น้องเจล เป็นหนึ่งในสมาชิก ชมรมธุรกิจสร้างสรรค์ อีก 1 ท่านที่ผมรู้สึก ทึ่ง ในความสามารถ

ทำไม ? ก็หากวัย ไล่ ๆ กัน ตอนนั้นผมยังปากกัดตีถีบหาเงินส่งตัวเองเรียน บางวันก็ยังเฮฮาเตะบอลเล่นกับเพื่อน หรือไม่ก็ตั้งวงชงเหล้า กันบ้างก็มี

ผมว่าวัยเรียน เราสามารถสร้างประสบการณ์อะไรต่อมิอะไรได้หลาย ๆ ด้านครับ

แต่หากจับสิ่งไหนได้ดีแล้วละก็…รวยไปเลยก็มีครับ

[email protected] เป็นอีกเครื่องมือในการทำการตลาดออนไลน์ในยุค Facebook ยากหมากแพง 555

น้องเจล เป็นครูผมคนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะเป็นคนแรก ๆ ที่สอนให้ผมใช้งาน

วันนี้น้องเจล ได้นำเรื่องราว การนำ “สินค้า” มากระจาย จำหน่าย ผ่านทางช่องทาง [email protected] แล้วสามารถสร้างเป็นรายได้ให้กับตัวเอง ที่ถือว่า “ดีเลย” ครับ

จงอย่าหยุดเรียนรู้…แล้วเราจะพบ “เคล็ดวิชา” ที่เหมาะกับเราที่สุด ผมอยากจะนิยามชื่อน้องเจลว่า “ผู้ชายหน้าหวาน” ประสบการณ์ออนไลน์เงินล้าน

ทราบว่าน้องเจลยังเรียนอยู่ แนะนำตัวกับเพื่อน ๆ หน่อยครับ

สวัสดีครับผมชื่อ เจล ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี ปัจจุบันศึกษาอยู่คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากรชั้นปีที่ 6 ครับ (นศภ. ปี 6) นอกจากนั้นผมยังเป็นวิทยากรสอน inspiration กลยุทธ์อ่านคนได้พิชิตใจเป็นหุ้น Forex เบื้องต้น และการทำตลาดออนไลน์ด้วย[email protected] ครับ

รวมถึงเป็นเจ้าของเพจ [email protected] Jellywalker / Balance และยังเป็น CEO เครื่องสำอาง&อาหารเสริมของ บจก.โชติปัณณวิชญ์ ด้วยครับ

โห !!! ทำหลายอย่างมากสุดยอดจริง ๆ ถามจริง ๆ ก่อนหน้านี้ทำไรมาถึงเก่งจัง

บอกตรงๆเลยครับว่าเสเพลมากครับก่อนหน้านี้  เรียกง่ายๆว่าเป็นเด็กหลังห้องยังไม่พอ ยังอยู่ขอเงินพ่อแม่ไปวันๆอีก555

จนวันนึงครับมาเจอคำพูดดูถูกจากคนๆนึงที่ทำให้ผมสะอึกชนิดที่ว่าต้องรีบกลั้นหายใจกินน้ำกันเลยทีเดียว นั่นแหละครับคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมหาอะไรทำเพื่อลบคำดูถูกผมผมจึงเริ่มต้นจากการทำ theme line ขาย ช่วงนั้นนี่รู้เลยครับว่าเงินหายาก

เพราะตอนนั้นนั่งทำครึ่งชั่วโมงได้มาร้อยเดียวเอง รวมถึงขายสติ๊กเกอร์ Line ก็ได้กำไรตัวละ 2-3 บาทเอง รับจ้างเขียนเว็บไซต์ สอนพิเศษ ซึ่งผมทำมาแล้วเกือบทั้งหมด

แต่หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปสู่ธุรกิจ MLM ตัวหนึ่งครับ ครับ ซึ่งตรงนี้สอนผมและทำให้ผมเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้ ผมก็เก็บหอมรอมริบจากธุรกิจนี้มาเกือบ 2 ปี และทำให้ผมมีทุนเปิดบริษัทของตัวเองและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ Balance มาจนถึงทุกวันนี้ครับ

