Case Studyสัมภาษณ์เถ้าแก่ใหม่

ตั้งต้นธุรกิจออนไลน์อย่างมืออาชีพกับ ไอทีแม่บ้าน สถาบันสอนการตลาดออนไลน์

สถาบันไอทีแม่บ้านจะใช้วิธีการเรียนการสอนแบบ การทำ Work shop คือเน้นสอนเป็น step by step ผู้สอนจะค่อย ๆถ่ายทอดความรู้และให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติตามไปทีละขั้นตอน ราวกับว่าคุณครูจับมือสอนให้ทำจนเป็น

 สถาบันไอทีแม่บ้านจะใช้วิธีการเรียนการสอนแบบ การทำ Work shop คือเน้นสอนเป็น step by step ผู้สอนจะค่อย ๆถ่ายทอดความรู้และให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติตามไปทีละขั้นตอน ราวกับว่าคุณครูจับมือสอนให้ทำจนเป็น

ในยุคไอทีที่อินเทอร์เน็ตกำลังมีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมาก ความสะดวกสบายในทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี ยิ่งในปัจจุบันที่อะไร ๆก็อยู่ที่ปลายนิ้วสัมผัส ใครจะคิดว่าเพียงแค่ “คลิก”เดียวคุณก็สามารถสั่งซื้อสินค้าและบริการได้แล้ว เพราะพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคหรือลูกค้านี่เอง ทำให้การทำการตลาดเริ่มเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น และกำลังมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ ยุคนี้ใครรู้จักหรือทำเป็นแต่การตลาดแบบเก่าโดยไม่สนใจที่จะศึกษาหรือทำความรู้จักกับการตลาดออนไลน์ คุณกำลังเสียประโยชน์ที่ควรจะได้รับไปอย่างมหาศาล หรือแม้กระทั่งกว่าจะรู้ตัวแล้วเริ่มหันมาทำมันก็อาจจะสายเกินไปเสียแล้ว

การตลาดออนไลน์คืออะไร และต้องทำอย่างไรในวันนี้เราจะพาไปรู้จัก พูดคุยกับคุณสุวรรณา สมณะ หรือครูเจ แม่บ้านไอที ผู้ก่อตั้งสถาบันสอนการตลาดออนไลน์ “ไอทีแม่บ้าน” กันครับ

จากแม่บ้านมาเป็นเจ้าของสถาบันสอนการตลาดออนไลน์ได้อย่างไร

เริ่มแรกคุณสุวรรณา สมณะ หรือครูเจ ก็เป็นเหมือนแม่บ้านคนอื่น ๆคืออยากจะมีรายได้เพิ่มเติมเอามาจุนเจือครอบครัว และในยุคปัจจุบันที่อะไร ๆก็ออนไลน์ ครูเจจึงต้องการเก่งไอทีทำออนไลน์บ้าง แต่ด้วยความที่ความรู้ในด้านไอทีแทบจะเป็นศูนย์คือไม่รู้อะไรเลย ครูเจจึงต้องไปเรียนรู้พื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ เมื่อพอจะมีความรู้ด้านไอที ครูเจจึงคิดต่อไปว่าจะสามารถหาเงินจากไอทีได้อย่างไรบ้างโดยไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องมีสต๊อกสินค้า ครูเจจึงไปเรียนรู้การทำการตลาดออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ของตนเอง

ลูกค้ากลุ่มแรกของครูเจที่เข้าไปช่วยทำการตลาดออนไลน์ให้ก็คือกลุ่มเพื่อน ๆของครูเจที่ขายของออนไลน์และมีสินค้าอยู่แล้วแต่ไม่มีความรู้การทำการตลาดออนไลน์ ครูเจเข้าไปช่วยเพื่อน ๆจนประสบความสำเร็จกับยอดขายและวิธีการจนเกิดการบอกต่อในหมู่เพื่อน ๆกลายเป็นว่าเพื่อน ๆต้องต่อคิวมาให้ครูเจเข้าไปทำการตลาดออนไลน์ให้และช่วยดูแลช่องทางให้

แต่เมื่อนานวันไป ครูเจเริ่มรู้สึกว่าไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อน ๆได้ทั้งหมด เพราะคนที่ติดต่อเข้ามามีเยอะขึ้นจนครูเจทำไม่ไหว ครูเจจึงเริ่มมีแนวคิดที่จะสอนให้เพื่อน ๆทำการตลาดออนไลน์ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาครูเจกลายเป็นว่าพอกลุ่มเพื่อน ๆรู้เข้าก็ติดต่อเข้าคิวมาขอให้ครูเจช่วยสอนอีกเช่นเดิม ผนวกกับครูเจเริ่มเป็นที่รู้จักของคนนอกจากการบอกต่อ ครูเจจึงผันตัวเองมาเปิดคลาสสอนและเป็นจุดเริ่มต้นของ สถาบันสอนการทำการตลาดออนไลน์ “ไอทีแม่บ้าน”

