บทความ

6 ทักษะที่ “เถ้าแก่ใหม่” ต้องมี

ธุรกิจ เริ่มไม่ยากหรอก ถ้าคิดแค่ ซื้อมา ขายไป อะไรมันก็ “ง่าย” หละครับ แต่ในความเป็นจริงนั้น ธุรกิจ เริ่มง่าย แต่ อยู่รอด ยาก เติบโตนี่ก็ยิ่งลำบาก ถ้าเราขาดทักษะ ในการที่จะ “ผลักดัน” ให้ธุรกิจ เดินไปข้างหน้า

มีความรู้ ทักษะ มากมายหลายอย่างที่ ผู้ประกอบการต้อง เรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง อยู่เสมอ

วันนี้ผมนำ

6 ทักษะ (Skills) ที่จำเป็นเบื้องต้นสำหรับ คนที่จะก้าวมาเป็นเถ้าแก่ใหม่

1.การคิดอย่างเป็น ระบบ (Systematic Thinking)

เถ้าแก่ใหม่ต้อง คิดอย่างเป็นระบบ ? แล้วคิดอย่างไร

หลักการง่าย ๆ ของการคิดแบบนี้คือ เหตุ และ ผล มีสิ่งนี้ เพราะมีสิ่งนั้น จะทำอย่างไรบ้างให้ได้ยอดขาย คิดออกมาอ๋อ ต้องทำโน่น นี่นั่น บลา ๆ คิดให้ได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

เครื่องมือที่นิยมใช้กัน เช่น  Fish Bone Diagram (แผนผังก้างปลา)แผนผังของ การค้นหาสาเหตุและผล Mind Map (แผนผังความคิด)

2.การนำเสนอ (Presentation)

ต้องนำเสนอ ความคิด นำเสนอไอเดีย นำเสนอสินค้าได้ สรุปสั้น ๆ คือ “ขายเป็น” รูปแบบการขายไม่ว่าจะเป็นการนั่งพูดคุย โทรศัพท์ หรือ แม้กระทั่งออกไปยืน หน้าเวที มือถือไมล์ ไฟส่องหน้า กล้องทุกตัวต่างจดจ้องมาที่เรา ต้องกล้าครับ

กล้าเสนอหน้า !! ต้องบอกว่า “ด้านได้ อายอด” ถ้ามัวแต่อาย ไอ้ด่างมันก็คาบไป Dag นะครับ ทักษะนี้สำคัญมาก ถึงสำคัญที่สุด

ลองดูสินค้าแบรนด์ดัง ๆ สิครับ เดี๋ยวนี้เจ้าของกิจการต้องออกโรงมานำเสนอเอง ตัวอย่าง Iphone ก็มี สติฟ จ๊อบ เป็นต้นแบบ ไล่มาที่ Facebook ก็มี มาร์ค เป็นตัวนำ ทุกคนต่าง “ขาย” สิ่งที่เขามี “นำเสนอ” สิ่งที่เขาสร้าง ได้อย่างน่าซื้อ

พัฒนาจุดนี้ครับ….แล้วธุรกิจเราจะเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างให้ธุรกิจต้องสะดุดเพราะ “เถ้าแก่ใหม่เป็นใบ้ ไม่กล้าพูด”

3.การเจรจาต่อร่อง (Negotiation)

นำเสนอแล้ว ย่อมมีคนอยากซื้อ มีคนสนใจ มีคนขอทำธุรกิจด้วย ไม่ว่าในรูปแบบใด เป็นลูกค้า เป็นพันธมิตร เป็นตัวแทน หรือ เป็นหุ้นส่วน หรือแม้กระทั่ง เราไปเป็น “ลูกหนี้” ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การซื้อของจาก Supplier ,กู้เงินธนาคาร เป็นต้น

เหล่านนี้ต้องใช้ทักษะในการ “เจรจาต่อรอง” เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ที่ Happy-Happy คือมีความสุขทั้ง 2 ฝ่าย

หากบกพร่องส่วนนี้เราอาจจะเป็น “ฝ่ายเสียผลประโยชน์” เกินความจำเป็น ต้นทุนต่าง ๆ ก็จะเพิ่มขึ้น กำไรก็จะลดน้อยถอยลง เป็นต้น

พัฒนาอย่างไร ? ลองเริ่มจาก ฝึกต่อราคาสินค้าในตลาดนัดดูสิครับ (ถ้าแม่ค้าด่าอย่ามาว่าผมแนะนำนำ 555 )

4.การบริหารงาน (Management)

แบ่งงานได้ ใช้คนเป็น  ต้องรู้ จังหวะ เวลา ว่าตอนนี้ควรทำอะไร แผนการที่วางไว้ ดำเนินมาถึงขั้นตอนไหนแล้ว งานนี้ใครเหมาะ งานนี้ใครไม่ควรทำ

