Case Studyความรู้ทำธุรกิจ

กรณีศึกษา กระเป๋า Hermes จากคนผลิตอานม้า สู่ธุรกิจหลายหมื่นล้านทั่วโลก

Hermes หรือ แอร์เมส เริ่มต้นจากธุรกิจภายในครอบครัวมานานกว่า 170 ปี Thierry Hermes หรือ เทียรี่ แอร์เมส จากเดิมเคยประกอบอาชีพการผลิตอานม้า

Hermes หรือ แอร์เมส เริ่มต้นจากธุรกิจภายในครอบครัวมานานกว่า 170 ปี Thierry Hermes หรือ เทียรี่ แอร์เมส จากเดิมเคยประกอบอาชีพการผลิตอานม้า มีความชำนาญฝีมือคุณภาพจนได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการอานม้า เครื่องม้าและกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สำหรับเดินทางด้วยรถม้าให้กับจักพรรดินโปเลียนที่ 3

เทียร์รี่ แอร์เมส มีความเชี่ยวชาญด้านการเย็บเครื่องหนังเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้กระเป๋า Hermes จึงจัดเป็นงานฝีมือที่มุ่งเน้นด้านคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังของเขาได้รับรางวัลด้านคุณภาพมากมาย เช่นรองเท้าแตะแบบหนังและนำไปประกวดในงานเอ็กซ์โปรจนได้รับรางวัลเหรียญเงิน และผลิตภัณฑ์เครื่องหนังอานม้า ได้รับรางวัลจากการประกวดในงานเอ็กซ์โปเช่นเดียวกันทำให้ Hermes มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมาจนถึงปัจจุบัน

เทียร์รี่ แอร์เมส เจ้าของตำนานกระเป๋า Hermes
เทียร์รี่ แอร์เมส เจ้าของตำนานกระเป๋า Hermes

กลยุทธ์การตลาดพิชิตใจลูกค้า

1.พิถีพิถันในการเลือกวัสดุ มีคุณภาพ

ผลิตภัณฑ์ของ Hermes เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ฝีมือในการผลิต การเลือกวัสดุในการผลิตจึงต้องเลือกหนังที่มีคุณภาพดี และในปัจจุบันยังได้มีการนำหนังประเภทอื่นมาใช้ในการผลิตเพื่อให้เกิดความหลากหลาย ได้แก่ หนังนกกระจอกเทศ ที่ได้ถูกเลี้ยงดูอย่างดีในฟาร์ม หรือจะเป็นหนังจระเข้เกรดเอ ต้องไม่มีรอยขีดข่วนเนื่องจากผ่านการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี

2.มีเทคนิคการเย็บเฉพาะตัว อย่างมืออาชีพ

Hermes คัดสรรช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตัดเย็บเป็นอย่างดี รวมถึงขั้นตอนการเย็บมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนที่เน้นความแน่นคงทนด้วยการเย็บแบบ 2 เข็ม ช่างฝีมือจะต้องมีการฝึกฝนไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะได้รับอนุญาตให้ทำการผลิตกระเป๋า เวลาที่ใช้ในการผลิตกระเป๋าต่อใบมากถึง 16 – 20 ชั่วโมง โดยช่างแต่ละคนต้องรับผิดชอบการซ่อมแซมตลอดอายุการใช้งาน

3. .ไม่เน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ ทำให้เป็น Hermes ที่ต้องการของลูกค้า

เนื่องจากการผลิตกระเป๋าต่อใบต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงและเป็นงานฝีมือเน้นคุณภาพ การผลิตจึงไม่เน้นปริมาณจำนวนการขายมากนัก และยังไม่สนใจยอดขายต้องสูงเท่าไร แต่ก็ใช่ว่ามีเงินแล้วจะหาซื้อกระเป๋าได้ตามหน้าร้านนั่นก็เพราะว่าใครก็ตามที่อยากจะได้กระเป๋า Hermes ไว้ครอบครองจะต้องลงชื่อใน Waiting List กันก่อนเลย ด้วยเหตุนี้เอง Hermes จึงไม่เน้นปริมาณหน่วยยอดขาย แต่รายได้ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว

4.แบรนด์เกิดเพราะการบอกต่อ แบรนด์อยู่เติบโตเพราะคุณภาพดี ไม่ใช่โฆษณา

Hermes ไม่เคยสร้างโฆษณาสินค้า แต่สามารถสร้างยอดขายได้ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ของ Hermes เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในวงสังคม ดารา นักร้อง เป็นต้น เปรียบเสมือนเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้คนทั่วไปสนใจอยากเป็นเจ้าของ

5.ปรับตัวตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

Hermes มีความสามารถในการปรับตัว และประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดี จากที่ Hermes เคยเป็นผู้ผลิตอานม้ามาก่อนแต่เพราะวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มองการณไกล เห็นว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปและมีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้น เช่น มีรถยนต์เข้ามาแทนที่รถม้า Hermes จึงได้ปรับมาผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องหนังแทน ได้แก่ กระเป๋า รองเท้า สินค้าด้านแฟชั่น แต่ยังคงยึดหลักการทำงานตามแบบบรรพบุรุษ 

6.ตำแหน่งทางการตลาด

ด้วยเป็นสินค้าที่มีราคาสูง Hermesจึงวางกลุ่มลูกค้าที่ระดับบน ไม่ได้มีวางขายทุกตลาด การเข้าถึงแบรนด์ได้ยาก หากจะนับช็อปทั่วโลกแล้วมีเพียง 300 กว่าแห่งเท่านั้น โดยผู้ที่ต้องการสินค้าจริงๆจึงต้องลงชื่อและรอคิวเพื่อรอรับสินค้า โดยเป็นความตั้งใจของ Hermes เพื่อให้ผลิตภัณฑ์คงความเป็นพิเศษและเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยม

