SMEความรู้ทำธุรกิจ

จ่ายเงินประกันตนเองกับประกันสังคมได้อะไรบ้าง ?

สวัสดิการประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนโดยสมัครใจ มาตรา 39 และ มาตรา 40 นั้นเป็นสวัสดิการของรัฐที่ช่วยในการแบ่งเบาภาระบางส่วนสำหรับบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้มีสวัสดิการใด ๆ โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายเงินสมทบส่วนหนึ่ง เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม

ประกันสังคม ไม่ได้เป็นสวัสดิการสังคมสำหรับลูกจ้างในสถานประกอบการเท่านั้น  บุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่ลูกจ้างในสถานประกอบการ ก็สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนเพื่อขอรับสิทธิ์ประกันสังคมได้ โดยประกันสังคมได้กำหนดรูปแบบและให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันกับผู้ประกันตนภาคบังคับ (ทำงานในสถานประกอบการในฐานะลูกจ้าง) เรียกว่า ‘ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ’

สวัสดิการประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนโดยสมัครใจ มาตรา 39 และ มาตรา 40 นั้นเป็นสวัสดิการของรัฐที่ช่วยในการแบ่งเบาภาระบางส่วนสำหรับบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้มีสวัสดิการใด ๆ โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายเงินสมทบส่วนหนึ่ง เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม

ประเภทและคุณสมบัติของผู้ประกันตน 3 ประเภท คือ

  1. ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ภาคบังคับตามกฎหมาย) คือ ลูกจ้างในสถานประกอบการ มีนายจ้างเป็นผู้ดูแลในการสมัครและลาออกจากการประกันตน และมีหน้าที่นำส่งเงินสมทบประกันสังคมให้ จะต้องมีคุณสมบัติ คือ
  • มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ และ ไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์
  • ทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
  • ไม่ใช่บุคคลที่ถูกยกเว้นตามกฎหมายประกันสังคม
  1. ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (ภาคสมัครใจ) คือ ลูกจ้างที่ลาออกจากงานทำให้สิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และไม่ได้เข้าทำงานในฐานะของลูกจ้างอีกต่อไป มีความประสงค์จะขอสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ จะต้องมีคุณสมบัติคือ
    • สมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 ภายใน 6 เดือน หลังจากพ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33
    • จ่ายเงินสมทบในฐานะของผู้ประกันตนมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน
    • ไม่เป็นผู้รับผลประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพกับประกันสังคมมาก่อน
  2. ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (ภาคสมัครใจ) คือ ผู้ประกันตนที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้า แม่ค้า รับจ้างทั่วไป ฯลฯ โดยมีคุณสมบัติ คือ
  • มีสัญชาติไทย หรือชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและมีบัตรประจำตัวคนไม่ใช่สัญชาติไทย (รหัสประจำตัวขึ้นต้นด้วย 6 และ 7)
    • มีอายุ 15 – 60 ปีบริบูรณ์
    • ไม่ใช่ข้าราชการ หรือบุคคลที่ถูกยกเว้นตามกฎหมายประกันสังคม
    • ไม่ใช่ผู้ประกันตนในมาตรา 33 และมาตรา 39
    • เป็นผู้พิการที่ยังมีความสามารถในการรับรู้สิทธิประกันสังคมได้

ในกรณีที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 นั้น ได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่จากประกันสังคม เพราะเป็นแบบประกันที่มีการจ่ายเงินสมทบสูงที่สุด โดยมีทั้งในส่วนของลูกจ้างที่จะต้องส่งในอัตราสูงสุดที่เดือนละ 750 บาท และส่วนของนายจ้างในอัตราเดียวกัน

แล้วผู้ที่สมัครประกันตนเองโดยสมัครใจ ที่ไม่มีเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง จะได้รับสวัสดิการความคุ้มครองอะไรบ้าง

ความคุ้มครองสำหรับผู้ประกันตนเอง มาตรา 39

  1. ค่ารักษาพยาบาล ในการเจ็บป่วยที่ไม่ใช่การเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยให้ความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ของประกันสังคม โดยจะไม่ได้รับการคุ้มครองในบางกรณี เช่น การตัดแว่น  การบำบัดอันเนื่องมาจากยาเสพติด  การปลูกถ่ายไขกระดูก ภาวะมีบุตรยาก  เป็นต้น
  2. เงินชดเชยการคลอดบุตร โดยประกันสังคมจะจ่ายเงินค่าคลอดบุตรจำนวน 13,000 บาท ต่อการคลอดบุตร 1 ครั้ง และจะจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีหยุดงานเนื่องจากการคลอดบุตรในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน
  3. เงินสงเคราะห์บุตร โดยประกันสังคมจะจ่ายเงินเคราะห์บุตรเดือนละ 400 บาท สำหรับบุตรที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ โดยประกันสังคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้ได้ไม่เกินรายละ 3 คน
  4. เงินชดเชยกรณีทุพลภาพ ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ตามหลักเกณฑ์ของประกันสังคม
  5. เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต ประกันสังคมจะจ่ายค่าทำศพ จำนวน 40,000 บาท และจ่ายเงินสงเคราะห์ให้กับสามี หรือภรรยา และบุตร ในอัตราค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน สำหรับผู้ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 36 เดือน แต่ไม่เกิน 120 เดือน และจ่ายเงินสงเคราะห์ในอัตราค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน สำหรับผู้ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วเกิน 120 เดือน
  6. เงินชดเชยกรณีชราภาพ ประกันสังคมจะจ่ายเงินบำเหน็จและเงินบำนาญให้ตามเกณฑ์ที่กำหนดของประกันสังคม  โดยพิจารณาตามระยะเวลาที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบกับสำนักงานประกันสังคมเป็นหลัก

