SMEความรู้ทำธุรกิจบทความ

ขายของตลาดนัดขายอะไรดี เริ่มต้นอย่างไร ?

การขายของตลาดนัดไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ต้องอาศัยความอดทน มุ่งมั่น ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีการเตรียมความพร้อมที่ดี รวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ

คงยากที่จะปฏิเสธว่ารายได้ทางเดียวสำหรับยุคนี้เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ถึงแม้จะประหยัดแค่ไหนก็ตาม ยิ่งเงินเก็บออมนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง ทางเดียวที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้คือการหารายได้เสริม มีวิธีแตกต่างกันในแต่ละคนขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัด ซึ่งตลาดนัดก็เป็นอีกแหล่งรายได้หนึ่งที่ได้รับความนิยม สำหรับมือใหม่อยากขาย จะเริ่มต้นอย่างไร เตรียมตัวเรื่องอะไรบ้างนั้น ลองมาดูกันเลย

1.ถามใจตัวเองก่อนสู้ไหวไหมขายของตลาดนัด

“ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา”

ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลงศรัทธา ที่ขับร้องโดยพี่โป่ง หิน เหล็ก ไฟ คงต้องถามก่อนว่าพร้อมแค่ไหน อย่างที่รู้กันว่าตลาดนัดเป็นสมรภูมิทดสอบความอึด ทึก ทน งานนี้ขึ้นอยู่กับใจล้วนๆ ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ ที่เหลือเตรียมวางแผนลุยต่อได้เลย

2.ทำเลจะลงตลาดนัดไหนดี ต้องดูอะไรบ้าง

รูปแบบของตลาดนัดมีหลากหลาย ตั้งแต่ตลาดนัดออฟฟิศ  ตลาดนัดช่วงเช้า ตลาดนัดช่วงเย็น มีทั้งแบบขายได้ทุกวัน ขายเฉพาะบางวัน ขึ้นอยู่กับการจัดสรรเวลา สิ่งที่ต้องทำก่อนตัดสินใจเลือกทำเลที่จะขายมีดังนี้

  • เดินสำรวจตลาดโดยรอบ
  • ดูว่าโซนไหนของตลาดและช่วงเวลาใดที่คนเดินเยอะ
  • เช็คพื้นที่โดยรอบว่าเป็นอย่างไร เช่น ตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชน สถานที่ทำงานต่างๆ
  • การเดินทางมาตลาดสะดวกหรือไม่ เช่น ที่จอดรถกว้างขวาง มีรถโดยสารประจำทางผ่าน
  • ประเมินสถานการณ์คร่าวๆในช่วงหน้าฝน โดยสอบถามได้จากพ่อค้าแม่ค้า
  • อยู่ไกลจากแหล่งที่พักของเราหรือไม่ เนื่องจากมีค่าเดินทางยังไม่รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง ตรงจุดนี้ต้องนำมาพิจารณาให้ดี นอกเสียจากว่าตลาดที่ไปขาย ทำยอดขายได้คุ้มกับค่าเดินทาง
  • สอบถามถึงขั้นตอนการจอง เช่น เข้าจองเวลาใด
  • ราคาค่าเช่า ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
  • มีล็อคขายประจำหรือไม่ พื้นที่มีขนาดเท่าไหร่
  • อุปกรณ์อื่นๆ ที่ต้องเตรียม เช่น สายไฟ ผ้าคลุมบังแดด ใช้แก๊สได้หรือไม่ รวมถึงเต็นท์ ซึ่งตลาดนัดบางแห่งมีให้บริการ

3.ลูกค้ากลุ่มไหน ซื้ออะไรกัน ในตลาดนัดที่เราไปลง

สำรวจลูกค้าที่มาเดินซื้อสินค้าว่าเป็นกลุ่มใด ช่วงอายุเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เพศอะไร

เช่น ตลาดนัดตามออฟฟิศ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือผู้หญิง ลักษณะการจับจ่ายสินค้าเป็นอย่างไร หรือสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอยู่ก่อนแล้วก็ได้ วิธีการที่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าคือ

  • อย่ามโนไปเองว่าลูกค้าน่าจะชอบสินค้าเรา
  • ลองสังเกตสินค้าที่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกซื้อ
  • สังเกตร้านค้าที่ขายดี ว่าขายอะไร ทำไมลูกค้าถึงเลือกซื้อสินค้านั้น