จากเด็กหลังห้อง มาสู่เจ้าของกิจการออนไลน์ได้อย่างไร

จุดเปลี่ยนจริงๆก็เห็นจะเป็นตอนที่ผมได้เข้ามาทำตลาด [email protected] นี่แหละครับ ลองผิดลองถูก ศึกษาด้วยตัวเอง ล้มแล้วล้มอีก จนเรียกได้ว่า รู้เกือบทุกอย่างของ [email protected] เลยก็ว่าได้ครับ หลังจากนั้นก็สอนการตลาด [email protected] นี่แหละครับ ให้กับหลายๆคนที่มาขอให้ผมแนะนำและช่วยเรื่องการตลาดออนไลน์ จนมีคนนึงที่ผมสอนไปแล้วประสบความสำเร็จในการทำ [email protected] เหมือนผม นั่นก็คือ “พี่แจ็ค” พี่แจ็คจึงชวนผมจึงทำแบรนด์สินค้าร่วมกันในนามของ Balance ครับ ซึ่งปัจจุบันก็เรียกได้ว่าเกือบจะเป็นรายได้หลักของผมตอนนี้เลยครับ

ทำไมจึงเลือกทำเครื่องสำอาง และขายบน [email protected]

อย่างที่ผมได้เล่าไปครับผมเริ่มต้นมาจากคำดูถูกนี่แหละเลยมีความคิดพวกนี้เกิดขึ้นมา ประกอบกับได้เรียนรู้ปรับความคิดกับธุรกิจ MLM และสะสมทุนมาจนถึงทุกวันนี้ครับ ซึ่งผมก็เพิ่งขายของออนไลน์เป็นจาก MLM นี่แหละครับ

เพราะว่าการขายของออนไลน์นั้นใช้ทุนที่เรียกได้ว่าน้อยมากๆเลยครับเมื่อเทียบกับเราเปิดหน้าร้านจากนั้นก็ได้หันไปเล่นช่องทางใหม่ๆจนมาเจอ [email protected] นี่แหละครับ ผมลองเล่นชนิดที่เรียกว่าเปลี่ยนชีวิตผมไปเลยจริงๆ

ส่วนที่เลือกทำธุรกิจประเภทสุขภาพ-ความงาม เพราะผมมองว่าตลาดนี้นับวันยิ่งโตเอาโตเอาครับ ถ้าเราทำของดีจริงทำไมจะขายไม่ได้ ถูกไหมครับและเรื่องเงินทุนผมก็เก็บมาจากการขายของออนไลน์ของผมล้วนๆเลยครับ

เจอปัญหาอุปสรรคอะไร อย่างไรบ้างครับ

ปัญหานี่เจอมาเยอะมากๆครับถ้าเล่าคงเล่าไม่หมดแน่ๆเรียกได้ว่าเจอตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำจนถึงตอนนี้ยังเจออยู่เลยครับฮ่าๆ

แต่สิ่งสำคัญคือผมมีเป้าหมายของผมชัดเจนมากๆครับว่าผมทำไปเพื่ออะไรแล้วผมทำเพื่อใครเพราะ

วันใดผมเหนื่อยหรือเครียดกับปัญหาผมก็จะย้อนกลับมามองว่าผมทำเพื่อใครแล้วเป้าหมายคืออะไรนั่นแหละครับเป็นแรงบันดาลใจให้กับผมทำให้ผมสู้ต่อ

และผมจะไม่ท้อครับเพราะท้อมีไว้ให้ลิงถือผมอยากให้มองว่าปัญหามันก็เหมือนเม็ดทรายครับเพราะถึงมันจะมีเยอะแยะมากมายแต่เม็ดทรายมันก็เล็กนิดเดียวครับให้มองปัญหาเราเป็นประสบการณ์ดีกว่าครับแล้วก้าวผ่านไปให้ได้เราจะแกร่งขึ้นครับ

ยกตัวอย่างจุดที่เหนื่อยสุด ๆ วิกฤตสุด ๆ ให้ฟังหน่อยครับ

วิกฤตสุดๆก็คงเห็นจะเป็นช่วงที่ [email protected] ไล่แบนเพจที่รับลงโฆษณาออนไลน์ครับ ซึ่งผมก็รวมอยู่ในนั้นด้วย ฮ่าๆๆ ตอนนั้นผมอาจจะเรียก “วิกฤต” ว่า “วิชั่น” มากกว่าครับ เพราะทำให้ผมได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตาหาแบรนด์สินค้ามาทำเพื่อลงเฉพาะโฆษณาของตัวเอง (จะได้ไม่โดนแบนครับ) หลังจากตกผลึกจากสัมมนาการสร้างแบรนด์ของ อ.ราช รามัญ พี่เกียรติ และพี่วินิจครับ จนจับพลัดจับผลูทำแบรนด์สินค้าของตัวเองขึ้นมาซะเลย:D

