SMEความรู้ทำธุรกิจบทความ

วิเคราะห์ธุรกิจความงามและสุขภาพ โอกาสและอุปสรรคในธุรกิจนี้คืออะไร ?

ธุรกิจสุขภาพและความงาม เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตมาก เพราะยุคสมัยนี้ ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ผู้สูงวัย ยังต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆเกี่ยวกับด้านสุขภาพและความงามเป็นอย่างมาก

ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม หรือ เครื่องสำอาง ทำไมตลาดนี้มันชั่งหอมหวนยิ่งนัก ใครก็รัก ใครก็หลง

แต่ก่อนที่จะกระโดดลงมาเล่นตลาดนี้ พี่ฝนอยากจะลองวิเคราะห์สภาพการแข่งขันตลาดนี้ให้หลายๆ คนได้ลองศึกษากันจริงๆ จังสักทีนะคะ

ธุรกิจนี้ “เข้าง่าย แต่ สำเร็จยาก” นะคะ เป็นอย่างไรมาดูกันคะ

โอกาสในธุรกิจความงามและสุขภาพ

1.มูลค่าตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  ระบุว่า ธุรกิจด้านสุขภาพความงามเป็นธุรกิจดาวรุ่งยอดนิยมต่อเนื่องกันมา 6 ปี มูลค่าตลาดความงามในไทยมากถึง 250,000 ล้านบาท จนทำให้มีผู้ประกอบการรายเก่า และผู้ประกอบการหน้าใหม่ ทั่วประเทศกว่า 1,800 ราย  จึงทำให้ผู้ประกอบการมองหาตลาดใหม่ในกลุ่มอาเซียน เพราะถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย  ซึ่งมูลค่าตลาดของอาเซียนมากถึง 500,000 ล้านบาท  ในกลุ่มสกินแคร์ มีมูลค่าสูงถึง 400,000 ล้านบาท เป็นผลิตบำรุงผิวขาว 48% ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั่วไป 43% และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบให้ประโยชน์เฉพาะ 9%

ทางด้านตลาดอาหารเสริม ทางธนาคาร SCB ได้ให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ scbsme.scb.co.th ว่า จากข้อมูลของ EuroMonitor พบว่าธุรกิจอาหารเสริมของไทยมีมูลค่ามากกว่า 6.67 แสนล้านบาท โดยธุรกิจอาหารเสริมนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ อาหารเสริมความงาม อาหารเสริมสุขภาพและรักษาโรค และอาหารเสริมเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย

อาหารเสริมสุขภาพ และรักษาโรคเป็นตลาดที่มีมูลค่ามากที่สุด ด้วยมูลค่ากว่า 518,000 ล้านบาท

รองลงมาเป็นอาหารเสริมความงาม มีมูลค่าตลาดประมาณ 142,000 ล้านบาท  และอันดับสุดท้ายตลาดอาหารเสริมเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายมีมูลค่าตลาด 66,700 ล้านบาท  โดยคาดว่าปี 2017 ตลาดอาหารเสริมจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 11% เป็น 738,000 ล้านบาท

อ้างอิง >https://scbsme.scb.co.th/sme-inspiration-detail/SCB_Supplementary

2.การเปิด AEC ทำให้ตลาดกว้างขึ้น

ต้องยอมรับว่าธุรกิจสุขภาพและความงาม เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตมาก เพราะยุคสมัยนี้ ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ผู้สูงวัย ยังต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆเกี่ยวกับด้านสุขภาพและความงามเป็นอย่างมาก และมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คลินิกเสริมความงามและสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพความออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