4.สินค้าของเราเป็นอะไร เหมาะสมกับตลาดนัดไหม

ประเภทสินค้าที่จะขาย มีตั้งแต่ ของกินเล่น ของใช้ในครัวเรือน เครื่องสำอาง เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน สินค้ามือสอง ให้เลือกสินค้าจากความชอบก่อน แล้วดูว่าตลาดที่จะไปขายนั้น สินค้านี้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าหรือไม่ มีคู่แข่งกี่เจ้า สินค้ามีความแตกต่างอย่างไร ตัวอย่างเช่น

  • ขายของกิน
  • ต้องเป็นอาหารที่ใช้เวลาในการปรุงไม่นาน
  • เน้นของกินเล่น ทานได้ง่าย
  • หน้าตาอาหารต้องดูดี เนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมถ่ายรูปอาหาร
  • ควรคำนึงถึงวิธีการเก็บรักษาในกรณีที่เป็นของสด
  • ขายเสื้อผ้า
  • เลือกสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์
  • ดึงจุดเด่นของสินค้าให้ลูกค้าเห็นภาพได้ชัดเจน
  • งาน
  • มีจุดเด่น แตกต่างจากท้องตลาดทั่วไป
  • มีลูกเล่น ชวนให้น่าดึงดูด
  • เครื่องประดับ
  • ราคาไม่แพง เน้นซื้อง่าย ขายคล่อง
  • เลือกรูปแบบที่ใส่แล้วดูดี ใส่แล้วดูแพงกว่าราคาที่ซื้อ

ทั้งนี้แหล่งซื้อวัตถุดิบควรหาได้ง่าย การคำนวณต้นทุนต้องรวมถึงค่าขนส่ง ส่วนราคาขายสามารถอิงได้จากสินค้าชนิดเดียวกัน

5.รูปแบบร้านในตลาดนัดก็ต้องโดนใจ เห็นคนเห็นต้องแวะ !!

รูปแบบร้านเป็นส่วนที่ช่วยดึงดูดลูกค้า ควรตกแต่งร้านให้เข้ากับสินค้าและกลุ่มลูกค้า สร้างบรรยากาศให้สวยงามน่าเข้ามาเลือกชม

เช่น โทนสี รูปแบบตัวอักษร ป้ายหน้าร้านต้องเด่น สีของหลอดไฟ ความสว่างภายในร้าน อุปกรณ์ประดับตกแต่งต่างๆ และควรติดป้ายราคาให้ชัดเจน ส่วนร้านขายอาหารที่ทำตามออเดอร์ ควรมีรูปในแต่ละเมนูหรือสินค้าตัวอย่างวางโชว์ เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพได้ชัดเจน รวมถึงการตั้งชื่อร้านก็เป็นอีกสิ่งที่สร้างเอกลักษณ์ทำให้ลูกค้าจดจำได้ ตัวอย่างเช่น

  • เน้นจัดเต็ม อะไรที่ว่าดี อะไรที่ว่าเด็ด ต้องโชว์ให้เต็มที่ อย่าให้ร้านดูโล่งๆเด็ดขาด
  • มีธีมที่เป็นเอกลักษณ์ เห็นแล้วสะดุดตา
  • โทนสีที่ใช้ สามารถเลือกได้โทนสีเดียว หรือหลายสีผสมกัน ให้ง่ายต่อการจดจำ
  • อุปกรณ์ประดับตกแต่งต้องมี เช่น ใช้หญ้าเทียมปูบนโต๊ะ ใช้ถาดไม้วางอาหารที่จะโชว์
  • แสงไฟโทนสีส้ม จะช่วยให้สินค้าดูสวยขึ้น 

6.การแต่งตัวพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดใครว่าไม่สำคัญ

นอกเหนือจากสินค้าดีมีคุณภาพนั้น เรื่องของภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างการจดจำให้ลูกค้าได้ ควรคำนึงเสมอว่า เป็นแม่ค้าไม่จำเป็นต้องแต่งตัวให้ดูเหมือนแม่ค้า อยากแต่งตัวแบบไหน แต่งหน้า ทำผมอย่างไร ขอให้จัดเต็มที่ สไตล์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จะทำให้เกิดความประทับใจเมื่อแรกเห็น ทำให้อะไรๆก็ดูง่ายขึ้นไปหมด ใครๆต่างก็อยากจะเข้าหาคนที่ดูดีอยู่เสมอ สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ได้แปลว่าต้องแต่งตัวแฟชั่นจ๋า เน้นให้เข้ากับบุคลิก ดูสะอาดตา รวมถึงการเรียกลูกค้า การบริการที่ดี ความเอาใจใส่ และเทคนิคการขายต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นยอดขายได้