7.พัฒนาบุคลากรอย่างมืออาชีพ

คนหรือพนักงานถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท การมีพนักงานที่ดีย่อมช่วยให้บริษัทเติบโตสำหรับ Hermesบุคลากรที่มีความสำคัญคือช่างฝีมือมากความสามารถในการผลิตกระเป๋า Hermes โดยจะได้รับการฝึกหัดมาอย่างดี ด้วยเหตุนี้ Hermesจึงเลือกที่จะมีพันธมิตรกับโรงเรียนเพื่อฝึกฝนผู้เรียนให้ซึมซับถึงความเป็น Hermesตั้งแต่เรียนกันเลย ช่างฝีมือของ Hermes ในปัจจุบันมีจำนวนกว่า 3,000 คน การ Turnover อยู่ในอัตราต่ำเพียง 1ใน3ของพนักงานทั้งหมดที่ร่วมงานกับHermesมากว่า 10 ปี นอกจากนี้Hermesยังไม่มีฝ่ายการตลาดเพราะพนักงานทุกคนคิดเรื่องการตลาดกันอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นHermesยังไม่มีฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ เพราะช่างฝีมือล้วนเป็นฝ่ายตรวจสอบงานของตนเองกันอยู่แล้ว

นอกจากมีช่างฝีมือที่มากความสามารถแล้ว Hermesยังมีช่างออกแบบที่เป็น Freeland ที่มีแนวคิดใหม่ๆไม่ยึดติดกับวัฒธรรมแบบเดิมๆ จึงทำให้ Hermes มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยและยากต่อการเลียนแบบ

ถอดบทเรียนกลยุทธ์ อ่านใจ Hermes ปรับใช้กับ SMEs

1.มีจุดยืน รักษามาตรฐานสินค้า

การที่สินค้าประเภทหนึ่งจะเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้า ตัวสินค้าย่อมต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากแบรด์อื่นๆ และความแตกต่างนี้ ผู้บริโภคจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจและพิจารณาการซื้อสินค้าจากลักษณะเฉพาะนั้นๆได้เอง เช่น Hermes มีจุดยืนด้วยการเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหนังที่คุณสมบัติของวัสดุชั้นดี มีการตัดเย็บผลิตภัณฑ์แบบเฉพาะของบริษัท เป็นต้น

2.รู้กลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงใจลูกค้า

ธุรกิจจำเป็นต้องรู้กลุ่มเป้าหมายของสินค้าที่ทำการจำหน่ายแบบเฉพาะเจาะจงได้จะดีกว่ากำหนดเป้าหมายที่กว้างเกินไป ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้นเข้าถึงความต้องการของลูกค้า ตลอดจนตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ ส่งผลให้เกิดความจงรักภักดีและการซื้อสินค้าซ้ำ

3.สร้างความแตกต่าง ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยเสมอ

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปธุรกิจย่อมต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลง หากธุรกิจยังยึดติดกับรูปแบบสินค้าเดิม การขายแบบเดิมๆ อาจส่งผลให้ธุรกิจของคุณล้าสมัย ถึงแม้ว่า Hermesยังยึดติดกับการผลิตสินค้าด้วยการเย็บด้วยมือ แต่ Hermesไม่เคยลืมที่จะปรับปรุงรูปแบบของสินค้าให้ทันสมัยอยู่เสมอไม่ว่ากาลเวลาเปลี่ยนไป Hermes ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกของผลิตภัณฑ์เครื่องหนังที่ลูกค้าพิจารณาเสมอ

4.ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล

ธุรกิจขับเคลื่อนได้ด้วยบุคลากรในองค์กรเนื่องจาก “คน” เป็นผู้ที่สามารถส่งเสริมพัฒนาให้เกิดทักษะ ความเชี่ยวชาญในการปฎิบัติงานได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ธุรกิจ ดังจะเห็นได้จาก Hermesที่มีโรงเรียนเป็นพันธมิตรในการฝึกช่างฝีมือให้มีความสามารถเฉพาะHermesเท่านั้น

ในปัจจุบันนี้ Hermes ยังคงเคล็ดลับความสำเร็จและมีจุดยืนด้วยการคงความเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นความเป็นงานฝีมือ และคุณภาพ ยึดถือเทคนิคที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ  ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิตให้ความสำคัญกับคุณภาพงานผลิตด้วยช่างฝีมือที่มากประสบการณ์  และยังไม่ต้องกัลวลเรื่องการก็อปสินค้าเกรดเอ เพราะHermesมีวิธีจัดการด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ปรับตัวไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทันสมัยอยู่เสมอ นับเป็นจุดแข็งที่ทำให้กระเป๋าแบรนด์แนมอย่าง Hermes ขึ้นแท่นครองใจผู้บริโภคจนถึงทุกวันนี้ หากใครยังไม่รู้ว่าจะลงทุนในอะไรดีจะลองลงทุนกระเป๋า Hermesรุ่น Limited Edition ซักใบคุณจะพบว่า กระเป๋าก็สามารถสร้างมูลค่าด้านการลงทุนได้เช่นกัน ยิ่งเก่ายิ่งมีค่า

บทความโดย ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร “เขียนบทความสร้างรายได้ รุ่น 2”

คุณ กาญจนาภรณ์ บุญเกิด (คุณ นก)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ
ปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัท

บทความเกี่ยวกับกรณีศึกษา

Facebook Comments
Tags

รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ในการทำธุรกิจ ช่องทางทำมาหากิน ฟรี !!!

เพิ่มเพื่อน

Taokaemai

สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้บริการคำปรึกษา ฝึกอบรม วางแผนพัฒนาสินค้า ช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close