และยิ่งเปิดตลาด AEC ยิ่งมีการขยายฐานธุรกิจด้านความงามออกไปประเทศเพื่อนบ้านกันมากขึ้น  เพราะสถานเสริมความงามส่วนมากนับวันจะยิ่งขยายสาขาออกไปต่างจังหวัด และรวมไปถึงต่างประเทศด้วย ซึ่งถือว่ามีกระแสตอบรับที่ดี และมีผลตอบแทนที่ผู้ประกอบการต้องยิ้มแก้มปริเลยที่เดียว ซึ่งมูลค่าตลาดสุขภาพความงามมีมูลค่าหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาทต่อปี และมีการคาดการว่าในปีนี้ จะมีมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ถือว่าตลาดมีการเติบโตเร็วมาก ซึ่งส่วนหนึ่งมากจากประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียมีวัตถุดิบที่นำมาเป็นสารสกัด และมีคุณสมบัติที่ดูแลสุขภาพและความงามอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ต้นทุนต่ำกว่าประเทศอื่นที่ต้องนำเข้า จึงทำให้ตลาดสุขภาพความงามมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

3.ความทันสมัยทางด้านการตลาดออนไลน์

ธุรกิจสุขภาพความงาม ในด้านการส่งเสริมตลาด ก็ทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อน เพราะปัจจุบันมีโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook , IG, ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ และไลน์แอด  ที่สามารถส่งข้อมูลข่าวสารถึงลูกค้าและผู้บริโภคได้โดยตรงและเป็นจำนวนมาก และไม่เสียค่าใช้จ่ายเหมือนแต่ก่อน หากรู้เทคนิคและวิธีการทำตลาดออนไลน์ จะช่วยประหยัดค่าการตลาดไปได้มาก ซึ่งทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุนทางการตลาด

ซึ่งกลยุทธ์ด้านการตลาดออฟไลน์ ก็ควรดำเนินการไปตามปกติ และหันไปบุกตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น เป็นพลังเสริมซึ่งกันและกัน อย่าทำการตลาดเพียงแค่ช่องทางเดียว เพราะตอนนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป เราซึ่งเป็นผู้ประกอบการต้องตามลูกค้าให้ทัน (ลูกค้าอยู่ไหน เราก็ไปอยู่นั่น)

4.นวัตกรรม งานวิจัย ที่รัฐให้การสนับสนุน

เนื่องจากธุรกิจสุขภาพความงาม มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลัก และส่วนประกอบสำคัญของธุรกิจนี้

รัฐจึงเข้ามาส่งเสริมผู้ประกอบรายย่อย เพื่อให้นำวัตถุดิบที่อยู่ในพื้นที่ออกมาใช้ให้มากที่สุด เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนอีกทั้งยังเป็นสมุนไพรไทย

ที่รัฐต้องการส่งเสริมอยู่แล้ว ซึ่งรัฐเองก็จะเข้ามาสนับสนุนในด้านความรู้ในการทำผลิตภัณฑ์ การจดทะเบียน จด อ.ย. การตลาด และงานวิจัย เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาให้เป็นที่ยอมรับ จากการสนับสนุนของรัฐบาล และแน่นอน รัฐบาลเอง เมื่อสนับสนุนแล้วต้องมีตลาดรองรับ หรือมีช่องทางการจัดจำหน่ายให้ หรือมีการประชาสัมพันธ์ จัดงานแสดงสินค้าระดับประเทศให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้มีที่แสดงผลงาน และเป็นการพบกับผู้บริโภคและตัวแทนจำหน่ายได้ทั่วประเทศและทั่วโลกได้  เช่น ครีมนมข้าว น้ำผลไม้ เครื่องสำอางที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ฯลฯ

5.ระบบการขนส่ง Logistic ที่มีให้เลือก

ในส่วนของระบบการขนส่ง Logistic ยิ่งเป็นตัวส่งเสริมให้ธุรกิจสุขภาพความงามยิ่งขยายไปได้ไกล เพราะระบบขนส่ง Logistic ปัจจุบันนี้ มีความทันสมัย และมีระยะเวลาการขนส่งที่เร็วขึ้น แม้จะส่งจากไทยไปต่างเทศ และขนส่งภายในไทยไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทำให้ไม่มีข้อจำกัดในการขนส่งอีกต่อ ไม่ว่าจะเป็นขนส่งเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ความงาม ผลิตภัณฑ์ความงาม เพื่อส่งตรงถืงมือลูกค้า หรือเพื่อขยายสาขา ระบบการขนส่ง Logistic ก็มีความปลอดภัยในการขนส่ง ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ  หรือระบบขนส่งภายในประเทศเอง

