คุณอั้ม น้องอั้ม ไอ้อั้ม 555 แล้วแต่ใครจะเรียกมั้งครับ น้องอั้ม เป็นครูผมอีกท่านครับ ที่วันนี้เรากลายมาเป็นพี่น้อง เพื่อนร่วมความคิดกันครับ

สบายดี แต่รวยได้ หรือ The 4-Hour Workweek เป็นหนังสือที่เป็นเหตุให้คุณอั้ม ออกจากงาน 555 มาท่องเที่ยว ถ่ายรูปที่นี่ที่นั่นจนทำให้ผม อยากรู้จักเขาครับ เพราะผมทำกิจการ เป็นนายตัวเอง มันไม่ได้มีเวลาท่องเที่ยวมากมายขนาดนั้น ต้องบอกว่าแอบอิจฉา

จนวันหนึ่งที่คุณอั้มได้พักจากการท่องเที่ยวมา ทำกิจการตัวเองที่เป็นแบบ “เถ้าแก่ใหม่ Gen Y” คือ การขายความรู้ เทคนิค วิธีการ ในรูปแบบ Info-Business คราวนี้จึงได้รู้ว่า การเริ่มต้นธุรกิจ ในแบบที่เขาเรียกกันว่า “ตั้งต้นธุรกิจ ตั้งไข่กิจการ” มันไม่ได้ “ง่าย” อย่างที่ใครเขาบอกเขาทำกัน ปัญหามากมายประดังเข้ามาให้เขาได้มีโอกาสได้เรียนรู้ ปรับปรุง พัฒนาและแก้ไข

นี่เป็นโอกาสดีมากครับ สำหรับ “คนมีของ” แต่ไม่มี “ทุน” ที่เป็นตัวเงิน แต่มี “ไอเดีย” และ “ความมุ่งมั่น” ที่เกิน 100%  ประสบการณ์การเริ่มธุรกิจของคุณอั้ม จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านมากมายอย่างแน่นอนครับ

อั้มแนะนำตัวกับก๊วนเพื่อน ๆ หน่อยครับ

สวัสดีครับผมชื่อ วรัญญุสุรเดช (อั้ม) อายุ 29 ปี

ปัจจุบันเปิดบริษัท ลีดเดอร์วิงส์ จำกัด (Leader Wings Co., Ltd.)

เป็นธุรกิจรับผลิตและจัดจำหน่ายสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบไฟล์ดิจิตอล ได้แก่Video, Audio และ Ebookโดยจะอยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ Information Business (Info-Business) หรือธุรกิจที่มีข้อมูลความรู้เป็นสินค้าและบริการ

เป็นไงมาไงจากวิศกรการงานดีออกมาแว้น !!

อดีตเคยทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้าอยู่ที่นิยมอุตสาหกรรม 304 ที่จังหวัดปราจีนบุรี เป็นโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD)ที่ใช้บันทึกความจำคอมพิวเตอร์

ตั้งแต่เรียนจบมาก็ได้เข้าทำงานประจำที่นี่เป็นที่แรกและเป็นที่สุดท้ายด้วยเช่นกันครับ เริ่มต้นงานตั้งแต่ปี 2009-2010 อายุงาน 1 ปี กับอีก 2 เดือน ด้วยกัน

จุดตัดสินใจ “ลาออก” จากงานมาสร้างธุรกิจตอนนั้นคิดอะไร

หลังจากที่ทำงานประจำมาได้หนึ่งปีเศษๆ ก็ได้ตัดสินใจลาออกมาเนื่องจากรู้สึกว่างานที่ทำไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ที่เหมาะกับตัวเอง เพราะไลฟ์สไตล์ที่ผมฝันถึงก็คือสามารถทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ไม่ต้องติดแหงกอยู่กับออฟฟิศ และชอบขี่รถบิ๊กไบค์ไปเที่ยวในที่ต่างๆ

ประกอบกับเจอหนังสือที่เรียกว่าเป็นหนังสือเปลี่ยนชีวิตเลยก็ว่าได้ หนังสือนั้นมีชื่อว่า The 4-Hour Workweek เขียนโดย Tim Ferriss ซึ่งเป็นการให้แนวคิดในการทำน้อยให้ได้มากในการทำงานและการธุรกิจ และยังมีอีกหนึ่งคำที่น่าสนใจก็คือธุรกิจ Information Business (Info-Business)หรือธุรกิจที่มีข้อมูลความรู้เป็นสินค้าและบริการ จึงให้น้ำหนักในการศึกษาและค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจนี้เรื่อยมา