เพราะเข้าใจในตัวเองจึงรู้ว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร

  1. ไอทีแม่บ้านมีสถานที่เพื่อเปิดสถาบันของตนเอง ทำให้ไม่ต้องไปเช่าสถานที่เพื่อทำเป็นออฟฟิศ จึงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี ทำให้ค่าอบรมของที่นี่มีราคาที่ “ถูก”กว่าที่อื่น
  2. จำนวนนักเรียนต่อคลาสของไอทีแม่บ้านมีไม่มาก แค่กลุ่มละ 7 คนทำให้ครูที่สอนสามารถดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง ใครไม่เข้าใจหรือตามไม่ทันตรงไหนสามารถยกมือสอบถามได้ทันที
  3. ครูที่สถาบันนี้ใส่ใจดูแลนักเรียนเป็นอย่างดีเนื่องมาจากคลาสเรียนกลุ่มเล็ก ๆนี่เอง จึงไม่มีการทิ้งผู้เรียน เรียกได้ว่าแทบจะจับมือสอนให้ทำจนเป็นในแต่ละขั้นตอน ด้วยความคิดของครูที่ว่า “หน้าจอคอมพิวเตอร์ของครูอยู่หน้าไหน ของนักเรียนก็ต้องอยู่หน้านั้น” เพราะสถาบันนี้เน้นที่คุณภาพ เมื่อมาเรียนแล้วต้องได้ความรู้กลับไป
  4. มีระบบการเรียนซ้ำ เพราะไอทีแม่บ้านเชื่อว่า ในการเรียนครั้งแรกไม่มีใครเข้าใจได้ทั้งหมด แต่จะต้องมองเห็นภาพในมุมกว้างแล้วจึงค่อยมาเก็บรายละเอียดในการเรียนซ้ำครั้งถัดไป หรือนักเรียนคนใดผ่านคอร์สไปนานแล้วก็สามารถมาเรียนซ้ำได้เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีโดยเสียค่าเรียนเพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  5. สามารถสอบถามสิ่งที่ติดขัดได้ทันที หรือสามารถ consult ในลักษณะ 1 ต่อ 1 ได้แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของเนื้อหาในการเรียนการสอนในวันนั้น ๆ
  6. มี SEO เป็นจุดขายและเป็นจุดที่แข็งแกร่งของไอทีแม่บ้าน เพราะมีประสบการณ์ในการทำคำค้นให้เว็บไซต์อยู่ในลำดับต้น ๆในการค้นหาผ่าน search engine มาแล้ว
  7. เรียนแบบเหมากลุ่มราคาถูกกว่ากลุ่มใหญ่หรือเรียนตัวต่อตัว ลงเรียนหลายคอร์สยิ่งถูกลงกว่าเดิม

จะมาเรียนกับไอทีแม่บ้าน รู้หรือไม่ไอทีแม่บ้านเรียนกันแบบไหน

สถาบันไอทีแม่บ้านจะใช้วิธีการเรียนการสอนแบบ การทำ Work shop คือเน้นสอนเป็น step by step ผู้สอนจะค่อย ๆถ่ายทอดความรู้และให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติตามไปทีละขั้นตอน ราวกับว่าคุณครูจับมือสอนให้ทำจนเป็น การเรียนการสอนจะค่อย ๆปูพื้นไปทีละขั้นตอนตามระดับความรู้ของนักเรียนจากพื้นฐานสู่ระดับ advance เรียกได้ว่า ต่อให้ไม่มีความรู้ในด้าน social media เลยก็ยังสามารถเรียนรู้เรื่องและตามเพื่อน ๆทันได้

สถาบันไอทีแม่บ้านมีครูผู้สอนทั้งหมด 3 ท่านแบ่งกันตามความชอบและระดับความสามารถของผู้เรียน มีหลักสูตรทั้งสิ้น 12 หลักสูตรโดยทำการสอนครอบคลุมในทุก platform ที่เป็นที่นิยมในการทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันไล่ไปตั้งแต่การใช้งานเบื้องต้นไปจนถึงขั้น advance เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจระบบและนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

ตัวอย่างหลักสูตรการตลาดออนไลน์ ของไอทีแม่บ้าน

ไอทีแม่บ้านมีคำถาม “รู้ไหมใครบ้างที่ต้องเรียน”