6.ความต้องการของสินค้าสุขภาพความงามไทยในตลาดต่างประเทศ

เนื่องจากธุรกิจสุขภาพความงามมีการแข่งขันสูงในประเทศ เพราะมีผู้ประกอบการเกิดขึ้นราวกับดอกเห็ด ซึ่งมีการแข่งขันกันสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้มียอดจำหน่ายที่ต่อเนื่อง และความต้องการขยายฐานลูกค้า จึงมีธุรกิจสุขภาพความงามขยายสาขาไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านกันมากขึ้น และนำสินค้าสุขภาพความงามออกไปจำหน่ายต่างประเทศด้วย  ซึ่งสินค้าไทยเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ เพราะมีจุดขายตรงวัตถุดิบและส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ และมีงานวิจัยรองรับ ที่เป็นตัวยืนยันความปลอดภัย กลุ่มลูกค้าต่างประเทศจึงนิยมและเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย จึงทำให้ผู้ประกอบการทำการตลาดได้ง่าย มีกำไรในภาพรวมดีขึ้น ถึงแม้จะมีส่วนแบ่งการตลาดในไทยน้อยลงก็ตาม

อุปสรรค ปัญหาใน ธุรกิจความงามและสุขภาพ

1.จำนวนผู้เล่นในตลาด  การแข่งขันที่สูง

ธุรกิจความงามเป็นที่น่าสนใจลงทุนของผู้ประกอบการเพราะมีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายทุกเพศทุกวัย เป็นจุดดึงดูดให้คนหันมาสนใจธุรกิจนี้มากขึ้น จึงทำให้มีคู่แข่งทางธุรกิจเกิดขึ้นมากมายในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้ง เหล่า ดารา เซเลป คนดัง และบุคลากรทางการแพทย์ ต่างออกมาทำธุรกิจสุขภาพความงาม เช่น เปิดคลินิกเสริมความงาม สร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆออกมา ทั้งครีม อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามต่างๆ ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีชื่อเสียงและมีแฟนคลับอยู่แล้ว จึงทำให้ดึงส่วนแบ่งตลาดไปส่วนหนึ่ง และยังมีนักลงทุนที่มองเห็นการเติบโตของธุรกิจความงาม ต่างพากันแห่เข้ามาลงทุนกันมากขึ้น ดังนั้น คนที่จะเอาจริงกับธุรกิจสุขภาพความงาม

จำเป็นต้องศึกษาการตลาดอย่างลึกซึ้ง ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดทั้งออฟไลน์ ออนไลน์

ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และการขยายสาขา แหล่งกระจายสินค้า หรือแม้แต่ตัวแทนจำหน่าย ฯลฯ ไม่ใช่แค่มีเงิน ก็มาลงทุน และทุ่มงบโฆษณาอย่างเดียว รับรองไม่คุ้มแน่นอน เพราะอย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่า การแข่งขันตลาดธุรกิจความงามค่อนข้างสูง หากไม่แน่จริง อย่าเข้ามาในตลาดนี้ แต่ถ้ารู้ช่องทาง ตลาดสุขภาพความงามเป็นตลาดทำเงินที่มหาศาลเลยทีเดียว

2.มาตรการ กฎหมาย เกี่ยวกับ อ.ย

สินค้าสุขภาพความงามส่วนมากจำเป็นต้องมีการจดแจ้ง อย. เพราะเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าสู่ร่างกายด้วยการกิน เช่น อาหารเสริม เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ  และเครื่องสำอางที่สัมผัสกับผิวโดยตรง เช่น ครีม โลชัน อุปกรณ์แต่งหน้า ฯลฯ หากไม่มีการควบคุม เกิดผลเสียกับผู้บริโภค จึงมีกฎหมายออกมาให้มีการจดแจ้ง อย. เพื่อเป็นเครื่องการันตีความปลอดภัยให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่ปลอดภัย แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการบางคน คิดถึงผลประโยชน์ส่วนตนไม่สนใจว่าผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบอย่างไร ใส่สารปรอท และสารไฮโดรควิโนนที่เกินอัตรากฎหมายกำหนดเข้าเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางทำให้เป็นอันตรายต่อผิวและร่างกายของผู้บริโภค ซึ่งจะเห็นได้ตามข่าวที่เห็นกันไม่เว้นแต่ละวัน ดังนั้น ผู้บริโภคเอง ต้องตรวจสอบเลข อย. ให้ดีก่อนใช้ ไม่ใช่เห็นดารามาโฆษณาก็เชื่อ บางครั้งเองดาราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเครื่องสำอางที่ผลิตออกมาอย่างถูกต้องหรือไม่ ทางที่ดีผู้บริโภคตรวจสอบเองจะดีที่สุด