ในระหว่างที่ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจนี้นั้น ก็ได้บันทึกการทำธุรกิจลงบนเว็บไซต์หรือบล็อกส่วนตัวไว้ที่ Asuradech.com ตลอดตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปัจจุบัน

เรียกได้ว่า หนังสือเพียงเล่มนี้เล่มเดียวเป็นหนังสือเปลี่ยนชีวิตของผมไปตลอดกาลและเวลาที่ผมได้พบปะพูดคุยกับใครผมก็มักจะเอ่ยถึงหนังสือเล่มนี้อยู่เสมอ เพราะผมถือว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ทำให้ผมเดินทางมาไกลจนถึงขนาดนี้

ก่อนที่จะลาออกมานั้น ผมหาข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ตเยอะมาก ว่าถ้าเราลาออกไปทำธุรกิจแล้วจะมีโอกาสไปรอดหรือไม่ จนกระทั่งก็ค่อนข้างมั่นใจระดับหนึ่งว่า มีคนที่ทำได้อยู่และผมก็ตัดสินใจไปลงเรียนในคอร์สสัมมนาของเขา และนั่นก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ผมมองเห็นลู่ทางในการเอารอดหลังจากที่ลาออกมาได้ เพราะหลังจากที่ผมลงเรียน ก็นำความรู้ที่ได้มาต่อยอดและศึกษาเพิ่มเติมได้อย่างมากมาย

และในตอนที่ผมลาออกมานั้น ผมมีเงินทั้งเนื้อทั้งตัวอยู่เพียง50,000 บาทในบัญชีธนาคาร ซึ่งถ้าอยู่ในเขตอุตสาหกรรมหรือในเมืองใหญ่ๆ เงินก้อนนี้จะทำให้ผมมีกินมีใช้ได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่ผมลองคำนวณดูแล้วว่า ถ้ากลับไปอยู่บ้านนอกก็จะสามารถใช้ได้เกือบครึ่งปี ซึ่งก็น่าจะมีเวลามากพอที่จะหาเงินมาเลี้ยงชีพได้ทันก่อนที่เงินจะหมด

แต่ผิดคาด เพราะเงินผมหมดเร็วกว่าตอนที่อยู่ในเมืองหลวงซะอีก

เพราะผมนำเงินที่มีอยู่นั้น ไปลงเรียนแทบทั้งสิ้น

เรียกได้ว่า วัดดวงกันเลยทีเดียวกับเงินก้อนสุดท้าย

ในการลงเรียนทั้งเข้างานสัมมนา เข้าเรียนคอร์สออนไลน์ ซื้อหนังสือ ซื้ออีบุ๊ค ซื้อวีดีโอ อีกเยอะแยะมากมาย

เพราะผมรู้ว่า หลังจากที่ไปลงเรียนสัมมนาครั้งแรก มันทำให้ผมไปได้เร็วขึ้นกว่าการหาข้อมูลด้วยตนเอง แม้ว่าข้อมูลหลายๆ อย่างจะมีอยู่บน Google แต่ผู้สอนก็เป็นคนที่มีทักษะในการเรียบเรียงและถ่ายทอดข้อมูล ทั้งทางทฤษฎีและจากการลงมือปฏิบัติ ให้เข้าใจได้ง่ายกว่าที่เราจะไปนั่งหาเอง

เพราะ

สิ่งที่ผมต้องแข่งด้วยไม่ใช่เงินเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องแข่งกับเวลาก่อนที่เงินจะหมดอีกด้วย

ดังนั้นการศึกษาหาความรู้ ในเรื่องที่เราจะทำนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะหลายๆ เรื่องในการทำธุรกิจนั้น ไม่มีใครสอนเราในห้องเรียนมาก่อนเลย

และหลังจากที่ลาออกมาได้หนึ่งเดือนเศษๆ ผมก็สามารถหาเงินก้อนแรกได้จากการเป็นนายหน้าออนไลน์ในการขายของออนไลน์ก้อนแรกได้มา 14,000 กว่าบาท ตอนนั้นดีใจมาก เพราะได้เงินพอๆ กับเงินเดือนตอนที่เป็นวิศวกรไฟฟ้า 17,000 บาท เลย