ความคุ้มครองสำหรับผู้ประกันตนเอง มาตรา 40

ประกันสังคมจะให้ความคุ้มครอง 3 ระดับ ตามจำนวนเงินสมทบที่นำส่งในแต่ละเดือน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 อัตราเช่นเดียวกัน คือ 70 บาทต่อเดือน ,  100 บาทต่อเดือน และ 300 บาทต่อเดือน ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองพื้นฐานไม่เท่ากัน ดังนี้

  1. เงินชดเชยรายได้กรณีเจ็บป่วย

จะได้รับเงินชดเชยเท่ากันทั้ง 3 ระดับ  คือชดเชยรายได้กรณีนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ได้รับค่าชดเชยรายได้วันละ 300 บาท และชดเชยรายได้กรณีไม่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลแต่มีใบรับรองแพทย์ ได้รับค่าชดเชยวันละ 200 บาท

  1. เงินชดเชยการขาดรายได้กรณีทุพลภาพ จะได้รับเงินชดเชยเดือนละ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบ
  • ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบเดือนละ 70 และ 100 บาท จะได้รับเงินชดเชยเป็นระยะเวลา 15 ปี
  • ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบในอัตราเดือนละ 300 บาท จะได้รับเงินชดเชยการขาดรายได้ไปตลอดชีวิต
  1. เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต จะได้รับความคุ้มครองไม่เท่ากันตามอัตราเงินสมทบที่จ่ายให้กับประกันสังคม
  • ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบในอัตราเดือนละ 70 บาทและ 100 บาท จะได้รับเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต จำนวน 20,000 บาท
  • ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบในอัตราเดือนละ 300 บาท จะได้รับค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต จำนวน 40,000 บาท
  1. เงินสงเคราะห์บุตร จะได้รับความคุ้มครองไม่เท่ากันตามอัตราเงินสมทบที่จ่ายให้กับประกันสังคม
  • ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบในอัตราเดือนละ 70 บาทและ 100 บาท จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
  • ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบในอัตราเดือนละ 300 บาท จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 200 บาท สำหรับบุตรที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี บริบูรณ์ โดยประกันสังคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้ได้ไม่เกินรายละ 2 คน
  1. เงินชดเชยกรณีชราภาพ จะได้รับความคุ้มครองไม่เท่ากันในตามอัตราเงินสมทบที่จ่ายให้กับประกันสังคม
  • ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบในอัตราเดือนละ 70 บาท จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
  • ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบในอัตราเดือนละ 100 บาท จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามเกณฑ์ของประกันสังคม
  • ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบในอัตราเดือนละ 300 บาท จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามเกณฑ์ของประกันสังคม และได้รับเงินเพิ่ม 10,000 บาท กรณีที่จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป

สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ควรตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง และตรวจสอบสิทธิที่จะได้รับในการสมัครเป็นผู้ประกันตนในแต่ละประเภท เพื่อรับทราบสิทธิและศึกษาวิธีการปฏิบัติสำหรับการแจ้งขอรับสิทธิต่าง ๆ กับประกันสังคม เพราะสิทธิบางอย่างมีระยะเวลาในการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิ เช่น การขอสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 จะต้องยื่นใบสมัครภายใน 6 เดือนหลังจากลาออกจากงาน หากเกิน 6 เดือนไปแล้ว จะสามารถสมัครได้ในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 40 ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์น้อยกว่ามาตรา 39 เป็นต้น

หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นขอรับสิทธิประกันสังคมต่าง ๆ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ประกันสังคมโดยตรง หรือ ใช้บริการ Call Center  1506 หรือ สามารถสอบถามผ่านทางเว็ปไซต์ของสำนักงานประกันสังคม  www.sso.go.th  ได้เช่นกัน

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์บอกต่อเพื่อนๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานสร้างสรรค์บทความดีๆ เพื่อเพื่อนๆ ต่อไปครับ
Tags

รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ในการทำธุรกิจ ช่องทางทำมาหากิน ฟรี !!!

เพิ่มเพื่อน

Taokaemai

สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้บริการคำปรึกษา ฝึกอบรม วางแผนพัฒนาสินค้า ช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ติดต่อ งานวิทยากร / ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ /ทำ Content / PR ธุรกิจ / รีวิวร้านอาหาร Application >> Line @taokaemai หรือ Tel. 0926565298

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close