกิน 10 ชิ้นต่อครั้ง ที่ต้องการความสะดวกสบายในการส่งพัสดุ สามารถเลือกวิธีการจัดส่งผ่าน smart phone ได้ง่ายๆด้วยตัวเองถึง 4 ช่องทาง
  • NINJA PREMIUM สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ทำการจัดส่งพัสดุเป็นประจำทุกวัน หรือ มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และมีจำนวนพัสดุในการจัดส่งมากกว่า 20 ชิ้นต่อครั้ง

จุดเด่น : บริหารการจัดส่งสินค้าด้วยการนำเทคโนโลยีที่ลํ้าสมัยมาใช้ มุ่งเน้นสนับสนุนธุรกิจ E-commerce เป็นหลัก มีบริการเข้ารับพัสดุถึงบ้านฟรี ภายใน 90 นาที ทั่วทุกพื้นที่ใน กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ ตรวจสอบสถานะพัสดุแบบ Real time ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งทาง website และ application

อัตราค่าบริการ : ราคาของการจัดส่งพัสดุ จะถูกคิดคำนวณจากขนาด (กว้าง+ยาว+สูง) หรือน้ำหนักของพัสดุ อย่างใดอย่างหนึ่งที่มากกว่า เริ่มต้นที่ 35 บาท

6.Niko’s Logistics

ตอบสนองความต้องการในการขนส่งสินค้า ให้เป็นเหมือน One Stop Service สำหรับคนทำ E-Commerce หรือเจ้าของสินค้า SME ให้สามารถฝากขายสินค้า และบริการจัดส่งได้เลยทันที รวมถึงการวางแผนด้านการตลาดที่เดียวจบ มีรถขนส่งหลายขนาด ตั้งแต่เวสป้า รถยนต์ขนาดกลาง รถจัดส่งขนาดใหญ่ ไปจนถึงรถบรรทุกความเย็น ที่สามารถรองรับได้ทุกขนาดสินค้า

จุดเด่น : เป็นมากกว่าการขนส่งทั่วไป ที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจ มีการพัฒนาระบบไอทีเพื่อรองรับการให้บริการทั้งร้านค้าและผู้ซื้อ ได้แก่ Order System, Warehouse System, Delivery System และ Logistic System เพื่อให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบข้อมูลและสถานะในการจัดส่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านช่องทางออนไลน์ และมีบริการรับเก็บเงินปลายทาง

อัตราค่าบริการ : ราคาค่าจัดส่งเริ่มต้นที่ 45 บาท และราคาเหมาจ่ายเริ่มต้นที่ 700 บาท

แต่ละบริการของธุรกิจขนส่งมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเจ้าไหนต่างก็ต้องการเข้าถึงและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในการช่วยอำนวยความสะดวกและเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Facebook Comments
Tags

รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ในการทำธุรกิจ ช่องทางทำมาหากิน ฟรี !!!

เพิ่มเพื่อน

Taokaemai

สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้บริการคำปรึกษา ฝึกอบรม วางแผนพัฒนาสินค้า ช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ติดต่อ งานวิทยากร / ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ /ทำ Content / PR ธุรกิจ / รีวิวร้านอาหาร Application >> Line @taokaemai หรือ Tel. 0926565298

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close