คิดในใจตอนนั้นว่ารอดแล้วเรา แต่ที่ไหนได้ กว่าเงินค่านายหน้าจะเข้าบัญชีต้องรอไปอีก 60 วันทำการ ผมจึงต้องหาธุรกิจที่ได้เงินสดที่เร็วกว่านี้ ไม่งั้นอดตายแน่ๆ

ย้อนกลับไปที่ใจความของหนังสือ The 4-Hour Workweek ที่กล่าวถึง Information Business (Info-Business) หรือธุรกิจที่มีข้อมูลความรู้เป็นสินค้าและบริการนั่นเอง ในตอนนั้นผมยังไม่รู้จักกับคำๆ นี้สักเท่าไหร่นัก เพราะคำที่ใกล้เคียงที่สุดในตอนนั้นมันก็คืออาชีพ สอนพิเศษดีๆ นี่เอง เพียงแต่เปลี่ยนจากสอนพิเศษในอาชีพสามัญทั่วๆ ไปที่ใช้สอบแข่งขัน เปลี่ยนมาเป็นการสอนอาชีพที่สอนให้คนอื่นเอาไปทำมาหากินได้แทนน่าจะเข้าใจง่ายที่สุด

ตอนนั้นจำได้เลยว่าได้เงินจากลูกค้าคนแรกมา 3,500 บาท ต่อการสอน 8 ชั่วโมงใน 1 วัน เรียกได้ว่าในหัวนี่คิดคำนวณได้อย่างรวดเร็วเลยว่า ถ้าเราสามารถหาลูกค้าได้เพียงวันละ 1 คน ใน 1 เดือน จะมีรายได้แสนกว่าบาทแล้ว เยอะกว่าตอนที่ทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้าถึง 4 เท่า

จนกระทั่งพัฒนาจากการสอนสดมาเป็นบันทึกวีดีโอครั้งเดียวแล้วส่งเป็นไฟล์วีดีโอให้ลูกค้าแทน ซึ่งช่วยให้ผมใช้เวลาในการทำงานน้อยลงเป็นอย่างมาก เพราะบันทึกวีดีโอเพียงครั้งเดียวแต่สามารถใช้ทำมาหากินได้ตลอดตั้งแต่เริ่มทำจนถึงปัจจุบันเลย

จึงมีความคิดที่ว่า ถ้าตัวเราเพียงคนเดียวยังสามารถทำได้ แล้วถ้าเราไปช่วยให้คนอื่นๆ ที่เขาอาจจะไม่มีความรู้ในการจัดทำวีดีโอขึ้นมาได้ น่าจะช่วยผู้คนได้อีกเยอะ และทำให้ธุรกิจ Info-Business นี้เติบโตขึ้นไปอีก จึงได้ไอเดียในการเริ่มต้นเปิดบริษัท ลีดเดอร์วิงส์ จำกัด ขึ้นมา เพื่อเป็นทีมโปรดัคชั่นในการช่วยจัดทำและผลิตสื่อการให้ความรู้เป็นหลัก

ทราบว่าทำธุรกิจด้วย “ไอเดีย” หาเงินทุนด้วยการ “ขายไอเดีย” ทำอย่างไรแบ่งปันเพื่อน ๆ หน่อยครับ

หลังจากที่ตัดสินใจลงปักหลักกับธุรกิจ Info-Business หรือธุรกิจการขายความรู้ที่ผมทำมาตั้งแต่ปี 2010 แล้วนั้นก่อนจะเปิดบริษัทผมจึงต้องทำให้มั่นใจก่อนว่า ถ้าเปิดบริษัทแล้วมันน่าจะไปรอด จึงได้ลองทำกับเพื่อนๆ ในกลุ่มสนิทๆ กันก่อน เริ่มต้นจากการผลิตอีบุ๊ค เรียกได้ว่าเขียนเอง ขายเอง ไม่ต้องรอสำนักพิมพ์ เขียนเสร็จปุ๊บ ขายบนออนไลน์ปั๊บ

โดยผลงานชุดแรกที่จัดทำกับเพื่อนๆ นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสอนขายเสื้อผ้าตลาดนัด ได้เงินก้อนแรกมาหมื่นกว่าบาท จึงค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าเราสามารถสอนให้เพื่อนเราทำได้ คนอื่นๆ ก็ต้องทำได้เช่นกัน