นำสินค้าเข้าตลาด [email protected] ได้อย่างไร

การขายสินค้าใน [email protected] เรียกได้ว่ามีกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากเลยครับที่จะให้เลือก ขึ้นอยู่กับ content เราว่าไปตรงกับกลุ่มไหน ส่วนใหญ่คนจะติดตามจาก แนวcontentที่เราเขียนขึ้นแหละครับ ซึ่ง [email protected] จะต่างกับออนไลน์ช่องทางอื่นตรงที่สามารถเล่นตลาดเชิงรุกได้ครับ ด้วยฟีเจอร์ broadcast ที่สามารถส่งข้อความหาทุกคนที่ติดตามเราอยู่ได้เลยครับ ถ้าเรามีคนที่ติดตามเราอยู่ซักล้านคน ลองจินตนาการตามผมนะครับ… ไม่อยากจะคิดเลยใช่ม้าาาา อิอิ ฟินสิครับ!!

 ตอนนี้มีสินค้าอะไรบ้าง หาซื้อได้ช่องทางไหน

ตอนนี้สิ่งที่ผมกำลังทำก็คือการตลาดออนไลน์ทั้งหมดครับเพราะผมเชื่อว่าเกือบทุกคนอยู่แล้วที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับออนไลน์และ [email protected] ก็เรียกได้ว่าเป็นช่องทางหลักของตอนนี้เลยครับ ซึ่งสินค้าที่ผมทำก็เป็นพวกเครื่องสำอาง-อาหารเสริม เพราะผมรู้ดีว่ากลุ่มสายสุขภาพ-ความงามไม่มีวันตายแน่นอนครับ เนื่องจากเม็ดเงินของโลกเกือบทั้งหมดอยู่กับด้านนี้โดยเฉพาะเลยครับ เพียงแค่เราโยงออนไลน์ไปให้ถึงทุกกลุ่มคนก็จะสร้างยอดขายให้เราได้แล้วครับ

ความสำเร็จที่มาถึงวันนี้ น้องเจลคิดว่าอะไรคือปัจจัยสำหรับน้องครับ

กุญแจสู่ความสำเร็จของผมมีข้อเดียวครับ นั่นคือเป้าหมายที่ชัดเจนของผมครับว่าวันนี้ผมทำธุรกิจทำไม ต้องการเงินไปเพื่ออะไร และผมทำตรงนี้เพื่อใคร

นั่นแหละครับ Key of success ของผมเลย เพราะผมอยากให้พ่อแม่ผมสบายครับ รวมถึงเป้าหมายในอนาคตผมอยากจะเปิดมูลนิธิเพื่อคนยากไร้ด้วยครับ ดูเป็นคนดีเลย ฮ่าๆๆๆ

แต่นี่เป็นความคิดที่ผมตั้งใจจะทำจริงๆครับ เพราะว่าผมเคยสัมผัสความจนมาก่อนครับ ผมรู้ดีเลยครับกับคำว่า “ไม่มี” ว่ามันทรมานแค่ไหน เป็นทุกข์แค่ไหน

 ทำงานต้องเจอทั้งรักและไม่รัก มีหลักการบริหารคนอย่างไร

ผมใช้ใจในการคุยกับคนในองค์กรมากกว่าครับยึดถือทุกคนว่าเป็นหุ้นส่วนกับผมไม่มีคำว่าเจ้านาย-ลูกน้องครับ เพราะถ้าเราให้ใจเค้าไป เค้าก็จะให้ใจเรากลับมาครับ การทำงานก็จะมีความสุขจริงมั้ยครับ

อยากใช้ช่วยนิยาม “รากหญ้า Marketing” ในแบบน้องเจลครับ

รากหญ้า Marketing ในสไตล์ของผมเป็นแบบเริ่มจากศูนย์และค่อยๆสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาครับ ซึ่งประสบการณ์ที่เดินมาระหว่างทางจะหล่อหลอมกระบวนการทางความคิดและความรู้ให้กับผมครับ โดยผมจะทำในสิ่งที่ผมถนัดก็คือผมเรียนทางสายเภสัชก็ทำในด้านสุขภาพ-ความงามและทำตลาดออนไลน์ในแบบที่ผมถนัด ซึ่งทุกคนที่เข้ามาเจรจาธุรกิจของผมนั้นจะเป็นคู่ค้าทั้งหมดที่เราสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ช่วยเหลือเกื้อหนุนกันครับ

