การทำการตลาดออนไลน์ธุรกิจประกันชีวิตเป็นช่องทางที่ได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในยุคที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเข้าถึงกันผ่านช่องทางโซเชี่ยลต่าง ๆ

การประกันชีวิตเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากในยุคปัจจุบัน เพราะกรมธรรม์ที่ดีสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในกรณีที่เกิดความเจ็บป่วยหรือสามารถส่งมอบเงินก้อนให้แก่ทายาทในกรณีที่ผู้ทำประกันเสียชีวิต แต่คนทั่วไปมักจะมองธุรกิจประกันชีวิตด้วยทัศนคติที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก อันเนื่องมาจากพฤติกรรมของนายหน้าในอดีตนั่นเอง แม้ในปัจจุบันการทำการตลาดจะเปลี่ยนไปเป็นการทำการตลาดออนไลน์แต่ทัศนคติของคนทั่วไปก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ในบทความนี้เรามีคำแนะนำดี ๆในการทำการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจประกันชีวิตมาฝากกันครับ เพื่อเป็นแนวทางในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของบุคคลทั่วไปและเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นตามที่ตั้งใจ

7 วิธีทำการตลาดออนไลน์ธุรกิจประกันชีวิต ถ้าทำได้รับรองยอดขายปัง

วิธีที่ 1: รู้จักตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจน สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ

การจะทำการตลาดออนไลน์ให้ออกมาดีและมีคนติดตามสนใจ สิ่งแรกที่คุณต้องคำนึงถึงก็คือ “จงทำความเข้าใจในตัวตนของแบรนด์ให้ถ่องแท้และสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่น่าจดจำ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังทำธุรกิจประกันชีวิตซึ่งเป็นธุรกิจหนึ่งที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะตัวตนและภาพลักษณ์ที่ถูกแสดงออกมาจะสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อแบรนด์ของคุณครับ หากคุณอยากให้แบรนด์ธุรกิจประกันชีวิตของคุณเป็นที่จดจำ คุณต้องสื่อภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ออกมาให้ชัดเจนที่สุด

วิธีที่ 2: ส่งมอบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่ลูกค้านอกเหนือไปจากข้อมูลของที่เกี่ยวกับประกันชีวิต

เคยได้ยินคำว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้รับ”ไหมครับ ธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและชีวิตซึ่งแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรงในแง่ของการเข้าไปให้การรักษาฟื้นฟูแต่ธุรกิจนี้ก็เสมือนเป็นหลักประกันของชีวิตให้แก่ลูกค้า ฉะนั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพในด้านต่าง ๆหรือโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายคือสิ่งที่คุณควรให้ความสนใจในการแชร์และส่งต่อสิ่งเหล่านี้ลงไปในกระบวนการทำการตลาดออนไลน์ของคุณครับ โดยคุณอาจจะปิดท้ายด้วยการสอดแทรกข้อมูลประกันชีวิตของคุณเข้าไปในตอนท้าย การที่คุณทำเนื้อหาดี ๆเหล่านี้ลงไปในเพจของคุณมันคือการทำ Value Content นั่นเองคุณสามารถยกระดับข้อมูลในเพจและแบ่งปันให้กลายเป็นชุมชนแห่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพด้วยก็ได้ เชื่อเถิดว่าการทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องจะเป็นวิธีการที่ทำให้คนที่ตามเพจของคุณค่อย ๆซึมซับและตระหนักถึงข้อดีของการทำประกันชีวิตไปโดยไม่รู้ตัว

วิธีที่ 3: เน้นการแบ่งปันข้อมูลมากกว่าการขาย

ในการทำการตลาดออนไลน์แม้คุณจะอยากปิดการขายมากเพียงใด แต่ถ้าคุณแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งมากเกินไป ยอดขายที่ต้องการย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากยิ่งในธุรกิจประกันชีวิตที่มีผู้คนมากมายมองภาพของตัวแทนที่ไม่ค่อยจะสู้ดีอยู่แล้ว วิธีการที่ดีที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์ของธุรกิจประกันชีวิตก็คือ “การเป็นผู้ให้มากกว่าการเป็นผู้ที่พยายามจะขาย” หากคุณมีข้อมูลดี ๆเกี่ยวกับกรมธรรม์จงเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้ติดตามเพจหรือลูกค้าเพื่อให้เขาได้มีโอกาสเลือกในสิ่งที่เหมาะสมกับเขาที่สุดครับ อย่าพยายามยัดเยียดสิ่งที่คุณต้องการให้แก่ลูกค้าเพราะนี้คือจุดสลบเหมือดที่จะทำให้คุณไม่ได้ยอดขายเลย “จงจำไว้เสมอว่าทุก ๆคนในโลกนี้ชอบที่จะซื้อแต่ไม่ได้ขอบที่จะถูกขาย” หากคุณเปลี่ยนแนวคิดการทำการตลาดออนไลน์ให้อยู่ในกรอบของการแชร์และแบ่งปันข้อมูลที่เพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าได้ ธุรกิจประกันชีวิตของคุณจึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ

วิธีที่ 4: รูปแบบคอนเทนต์ที่หลากหลายคือสิ่งที่จะช่วยสร้างความสำเร็จ

การทำคอนเทนต์ดี ๆบนโลกออนไลน์ไม่ได้จำเพาะเจาะจงอยู่ที่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบทความ สื่อมัลติมีเดียต่าง ๆเช่นเทปเสียง คลิปวิดีโอตัวช่วยเหล่านี้ล้วนสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นได้แทบทั้งสิ้น จงพยายามเรียนรู้การทำคอนเทนต์ในทุก ๆรูปแบบจะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ แต่ไม่ว่าคุณจะสร้างสรรค์คอนเทนต์มากเพียงใดหัวใจสำคัญที่คุณไม่ควรลืมก็คือ “ต้องรู้เสมอว่าคอนเทนต์นั้นมีหัวใจสำคัญคืออะไรและถูกผลิตออกมาเพื่อใคร” ถ้าคุณไม่หลงประเด็นรูปแบบคอนเทนต์ที่หลากหลายจะยิ่งผลักดันธุรกิจของคุณครับ

วิธีที่ 5: การมีช่องทางปรากฏตัวที่หลากหลายในโลกออนไลน์ก็จะยิ่งสร้างโอกาสแห่งความสำเร็จให้เกิดขึ้น

แพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดียต่าง ๆก็มีความสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์ครับ ไม่มีแพลตฟอร์มใดโดดเด่นกว่าแพลตฟอร์มอื่นแต่ขึ้นอยู่กับว่าแพลตฟอร์มนั้นเหมาะที่จะนำมาใช้ในรูปแบบใดนั่นเอง เหตุที่คุณต้องเรียนรู้การทำคอนเทนต์ในหลากหลายรูปแบบเพราะมันเกี่ยวพันกับคำแนะนำข้อนี้ของเราครับ แพลตฟอร์มยอดนิยมที่ถูกใช้ทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันอาทิเช่น Line Official account, Facebook, Youtube, IG และอื่น ๆซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มมีความโดดเด่นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นการที่คุณมีช่องทางปรากฏตัวที่มากขึ้นก็จะเพิ่มโอกาสในการมองเห็นแบรนด์ของคุณมากยิ่งขึ้นครับ แต่สิ่งที่จะเสนอแนะอีกประการหนึ่งก็คือถึงอย่างไรก็จงอย่าลืมที่จะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพราะเว็บไซต์คือสิ่งเดียวที่เป็นของคุณบนโลกออนไลน์ จงใช้เว็บไซต์เป็นศูนย์กลางและใช้แพลตฟอร์มอื่น ๆเป็นตัวส่งต่อ traffic มายังเว็บไซต์จะเป็นการดีที่สุด

วิธีที่ 6: ยิงโฆษณาบ้างเพื่อเพิ่มโอกาสในการมองเห็น

ไม่ว่าคุณจะทำเพจ ทำเว็บไซต์ มีช่องทางโซเชี่ยลที่หลากหลายหรือแม้กระทั่งมีคอนเทนต์ดี ๆเต็มกระเป๋าแต่ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ถูกพบเห็นเลยในโลกออนไลน์ก็ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆและดูจะเป็นการสูญเปล่าไปอีกด้วย ฉะนั้นหากคุณต้องการเพิ่มโอกาสในการมองเห็นคุณต้องให้ความสนใจการลงโฆษณาตามสื่อออนไลน์หรือที่เรียกว่า “การยิง Ads” ให้เป็นครับ ไม่ว่าจะเป็นทาง Google หรือทาง Facebook การเลือกยิง Ads ให้เหมาะสมกับที่คุณต้องการก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายให้แก่คุณได้เช่นกัน

วิธีที่ 7: รีวิวจากลูกค้าเก่าคือเสียงสวรรค์ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ

เสียงรีวิวจากลูกค้าเก่าคือเสียงแห่งสวรรค์ที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่คุณ หากคุณมีกลุ่มลูกค้าที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากคุณหรือเป็นลูกค้าเก่า ๆที่ยังคงสนับสนุนคุณอย่างเสมอมาก็อย่าลืมที่จะขอให้เขาช่วยรีวิวธุรกิจประกันชีวิตของคุณเอาไปลงในช่องทางออนไลน์ครับ เสียงสวรรค์จากลูกค้าเก่าเหล่านี้จะยิ่งช่วยเพิ่มทั้งความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้แก่ตัวคุณได้เป็นอย่างดี และมีโอกาสที่ธุรกิจของคุณจะได้ลูกค้าใหม่ ๆจากวิธีนี้ได้อีกมากมายทีเดียว

การทำการตลาดออนไลน์ธุรกิจประกันชีวิตเป็นช่องทางที่ได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในยุคที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเข้าถึงกันผ่านช่องทางโซเชี่ยลต่าง ๆนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีธุรกิจเป็นของตนเองและอยากที่จะเพิ่มยอดขายและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจที่คุณทำไม่เฉพาะแต่ธุรกิจประกันชีวิตประสบความสำเร็จ จงอย่าลืมช่องทางการทำการตลาดออนไลน์นี้ครับแล้วคุณจะไม่พลาดทุก ๆโอกาสแห่งความสำเร็จที่จะเข้ามาหาคุณ

บริการอบรมทำการตลาดออนไลน์ธุรกิจประกันชีวิต ทั้งแบบรูปแบบองค์กร กลุ่ม และ ตัวต่อตัว