และหลังจากที่ได้อัพเดทข่าวสารการทำโปรเจคดังกล่าว ก็มีเพื่อนๆ คนอื่นๆ บนโลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะผมได้มีการอัพเดทการทำธุรกิจไว้บนเว็บไซต์ Asuradech.com อยู่ตลอด จึงเกิดผู้ติดตามทั้งบนเว็บไซต์และบนเฟสบุ๊คระดับหนึ่ง

จึงมีไอเดียในการจัดตั้งบริษัทขึ้นมา และแน่นอนว่าสิ่งที่ขาดเพียงอย่างเดียวในตอนนั้นก็คือ “เงินทุน” นั่นเอง และแน่นอนครับว่า ด้วยความที่จะกู้แบงค์ก็ไม่มีสลิปเงินเดือน จะยืมพ่อแม่หรือญาติพี่น้องก็ไม่มี

ตอนนั้นจึงลองประกาศทีเล่นทีจริงว่า “มีเพื่อนๆ ท่านใดสนใจร่วมระดมทุนในการเปิดบริษัทกับผมบ้างครับ”

ผลปรากฏว่ามีเพื่อนๆ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ขนาดที่ว่าหลายๆ คนไม่เคยกดไลค์ ไม่เคยคอมเม้นท์ ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ติดต่อเข้ามาทางข้อความและโทรศัพท์

จนผมได้เปิดระดมทุนผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวจำนวนเงิน 1 ล้านบาท และเมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือนเต็มก็ปรากฏว่า มีเพื่อนๆ ร่วมลงขันกันมาทั้งสิ้น 9 แสนกับอีก3 หมื่นบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือน

ในตอนนั้นผมยอมรับเลยครับว่าค่อนข้างตกใจและเหนือความคาดหมายเอามากๆ ไม่คิดว่าจะมีคนไว้ใจโอนเงินมาให้เราเพื่อจัดตั้งบริษัทและสานฝันต่อธุรกิจที่ผมจะทำมันขึ้นมาให้เป็นจริง

และนั่นคือเงินทุนก้อนแรกในการจัดตั้งบริษัท ลีดเดอร์วิงส์ จำกัด : ธุรกิจรับผลิตและจัดจำหน่ายสื่อการให้ความรู้ประเภท Video, Audio และ Ebook ขึ้นมานั่นเองครับ

คราวนี้เป็นเจ้าของกิจการสมใจ เป็นอย่างไรบ้าง สนุกไหม เจอปัญหาอะไรบ้าง

ปัญหาที่พบเจอในการทำธุรกิจต้องยอมรับเลยครับว่า มีปัญหา 108 ด้านเลยทีเดียว ไม่เหมือนตอนที่ทำตัวคนเดียวเลยแม้แต่น้อย จากเดิมที่เคยอ่านหนังสือจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักจะกล่าวเอาไว้ว่า

“Fail Fast, Succeed Faster : ถ้าคุณยิ่งล้มเหลวไว คุณจะประสบความสำเร็จไวยิ่งกว่า”

นั้นค่อนข้างตรงเลยทีเดียวครับ

เพราะในการทำธุรกิจครั้งแรกๆ นั้น มันจะมีเรื่องที่เราไม่รู้อะไรอีกเยอะแยะมากมาย บางทีก็พลาดแล้วพลาดอีก ขาดทุนแล้วขาดทุนอีก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่ามันสำคัญกว่าตัวเงินมากๆ เลยก็คือเรื่องของ “คน” ไม่ว่าจะเป็นคนในทีมก็ดีหรือคนที่เราติดต่องานก็ดี มันเป็นเรื่องทักษะของคนล้วนๆ ซึ่งเป็นทักษะที่ถือได้ว่าเป็นทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นอย่างมาก แต่ก็คุ้มค่าที่จะเรียน เพราะมันสามารถนำไปปรับใช้ในทุกๆ ด้านของธุรกิจและของชีวิตเราเองได้ตลอดชีวิต

สินค้าใหม่เจอปัญหาเหมือนกันคือ “ขายยาก” จัดการเรื่องนี้อย่างไร

วิกฤติที่เจอตลอดตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจมาเลยก็คือ “ขายไม่ออก”

เพราะแต่เดิมทีเราผลิตสินค้าของตัวเราเอง ขายแฟนคลับและฐานลูกค้าเก่าของเราเอง จึงขายได้ง่ายกว่า แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการขายสินค้าของคนอื่นและแฟนคลับของคนอื่นนั้น กลับกลายเป็นหนังคนละม้วนกันไปเลย