3.สารปลอมปนที่มีบางกลุ่มใส่เข้าไป ทำให้ภาพลักษณ์ตลาดไม่ดี

ข่าวคาว ๆ ของธุรกิจสุขภาพความงาม เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศคือ มีสารปลอมปนอยู่ในเครื่องสำอางและอาหารเสริม หรือปลอมเลข อย. ซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือของตลาดสุขภาพความงามเป็นอย่างมา การปลอมเลข อย.เพื่อหลอกขายให้กับผู้บริโภค ทำให้เกิดผลเสีย อย่างที่เป็นข่าว เช่น ผิวลอก เป็นแผลพุพอง หรือแม้แต่เกิดอาการวูบ หน้ามืด เป็นลม และทำให้ระบบในร่างกายทำงานผิดปกติ ข่าวที่เกิดขึ้นมีผลทำให้ธุรกิจสุขภาพความได้ผลกระทบมากพอสมควร เพราะลูกค้าไม่กล้าที่ใช้ครีมแบบสุ่มสี่สุ่มห้า หรือตัดสินใจซื้อยากขึ้น หรือต้องเห็นรีวิวจากผู้ใช้จริงมาก่อน ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งสร้างความน่าเชื่อถือ กับผู้บริโภคอย่างเร่งด่วน

4.ต้นทุนด้านการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น

ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีช่องทางการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า Facebook ที่ผู้ประกอบการนิยมทำการตลาดผ่านช่องทางนี้ มีการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึม ทำให้การมองเห็นลดลง ทำให้ต้องอัดค่าโฆษณากันเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเห็นโฆษณาในจำนวนเท่าเดิมหรืออาจจะน้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทำให้การวางแผนการตลาดต้องเปลี่ยนไป งบประมาณที่ตั้งไว้ก็ต้องเปลี่ยนตาม และผู้ประกอบการการเองจำเป็นต้องหาช่องทางการจัดจำหน่ายช่องทางอื่นเพิ่มขึ้น เช่น ออกบูธ  ออกงานแสดงสินค้า ให้มากขึ้น และต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์มีปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สูงขึ้น

โอกาสในธุรกิจด้านความงามยังมีสำหรับผู้ที่สนใจ แต่ต้องแนะนำว่า ต้องศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน เพราะต้องยอมรับว่ามีคนที่มองเห็นโอกาสเช่นเดียวกับเรา การเตรียมความพร้อมทั้งทุนและความด้านการตลาดเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะทำให้ลงไปลุยกับธุรกิจสุขภาพความงามได้อย่างเต็มที่

เค้กก้อนนี้ใหญ่ ใคร ๆ ก็อยากขอแบ่งไปกิน แต่จะเราจะแบ่งได้มากน้อยขนาดไหน ไม่ได้แค่ขึ้นอยู่กับขนาดใจ หรือ เงินทุนที่เรามีเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับว่า คนอื่นเขาจะให้เราแบ่งได้หรือเปล่าด้วยนะคะ เอาใจช่วยทุกคนจ้า

เริ่มต้นธุรกิจความงามและสุขภาพอย่างมืออาชีพกับ พี่ฝน ปันสวย >คลิ๊ก

Facebook Comments
Tags

ฝน ฉัตรรัตน์ พุฒิวีระพงศ์

ผู้บริหาร บ.ปันสวย จำกัด ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง อาหารเสริมสมุนไพร รับสมัครตัวแทนจำหน่าย และ ให้บริการที่ปรึกษาด้านการตลาด

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close