7.เงินทุนสำรอง เงินหมุนมีพอไหม

นอกจากเงินลงทุนในการซื้ออุปกรณ์ วัตถุดิบ รวมถึงต้นทุนอื่นๆนั้น

ควรมีเงินทุนสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมรวมถึงการหมุนเงินซื้อของเพิ่มในแต่ละครั้ง

เนื่องจากในช่วงแรกของการขายไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร บางช่วงอาจจะขายดี บางช่วงอาจจะซบเซา จึงต้องมีเงินทุนสำรองมากพอสมควร ถ้าหากมีลูกจ้างก็ต้องมีเงินจ่ายค่าแรงให้ ถึงแม้ว่ายอดขายในช่วงนั้นไม่ค่อยดีก็ตาม  ยิ่งในช่วงหน้าฝน ตลาดนัดบางแห่งแทบจะไม่มีลูกค้า จำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวตรงจุดนี้ ซึ่งทำให้การค้าขายไม่เกิดการสะดุดกะทันหัน 

8.บัญชีรายรับ รายจ่าย ขายของตลาดนัดก็สำคัญนะ

สิ่งที่สำคัญมาก นอกเหนือจากการขาย คือการทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ต้องคำนวณต้นทุนสินค้าให้ได้ หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเท่าไหร่ เพื่อที่จะสามารถวางแผนการขายได้

  • ไม่นำเงินส่วนตัวรวมกับเงินค้าขาย
  • จดต้นทุนสินค้า เพื่อสามารถเช็คราคาได้ว่ามีเจ้าไหนที่ให้ราคาถูกกว่านี้
  • ดูว่ามีค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นหรือไม่
  • วัตถุดิบใดมีราคาสูงเกินไป สามารถหาวัตถุดิบที่มีการใช้งานเหมือนกัน แทนที่กันได้หรือไม่ เช่น กล่องใสสำหรับบรรจุอาหารทรงกลมมีราคาสูง ให้ลองเปลี่ยนเป็นกล่องสี่เหลี่ยมที่ราคาถูกกว่า
  • ควรหักค่าแรงออก เผื่อในอนาคตมีการขยับขยาย จะได้รู้ถึงค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้

9.แผนสำรอง ต้องมีนะ ไม่งั้นขายตลาดนัดอย่างเดียวอาจจะอกหักได้

การค้าขาย นอกจากการเตรียมตัววางแผนที่รัดกุมแล้ว ในบางครั้งไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น สิ่งที่คิดไว้ในตอนแรก อาจไม่เป็นไปตามคาด ควรมีการเตรียมพร้อม ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขาย ไม่ยึดติดกับสินค้าที่ขาย ควรให้เวลาสักพัก หากเล็งเห็นแล้วว่าไม่สามารถจำหน่ายต่อไปได้ อาจเปลี่ยนเป็นสินค้าชนิดอื่นแทน หรือหาตลาดใหม่ที่เหมาะกับสินค้าที่จำหน่ายอยู่

การขายของตลาดนัดไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ต้องอาศัยความอดทน มุ่งมั่น ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีการเตรียมความพร้อมที่ดี รวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ในช่วงเริ่มต้นอาจจะเหนื่อย ต้องเจอกับแรงกดดัน สภาพอากาศต่างๆ และทัศนคติภายในใจของตนเอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยหล่อหลอมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

หัวใจหลักของการค้าขายไม่ใช่แค่กำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นมูลค่าที่สร้างให้กับสินค้ารวมถึงตัวเองอีกด้วย

 บทความโดย

ผู้ผ่านรับการฝึกอบรม “ใช้เวลาว่างเขียนบทความสร้างรายได้”

คุณ  มาลินี เพ็ชรอุไรแม่บ้านครูสอนพิเศษวิชาวิทยาศาสตร์
Tags

รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ในการทำธุรกิจ ช่องทางทำมาหากิน ฟรี !!!

เพิ่มเพื่อน

Kiattirat Jindamanee

ผู้ก่อตั้ง และ บรรณาธิการ สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs www.taokaemai.com อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจสุขภาพและความงาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม SMEs ,แฟรนไชส์ เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษให้กับหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และเอกชน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close