เพราะกลับกลายเป็นว่าเราต้องหาลูกค้าใหม่เกือบทั้งหมด เสียงบประมาณในการทำการตลาดก็ค่อนข้างเยอะ อย่างคำกล่าวที่ว่า

“การหาลูกค้าใหม่ใช้งบประมาณสูงกว่าถึง 6 เท่าของลูกค้าเก่า”

ดังนั้นในช่วงแรกของการเริ่มต้นขายสินค้าให้ความรู้ของคนที่เราเข้าไปทำให้เขานั้น เงินจึงจมไปกับการทำการตลาดเพื่อหาลูกค้าใหม่

ทำให้ต้องรีบปรับเปลี่ยนกลยุทธ์กันรายสัปดาห์เลยว่าทิศทางของบริษัทจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรต่อไป จนกระทั่งเราก็พบกลุ่มลูกค้าของเราที่เราสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ถูกจุด และสินค้าที่ผลิตออกมาสามารถขายได้ด้วยตัวมันเอง

ดังนั้นจากที่เงินจมกับค่าการตลาดมาหลายเดือน จึงเริ่มทำเงินกับสินค้าตัวใหม่ที่เป็นคอร์สวีดีโอที่สอนการใช้งาน [email protected] ในการประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจและการทำการตลาดออนไลน์

ดังนั้นในปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักๆ ที่เราโฟกัสก็คือ กลุ่มของคนที่สนใจการทำธุรกิจทั้งที่ทำอยู่แล้วและคนที่กำลังจะเริ่มทำ รวมไปถึงการทำการตลาดออนไลน์ด้วย

ดังนั้นข้อสรุปที่ได้ก็คือ เราจะต้องวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าของเราให้ได้เสียก่อน แล้วจึงค่อยผลิตสินค้าที่เขาต้องการออกมา เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะกลายเป็นว่า “สินค้าดีแต่ไม่มีคนใช้” ธุรกิจมันก็ไปไม่รอดแน่ๆ

และในปัจจุบันจึงต้องมีบริการที่รับและผลิตสื่อการเรียนรู้ กับ บริการด้านการทำการตลาดออนไลน์ ควบคู่กันไป เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการผลิตสื่อประเภท Video, Audio และ Ebook

เปลี่ยนวิธีการ เจาะตลาดอย่างไร เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อ

เดิมทีเองผมเป็นคนที่มีความสนใจในเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจและการทำการตลาดออนไลน์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงใช้เวลาคลุกคลีกับการค้นคว้าหาความรู้จากที่ต่างๆ อย่างมาก จึงคิดว่าคนที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจแบบเรา ก็ต้องการเนื้อหาแนวเดียวนี้เช่นกัน

โดยช่องทางหลักๆ ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าก็คือ ช่องทางออนไลน์เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะด้วยความที่เราไม่มีหน้าร้าน จึงต้องอาศัยช่องทางจาก Social Media และ Website เป็นหลัก

กลยุทธ์ที่เลือกใช้ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าก็คือ การใช้ Content Marketing หรือการทำการตลาดด้วยเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มลูกค้า โดยจะอัพเดทบทความผ่านทาง Facebook, Youtube, [email protected] และ Website: www.LeaderWings.co

เน้นที่การให้ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจและการทำการตลาดออนไลน์ เพราะผมเชื่อในหลักการที่ว่า “ยิ่งให้ ยิ่งได้” ยิ่งเราให้ความรู้มากเท่าไหร่ เราก็จะได้ผลตอบรับจากลูกค้ามากเท่านั้น “ถ้าพบว่าเรายังขายไม่ดี แสดงว่าเรายังให้ไม่พอ”

 ตอนนี้สินค้าหลัก ๆ มีอะไรบ้างครับ

ธุรกิจ Leader Wings ในปัจจุบันก็คือ รับผลิตและจัดจำหน่ายสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบไฟล์ดิจิตอลได้แก่ Video, Audio และ Ebookโดยใช้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “เปลี่ยนความรู้ของคุณเป็น Information Products”

เพราะผมเชื่อว่าความรู้ความสามารถที่เรามีอยู่นั้น สามารถนำมาทำเป็น สินค้าให้ความรู้ได้แทบ

