ภาวะวิกฤติจากการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น  เพราะผลกระทบจากวิกฤติในครั้งนี้ลุกลามบานปลายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก หลายธุรกิจไม่สามารถที่จะเอาตัวรอดจากวิกฤติในครั้งนี้จนถึงกับต้องปิดตัวลงไปก็มี ในขณะที่อีกหลายธุรกิจต่างก็ต้องพยายามปรับตัวเพื่อให้ตนเองอยู่รอดไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม

ในยุคนี้หากสามารถประคองธุรกิจที่มีปัญหาจนผ่านพ้นวิกฤติไปได้ก็น่าจะเป็นเป้าหมายแรก ๆที่ผู้ประกอบการตั้งเป้าเอาไว้  แต่ทว่าในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสซุกซ่อนอยู่เสมอ หากคุณหาเจอไม่เพียงแต่คุณจะพ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปได้เพียงอย่างเดียว เพราะคุณก็สามารถพลิกสถานการณ์จากการขาดทุนเป็นนกำไรจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจได้เช่นกัน ในบทความเป็นคำแนะนำจากกูรูด้านการตลาด คุณ วิชาวุธ จริงจิตร  มาแบ่งปันเป็นแนวทางในการนำไปปรับปรุงพัฒนาธุรกิจในช่วงวิกฤตเช่นนี้

ใช่ว่าทุกธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติ เพราะมีธุรกิจอีกไม่น้อยที่นอกจากจะไม่ได้รับผลกระทบก้ยังมียอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

ในทุกวิกฤติไม่ได้มีแต่เฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบในแง่ลบเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีอีกหลายธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ในขณะที่บางธุรกิจก็อาจจะได้รับผลกระทบเพียงแค่ในช่วงแรกของวิกฤติที่คนยังตื่นตระหนกอยู่และสามารถฟื้นกลับมาได้หลังจากนั้นไม่นาน แต่ก็ต้องยอมรับว่าในบางวิกฤติบางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตินั้นโดยตรงก็แทบจะเอาตัวไม่รอดเลยก็มี นี่คือโลกของธุรกิจ ที่เราไม่อาจพยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะมีปัจจัยอะไรมากระทบกับธุรกิจของเราหรือไม่ รวมถึงไม่อาจรู้ได้เช่นกันว่าธุรกิจที่กำลังไปได้สวยในตอนนี้ในอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่หากมองในอีกมุมหนึ่งนั้น ในทุกวิกฤติย่อมมีข้อดีอยู่เช่นกัน  เพราะเป็นโอกาสที่เราจะได้หันมามองย้อนกลับดูว่าธุรกิจของเรานั้นเข้มแข็งเพียงใด เพื่อที่จะได้ปรับปรุงจุดอ่อนนั้นและพัฒนาโอกาสและความสามารถในการแข่งขันของเราต่อไปในอนาคต

ในภาวะวิกฤติ ความคิดสร้างสรรค์เท่านั้นจึงจะช่วยนำพาให้ธุรกิจของเราอยู่รอดและปลอดภัย

แต่หากว่าธุรกิจของเราเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติที่เกิดขึ้น ความคิดสร้างสรรค์คือสิ่งที่จะทำให้เราพ้นจากวิกฤติที่เกิดขึ้นนั้น  แต่ก่อนที่ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของเราจะเบ่งบานจนนำไปสู่สิ่งที่จะทำให้เราพ้นจากวิกฤติลองมองหาข้อจำกัดต่าง ๆที่จะทำให้ธุรกิจของเราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ ซึ่งข้อจำกัดต่าง ๆมีดังต่อไปนี้

-- Pain point Problem: เรามีปัญหาอะไรและลูกค้ามีปัญหาอะไร

-- Persona หรือ target group: มองให้ออกว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายที่เราจะเข้าไปช่วยตอบโจทย์

-- Progress improvement: สินค้าของเราต้องดีกว่าของเดิมที่มีอยู่แล้ว

10 แนวคิดในการจัดการธุรกิจเพื่อพลิกฟื้นจากขาดทุนมาเป็นกำไรและวิธีเพิ่มยอดขายสินค้า

1. ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก (Cut)

การตัดสิ่งใดที่ไม่จำเป็นออกสำหรับธุรกิจในภาวะวิกฤติเป็นสิ่งแรก ๆที่ทุกธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาจะต้องทำ  โดยการหาว่าสิ่งใดที่ไม่จำเป็นและควรตัดมันออกไปเราจะเริ่มต้นด้วยคำถาม 3 คำถามดังต่อไปนี้

-- อะไรที่ไม่จำเป็นแน่ ๆที่เราสามารถตัดออกไปได้บ้างโดยเอาให้เหลือแต่บริการหลัก ๆที่จำเป็นเท่านั้น

-- ถ้าตัดไม่ได้จริง ๆ เราสามารถลดบางสิ่งบางอย่างลงไปได้ไหมหรือทำอย่างไรให้มีต้นทุนน้อยที่สุด

-- ถ้าตัดไม่ได้จริง ๆ เราพอจะหาสิ่งทดแทนได้ไหม

2. ข้ามจากธุรกิจหนึ่งไปอีกธุรกิจหนึ่ง (Cross)

หากธุรกิจที่เราดำเนินการอยู่มีปัญหาหรือพบเจอวิกฤติบางครั้งเราต้องมองหาโอกาสจากธุรกิจอื่น ๆที่ไม่ได้รับผลกระทบว่าเราสามารถนำกระบวนการหรือวิธีการจากธุรกิจนั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจเราได้ไหม หรือเราจะเปลี่ยนไปทำธุรกิจนั้น ๆโดยอาศัยความชำนาญจากธุรกิจเดิมของเราได้ไหม การข้ามจากธุรกิจหนึ่งไปอีกธุรกิจหนึ่งอาจดูเป็นเรื่องใหญ่ของเจ้าของธุรกิจแต่วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณสามารถรอดพ้นจากวิกฤติได้

3. สามารถเชื่อมโยงความคิดหรือแนวร่วมบางอย่างเข้าหากันได้ไหม (Connect)

ลองมองหาความเชื่อมโยงของสินค้าและบริการของเราทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วดูว่าเราสามารถเชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของเราได้หรือไม่ รวมไปถึงการเชื่อมโยงสินค้าและบริการที่เรามีให้เข้ากับปัญหาของลูกค้าแล้วสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจออกมาก็จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้อีกวิธีหนึ่งครัย

4. คิดย้อนกลับหรือสวนทางไปจากคู่แข่ง (Reverse)

ในบางครั้งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อาจมาจากความคิดนอกกรอบที่สวนกระแสจากแนวทางที่คู่แข่งขันทางธุรกิจของเราทำอยู่  หลายครั้งที่ความคิดแหวกแนวเหล่านี้กลับได้รับความนิยมและเป็นกระแสให้ลูกค้าได้พูดถึงจากความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครนี้เอง ลองพยายามมองหาสิ่งที่แตกต่างไปจากคู่แข่งแล้วพัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกค้า คุณก็จะสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้นจากวิธีคิดแบบปลก ๆเช่นนี้

5. คิดต่อยอดสินค้าและบริการหรือขยายความคิดขึ้นมาจากเดิม (Expand หรือ explode)

การคิดต่อยอดสินค้าและบริการรวมไปถึงการขยายแนวคิดของสินค้าที่ตนมีไปเป็นสินค้าและบริการอื่น ๆ ก็สามารถช่วยเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจของคุณได้ไม่น้อย  เพราะสินค้าและบริการใหม่ ๆ สามารถเพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆที่คาดไม่ถึงให้กับธุรกิจของคุณได้เช่นกัน

6. ปรับรูปแบบของธุรกิจได้ไหม (Adjust)

การปรับปรุงรูปแบบของธุรกิจขึ้นมาใหม่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจหากคุณคิดจะพลิกจากวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้ให้เป็นโอกาสในการสร้างยอดขายและผลกำไร  ซึ่งในการปรับรูปแบบของธุรกิจมีวิธีการดังต่อไปนี้