  1. กลุ่มพ่อบ้านแม่บ้านที่ต้องการสร้างรายได้ให้ตัวเองโดยผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม
  2. ตัวแทนจำหน่ายสินค้าทั้งรายใหญ่/รายเล็กของหลาย ๆแบรนด์ทั้งเพื่อหาช่องทางขยายตลาดสินค้าและเอาไปช่วยดูแลลูกทีมในทีมหรือเครือข่ายของตนเอง
  3. กลุ่ม SMEs รายย่อยที่เล็กมาก ๆที่มีสินค้าของตัวเองอยู่แล้วแต่ยังไม่เคยรู้จักหรือทำการตลาดออนไลน์มาก่อน เพื่อเพิ่มช่องทางการทำการตลาดและขยายฐานสินค้าของตนเองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และต้องการเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าของตนเอง
  4. ภาครัฐ/ภาคเอกชนที่ต้องการพัฒนาบุคลากรในองค์กรของตนเองให้รู้วิธีการทำการตลาดหรือนำเสนอตนเองผ่านโลกออนไลน์

สถาบันไอทีแม่บ้านมักได้รับการเชิญให้ไปเป็นวิทยากรตามหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆในหลายโอกาส เนื่องด้วยรูปแบบการเรียนการสอนแบบเน้นให้ทำจริงและต้องทำให้เป็นคือเครื่องการันตีคุณภาพการเรียนการสอนของสถาบันนี้ได้เป็นอย่างดี

ไอทีแม่บ้านฝากถึงSMEs: ต้องปรับตัวอย่างไร จึงจะอยู่รอดได้ในสมรภูมิ

ในมุมมองของไอทีแม่บ้าน ผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะรายเล็ก ๆคือกลุ่มผู้ประกอบการที่น่าเป็นห่วงที่สุด ยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ธุรกิจมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดทั้งจากผู้ประกอบการรายใหญ่และขนาดกลาง หรือแม้แต่เหล่า SMEs ด้วยกันเองและการแข่งขันจะยิ่งทวีความดุเดือดมากขึ้นเมื่อมีนักธุรกิจจากต่างประเทศเข้ามาร่วมวงด้วย หาก SMEs รายใดไม่เริ่มทำการตลาดออนไลน์ก็จะไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นได้เลย วิธีการเดียวที่จะช่วยให้ SMEs สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้คือต้อง “สร้าง Profile ธุรกิจของตนบนโลกออนไลน์”

Profile ธุรกิจบนโลกออนไลน์ก็คือช่องทางที่ SMEs จะใช้เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างตัว SMEs เองกับตัวลูกค้า มันเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ใช้ในการนำเสนอตัวเองว่าเรากำลังทำอะไรหรือเรามีอะไร เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นผ่าน platform ต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซด์ สร้างกลุ่ม fanpage สร้าง channel บนยูทูป สร้าง blogger หรือแม้กระทั่งการทำ backlink ไปวางบนที่ต่างๆเพื่อส่งลูกค้ามายังเว็บไซด์ของเรา

การทำ Profile ธุรกิจบนโลกออนไลน์นอกจากมีประโยชน์ในแง่ของการเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อลูกค้า มันยังมีประโยชน์ในแง่ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้า, ตัวแทนจำหน่ายและ partner ทางธุรกิจอีกด้วย เพราะยุคนี้ร้านค้าที่เข้าถึงและมีอิทธิพลต่อลูกค้ามากที่สุดคือ “ร้านค้าบนโลกออนไลน์”

ด้วยความที่อยากมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงเข้ามาศึกษาการทำการตลาดออนไลน์และจากการลงมือทำอย่างจริงจังผ่านการลองผิดลองถูกจนได้มาเป็น “องค์ความรู้เฉพาะจากประสบการณ์จริง” ผนวกกับความคิดที่อยากช่วยเหลือแบ่งปันความรู้ที่ตนมีให้กับผู้อื่นที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ทั้ง 2 สิ่งนี้จึงถูกกลั่นออกมาเป็นกระบวนการเรียนการสอนเฉพาะตัวของ “ไอทีแม่บ้าน” สถาบันสอนการทำการตลาดออนไลน์ที่นักเรียนในทุกหลักสูตรให้การตอบรับเพราะ “ใจ” ที่คิดอยากจะให้ และคิดแบ่งปันนี่เองจึงทำให้ “ไอทีแม่บ้าน”เป็นสถาบันที่สอนการทำตลาดออนไลน์ที่เป็นที่ยอมรับในทุกวันนี้

เว็บไซต์ www.เอสเอ็มอีไอทีแม่บ้าน.com

โทร. 0984-699-593, 095-551-5034

ไลน์: @itmaeban

Facebook Comments
Tags

รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ในการทำธุรกิจ ช่องทางทำมาหากิน ฟรี !!!

เพิ่มเพื่อน

Kiattirat Jindamanee

ผู้ก่อตั้ง และ บรรณาธิการ สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs www.taokaemai.com อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจสุขภาพและความงาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม SMEs ,แฟรนไชส์ เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษให้กับหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และเอกชน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close