กุญแจสำคัญที่คิดว่า ทำให้ Leader Wing ก้าวสู่ความสำเร็จระดับหนึ่งครับ

  • ทีม– เราจำเป็นต้องมีทีมงานที่แข็งแกร่ง เพราะธุรกิจคือการทำงานเป็นทีม จึงจำเป็นที่จะต้องดึงศักยภาพของแต่ละคนในทีมออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด และจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  • เงินทุน– ทุกธุรกิจย่อมขับเคลื่อนได้ด้วยเงินทุน จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า จำเป็นต้องมีเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทเพื่อไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายในบริษัท
  • การตลาดออนไลน์– ในยุคที่เราสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นในเงินทุนที่ต่ำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการตลาดผ่านโลกออนไลน์ ยิ่งธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้นและมีเงินทุนน้อยแล้วด้วย ยิ่งจำเป็นต้องทำเข้าไปใหญ่ ซึ่งหลักๆ Leader Wings จะใช้การทำ Content Marketing เป็นหลัก
  • การพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง– ผมมักจะมีคติประจำใจที่ใช้อยู่เสมอว่า “หยุดเรียนรู้เมื่อไหร่ เงินหยุดหมุนเมื่อนั้น” เพราะธุรกิจคือการพัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด และรายได้เราจะโตตามความสามารถที่เรามีอยู่ ดังนั้นอย่าหยุดพัฒนา อย่าหยุดเรียนรู้ เพราะแค่เรายืนอยู่กับที่ก็เท่ากับว่าเราเดินถอยหลังลงคลองไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

 ในทีมเป็นคนรุ่น ๆ Gen Y หัวทันสมัย มีวิธีการจัดการภายในอย่างไรครับ

ลักษณะทีมทำงานร่วมกันนั้นจะเป็นลักษณะเหมือนพี่เหมือนน้องกันครับ ไม่มีหัวหน้า ไม่มีลูกน้อง มีแต่ พี่ เพื่อน น้อง และการเป็นคนนำทีมที่ดีนั้น จะต้องรับฟังคนในทีมให้มาก และต้องรู้จักคนในทีมเป็นอย่างดี ว่าคนไหนเก่งเรื่องอะไร ถนัดเรื่องอะไร ก็ให้ทำในสิ่งที่ถนัด งานจะออกมาดีกว่าการที่เราเหมาทำเองไปซะทุกอย่าง

ผมมักจะไม่ซีเรียสว่าจะต้องเข้าออฟฟิศหรือไม่ แต่ขอให้งานเสร็จ งานออกมาดีเป็นพอ

แนวคิดพื้นฐาน รากหญ้า ทางธุรกิจของ Leader Wing คืออะไรครับ

ตราบใดที่ผู้คนยังคงต้องการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง ธุรกิจ Info-Business ที่ใช้ข้อมูลความรู้เป็นสินค้า ก็ยังคงเติบโตอย่างยั่งยืน

และในการทำธุรกิจ Info-Business ผมก็ยึดหลัก “ยิ่งให้ ยิ่งได้” ยิ่งเราให้ความรู้ในการทำธุรกิจและการพัฒนาตนเองมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้รับผลตอบรับลูกค้าที่ดีมากขึ้นเท่านั้น

เป็นพื้นฐานเบสิคมากว่า ถ้าเนื้อหาที่เราส่งให้ฟรีนั้นมีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับ ไม่วันใดวันหนึ่งเขาก็มีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าอย่างแน่นอน และยิ่งเราส่งมอบความรู้ให้อย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้เกิดลูกค้าขาประจำ เกิดการซื้อซ้ำ ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ดังนั้นในธุรกิจ Info-Business ผมจะยึดหลักที่ว่า

“ถ้าพบว่าเรายังขายไม่ดี แสดงว่าเรายังให้ไม่พอ”

 วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้างครับ

แม้ว่าการตลาดออนไลน์ยังคงเป็นวิธีการหลักที่ผมใช้อยู่ แต่การทำการตลาดออฟไลน์ก็จะทิ้งไปไม่ได้เช่นกัน แต่จะช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกัน การที่เราออกสื่อปกติและงานทางสังคม จะทำให้เรามีความน่าเชื่อถือเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะมีการประชาสัมพันธ์แบรนด์ออฟไลน์ที่สามารถจับต้องได้ เช่น การจัดงานสัมมนา และการเป็นวิทยากรรับเชิญ บรรยายตามที่ต่างๆ