--  ปรับรูปร่างและรูปแบบของสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นโยการใส่ฟังก์ชั่นบางอย่างเพิ่มเติมลงไป

--  ปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการขาย วิธีการนำเสนอเช่นไม่รอให้ลูกค้าเข้ามาหาแต่ต้องเป็นฝ่ายที่เดินออกไปหาลูกค้าเอง

7. เปลี่ยนรูปแบบจากสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง (Transform)

การ transform คือการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการใช้งานของสินค้าของเราว่าตัวสินค้าสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานไปเป็นรูปแบบอื่น ๆ ได้หรือไม่หากไม่ทำในฟังก์ชั่นเดิมสามารถปรับเปลี่ยนไปให้ใช้งานในรูปแบบอื่น ๆได้อย่างไรบ้าง การเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานต้องการความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก  ซึ่งหากคุณคิดได้สำเร็จสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายจากความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนได้

8.การใส่สิ่งของหรือลักษณะบางอย่างเพิ่มเข้าไปตรง ๆ จากสิ่งเดิมที่มีอยู่แล้ว (Insert)

การพัฒนาสินค้าอีกวิธีการหนึ่งคือการนำเอาสินค้าเดิมที่มีอยู่แล้วมารวมเข้ากับวัตถุดิบอีกชนิดเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับตัวของสินค้า นอกจากนี้ยังอาจรวมไปถึงการนำเอาของบางอย่างใส่เพิ่มเข้าไปโดยตรงเช่นลูกอมสอดไส้ชนิดต่าง ๆหรือขนมปังไส้ต่าง ๆ วิธีการเช่นนี้จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าของเรามากยิ่งขึ้น

9. การเพิ่มมูลค่าให้กับตัวของสินค้า (Value add)

การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าแตกต่างจากวิธีการ insert ที่เราอาจมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่การเพิ่มมูลค่าอาจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่นการเพิ่มเรื่องราวลงไปในสินค้าเดิมว่าสินค้านี้จะช่วยตอบโจทย์ให้กับลูกค้าได้อย่างไร รวมไปถึงการเพิ่มคุณประโยชน์ให้สินค้าเรามีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น

10. ทำให้ทรงคุณค่า (Enrich)

การทำวิธีนี้จะมุ่งเน้นไปที่การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้สินค้าของเราดูดีในสายตาของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย  โดยเราอาจเลือก Target group ของเราจากช่องทางต่าง ๆ และสื่อให้พวกเขาเห็นว่าสินค้าของเราทรงคุณค่าและน่าสนใจอย่างไร

ทั้ง 10 วิธีเพิ่มยอดขายสินค้า คือแนวทางในการช่วยเพิ่มยอดขายพลิกสถานการณ์จากขาดทุนให้เป็นกำไรในภาวะวิกฤติ  ภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้คือสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนนอกจากจะต้องหาทางรับมือไม่ให้ธุรกิจของตนต้องล่มสลาย แต่ในอีกนัยหนึ่งแม้ว่าจะดูย่ำแย่ไปบ้างแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็คือบทเรียนชั้นครูที่จะทำให้ผู้ประกอบการหวนกลับมาตระหนักถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจของตนว่าอยู่ในทิศทางและแนวทางใด เพราะหากคุณยังคงอยู่ในแวดวงธุรกิจอยู่ย่อมไม่อาจหนีพ้นวิกฤติที่เกิดขึ้นในวันข้างหน้าได้เช่นกัน เรียนรู้และพัฒนาให้ธุรกิจของตนเข้มแข็งแล้วคุณจะเป็นผู้อยู่รอดได้ในทุก ๆวิกฤติ


บริการอบรม ให้คำปรึกษา การทำให้สินค้าค้นหาเจอบน Google การทำ Digital Marketing & Brand Storytelling ทั้งแบบรูปแบบองค์กร กลุ่ม และ ตัวต่อตัววิธีเพิ่มยอดขายสินค้า