เริ่มธุรกิจ จริง ๆ ก็มีกันไม่กี่คนหรอกครับ ตัวเรากับ แฟน หรือ ไม่ก็เพื่อน 2-3 คน เอาเข้าจริง ทำแมร่งเกือบทุกอย่าง 555

แม้เริ่ม ๆ เราจำเป็นที่จะต้องทำเป็นทุกอย่าง แต่เราก็ต้องเป็นนักวางแผน นักจัดการ ไม่ใช่ทุกสิ่งอย่างมา “สุม” ไว้ที่เราคนเดียว อย่างนี้ไม่ใช่แล้วนะครับ

งานไหน ให้ทีมงาน Outsource ดูแลได้ก็ปล่อยไป เพียงแต่มีระบบในการ จ่ายงาน ตรวจสอบงาน และประเมินผลงานที่ชัดเจน

วันหนึ่งเราต้องโตขึ้น คำว่าโต คือ ขนาดของ “สมาชิก” ในธุรกิจ เป็นพนักงานที่มากขึ้น เราต้องมีกระบวนการ คัดสรร ที่มาตรฐานไม่ใช่เพียงเพราะว่าเป็น เพื่อน เป็นญาติ ใช้เส้นสาย แต่สุดท้ายไม่ได้งาน

ต้องวางระบบ บริหารจัดการในทุกด้านให้ดีครับ บุคลากร การเงิน บัญชี การตลาด ขาย และปฏิบัติการ ค่อย ๆ พัฒนาไปด้วยกันครับ

5.การสร้างแรงบันดาลใจ (Motivation)

โอ้ย !!! กำลังใจตัวเองก็จะไม่มีอยู่แล้ว จะไปให้กำลังใจคนอื่นได้อย่างไรกัน…

เออนั่นแหละ !!! ต้องฝึกไง ต้องพัฒนาไง ต้องสร้างไง ไม่ว่าจะเหนื่อย จะท้อ หรือหนักสักเพียงไหนครับ เราต้องเป็น “แกนหลัก” ของ “ความมั่นคงในธุรกิจ” ถ้าเราห่อเหี่ยว ทุกคนในทีมก็ ห่อเหี่ยว ธุรกิจก็หดหู่ สุดท้ายก็ ล่มจม

เคยดูตลกไหม ? บ่อยครั้งทีเดียวที่ นักแสดงตลกหน้าเวที เจอเรื่องตลกร้ายด้านล่างก่อนขึ้นเวที พ่อตาย แฟนทิ้ง หนี้สินเต็มตัว เศร้าไม่รู้จะเศร้าอย่างไร น้ำตานี่หมดบ่อแล้ว

แต่เมื่อถึงเวลาขึ้นเวที ก็สร้างเสียงเฮฮา ได้เหมือนเดิม…นี่แหละครับ “มืออาชีพ”

ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ต้อง ยืนหยัด และต้องส่งต่อพลัง ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ แรงใจไปให้กับทีมงาน คนรอบข้างให้เขามี ความหวัง ให้เขามีกำลังใจ ให้เขาพร้อมที่จะสู้ไปกับเรา เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว เราจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่ “ความหวัง”

6.การบริหารชีวิต (Life Balance)

ทักษะนี้ “สำคัญที่สุด” ต้องรู้จักการ “ใช้ชีวิต” ไม่ใช่อยู่ไปเพื่อ งาน ๆๆๆ เงิน ๆๆๆ ไม่ใช่นะครับ ต้องแยกแยะให้ได้นะ ไม่อย่างนั้น หาเงินได้ แต่ไม่มีความสุข

ไม่อย่างนั้น หางานได้ มีแต่ความทุกข์

เวลาส่วนตัว ครอบครัว งาน สังคม ต้องบริหารให้เป็น ไม่ทิ้งครอบครัว ไม่ทิ้งงาน ไม่ปล่อยปละละเลยตัวเอง หักโหมอย่างใดอย่างหนึ่ง

สมดุลชีวิต ครับ !!!

อย่าให้ต้องหาเงินมากมายเพื่อนำไปใช้รักษาตัวเองให้ห้อง ICU

อย่าทุ่มแต่กับงาน จนเสียครอบครัว เสียเพื่อนฝูง

ธุรกิจ มันไม่ใช่ทั้งชีวิตของเรานะครับ ไม่ใช่เลย

ธุรกิจ เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ดังนั้น “อย่าเยอะ” เอาแค่พอเหมาะ

หาเวลาให้ตัวเองบ้าง แบ่งเวลาให้ครอบครัวด้วย ทำกิจกรรมเพื่อสังคมบ้าง เพื่อนฝูงไปไหนก็ไปด้วยกันบ้าง

อย่างนี้แล้ว !!! ชีวิตจะมีความสุขครับ

Tags

Kiattirat Jindamanee

ผู้ก่อตั้ง และ บรรณาธิการ สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs www.taokaemai.com อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจสุขภาพและความงาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม SMEs ,แฟรนไชส์ เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษให้กับหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และเอกชน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close