รวมไปถึงการตลาดออนไลน์ที่ต้องเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ได้มากขึ้น โดยอาศัย Influencer หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราช่วยในการประชาสัมพันธ์

ให้กำลังใจเพื่อน เถ้าแก่ใหม่ Gen X,Gen Y หน่อยครับ

ฝากถึงสำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังจะเริ่มต้นและกำลังประสบปัญหาในการทำธุรกิจครับว่า ปัญหาทุกอย่างเริ่มต้นที่ “ใจ” เป็นอันดับแรกก่อนเลย เพราะถ้าใจเราไม่สู้ ใจเราไม่เอา ใจมันท้อ ต่อให้มีเครื่องมือ หรือวิธีการใดๆ เราก็อาจจะมองไม่เห็นลู่ทางที่จะไปต่อได้ สิ่งสำคัญที่ทุกๆ คนในทีมจะต้องมีให้กันคือ “กำลังใจ” จะช่วยให้ฝ่าวิกฤติต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาได้

แต่ถ้าใจเราไม่สู้แล้วล่ะก็ แม้เพียงปัญหาเล็กๆ ก็ล้มเลิกเอาได้ง่ายๆ เพราะในช่วงที่ผมเองเจอปัญหาหลายๆ อย่างก็ผ่านมาได้ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้างและทีมงานนี่ล่ะครับ

และผมก็หวังว่า Leader Wings จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลิตสินค้าในการเปลี่ยนความรู้ให้เป็น Information Products ของท่าน และยินดีให้คำปรึกษาแบบกันเองครับผม

 ช่องทางติดต่อ Leader Wing

Website :www.LeaderWings.co

Facebook :www.facebook.com/leaderwingshub

[email protected] : @leaderwings

E-mail :[email protected]

Tel. : 089-629-5476

เถ้าแก่ใหม่รีวิว

การที่จะมีใครสักคนมีแค่ “ไอเดีย” แล้วสามารถระดมทุนได้ เป็น “ล้าน”

มันไม่ใช่เรื่องธรรมดานะครับ ถ้าคน ๆ นั้น ไม่มี “ความน่าเชื่อถือ” มากพอ

ยิ่งในโลกออนไลน์ด้วยแล้ว มีทั้งมารขาว มารดำ

แต่คุณอั้ม สามารถแปลง “ไอเดีย” ให้เป็น “ทุน”

เพราะเขาสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” มากว่า 4 ปี ในวงการออนไลน์

“ความน่าเชื่อถือ” เป็นจุดเริ่มต้นของ ธุรกิจ ครับ

ว่านี้ “เถ้าแก่ใหม่” ต้องสร้าง และยึดสิ่งนี้เป็นแนวทางนะครับ

“ความน่าเชื่อถือ” จะเป็น ยาพาหนะ ที่จะพาเราไปยังเป้าหมาย

“ความน่าเชื่อถือ” จะเป็นเบาะนุ่มให้เรานอนเมื่อเราล้ม

แต่เมื่อใดที่ “ความน่าเชื่อถือ” หมด ทุกสิ่งในชีวิตเราก็หมดเช่นกันครับ

Leader Wing เป็นแค่จุดเริ่มต้น ที่ยังต้อง “ตั้งไข่” หาจุดสมดุลธุรกิจ และ ควานหาเส้นทางที่ใช่ แม้ในตอนตั้งต้นธุรกิจ จะมีสินค้าบางตัวที่ยังไม่โดนใจตลาด แต่หน้าที่ของเจ้าของกิจการคือ

“ทำอย่างไรให้ไปรอด” หาแนวทาง แก้ไขปัญหา แก้โจทย์ เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อ

จุดนี้หละครับ !! มันคือความสนุก และความท้าทายจริง ๆ ของการเป็นเถ้าแก่ใหม่

ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่เรา “คาดหมาย” ทุกอย่างครับ

ยิ่งเห็นปัญหา เราจะยิ่งเห็นปัญญา

ยิ่งเห็นปัญญา เราจะยิ่งเห็นทางออก

ยิ่งเห็นทางออก เราจะยิ่งเติบโนขึ้น

ติดปีกผู้นำ ติดปีกความสำเร็จ Leader Wing >> ก้าวต่อไปครับ “น้องชาย”