ใครรู้อะไรถนัดด้านไหนก็มาแชร์กันครับ อย่างผู้แทนจำหน่ายของผม กำไรจากการขายปลีกที่ได้มากกว่าผมซะอีก 555 เพราะผมถือว่าถ้าเค้าอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ครับ ต่างคนต้องต่างพึ่งพากันครับ ไม่ใช่ใครดีใครเด่นกว่า ซึ่งผมจะยึดหลักแบบค่อยๆโตแบบมั่นคงดีกว่าครับ เพราะถ้าโตแบบรวดเดียวอาจจะปรับตัวไม่ทันและล้มได้ครับ

 วางแผนอนาคตไว้อย่างไร

ของผมเป็นการตลาดโดยอาศัยผู้แทนจำหน่ายทำตลาดออนไลน์ครับซึ่งผู้แทนจำหน่ายยิ่งมีมากก็ยิ่งกระจายสินค้าเราได้มากเนื่องจากแต่ละคนก็มี connection ต่างกัน กลยุทธ์ในการทำตลาดก็ต่างกัน ถนัดกันคนละด้าน ซึ่งถือเป็นข้อดีเลยทีเดียวครับ ประกอบกับตลาดออนไลน์ที่ทำให้เราได้ connection กว้างขึ้นและกระจายได้ทั่วโลกครับ ซึ่งในอนาคตผมจะเล่นตลาดออนไลน์ให้ขึ้นมาเป็นแนวหน้าทุกช่องทางครับ รวมถึงตลาดต่างประเทศด้วยครับ

ให้กำลังใจ ทิ้งท้ายให้เพื่อน ๆ วัย GenY หน่อยครับ

สำหรับคนที่จะเริ่มทำธุรกิจ

ลองหาไอเดียให้ตัวเองดูครับว่าจะทำอะไร แล้วก็เริ่มทำเลยครับอย่ารอคอยเวลา เพราะโอกาสมันไม่ได้มาหาเราตลอดครับ

ส่วนคนที่กำลังประสบปัญหา ลองตั้งสติแล้วหาทางออกดูครับ เพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอ เพียงแต่เราจะหามันเจอมั้ยนั่นก็อีกเรื่องนึงครับ 555 ถ้าหาทางออกไม่ได้ลองปรึกษาคนรอบตัวหรือผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มามากกว่าครับ เพราะประสบการณ์ที่เจอมา นั่นแหละครับคือ “ทางออก”

หลายๆคนเคยล้มมาแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อยืนขึ้นได้เมื่อไหร่ นั่นแหละครับความแกร่งจะรอคุณอยู่ ส่วนคนที่ไม่มีทุน ลองใช้ออนไลน์มาทำตลาดเลยครับ เพราะไม่ต้องลงทุนอะไรซักบาทเดียว ยกเว้นแค่ทุนสำหรับสิ่งที่เราจะขายและค่าอินเตอร์เน็ตเท่านั้นครับ

 

เถ้าแก่ใหม่วิเคราะห์ธุรกิจ

ถ้าใครเลือกจับธุรกิจ สุขภาพและความงาม คนนั้นมีโอกาสรวย

ถ้าใครใช้เครื่องมือออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพคนนั้นรวย

ถ้าใครจับทั้งสองอย่างที่ว่ามาได้ นำมารวมกัน แล้วละก็นะ !!!

เราอยู่ในยุค Gen Y โลกของเทคโนโลยีต้องยกให้คนวัยนี้ น้องเจลใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ในการทำธุรกิจ

เลือกสินค้ามาทำตลาดอย่างมี “ศิลป์” เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างมี “ศาสตร์”

โอกาสเติบโตของธุรกิจไปได้ไกล และ ไกล อีกมากเลยทีเดียวครับ

วันนี้ทำได้ถึงขนาดนี้อีกไม่เกิน 3 ปีนับจากนี้คงได้ยินชื่อ เจล ร้อยล้าน อย่างแน่นอนเลยครับ…แล้วมาคอยดูกัน