ห้ามโฆษณาเป็นหนี้เกินตัว !!  ธนาคารแห่งประเทศไทย ห้ามแบงค์ทุกแบงค์โฆษณาชวนเป็นหนี้เกินตัว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เข้ามาควบคุมกระบวนการและส่งเสริมการให้สินเชื่อที่มีความรับผิดชอบและไม่กระตุ้นให้ก่อหนี้เกินตัว เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มที่จะเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งมีผลกระทบทั้งระบบและที่ระดับธนาคารทั้งหลายในประเทศ นี่คือข้อบังคับและมาตรการที่จะส่งผลต่อวงจรการให้สินเชื่อในประเทศไทยในอนาคต:

1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม: ธปท. กำหนดให้ธนาคารพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม นั่นคือ การพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าให้เหมาะสมกับสินเชื่อที่ให้มากที่สุด

2. การควบคุมโฆษณา: หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ธปท. ได้นำเสนอคือการควบคุมเนื้อหาของโฆษณาสินเชื่อ โดยการต้องมีเนื้อหาถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วนและไม่สร้างความกระตุ้นให้ก่อหนี้เกินควร ยิ่งแรงจูงใจการสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดและต่ำสุด ระยะเวลาการผ่อนชำระและเงื่อนไขการชำระหนี้ที่เป็นที่เสนอขายต้องถูกแสดงให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจน

3. การควบคุมการเสนอขาย: ธปท. จะห้ามการรบกวนความเป็นส่วนตัวของลูกค้าในกระบวนการเสนอขายสินเชื่อ นี้หมายความว่า การเสนอขายต้องเป็นอย่างมีความเคารพต่อความเป็นส่วนตัวและสิทธิของลูกค้า

4. การพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้: ธปท. กำหนดให้การพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้จะต้องครอบคลุมภาระหนี้ทั้งหมดของลูกค้า และให้เกิดความมั่นใจว่าลูกค้าจะเหลือเงินเพียงพอในการดำรงชีวิต

5. การส่งเสริมวินัยและการจัดการทางการเงิน: มาตรการนี้มุ่งสร้างวินัยการเงินและการจัดการทางการเงินในช่วงเป็นหนี้ โดยการกระตุกพฤติกรรมลูกค้าผ่านการให้ข้อมูลและเงื่อนไข เช่น แจ้งเตือนให้ลูกค้าชำระหนี้ตรงเวลา แสดงผลของการจ่ายขั้นต่ำต่อเนื่อง

6. การช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาหนี้เรื้อรัง: มาตรการนี้ระบุถึงการให้ความช่วยเหลือและแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกค้าที่มีปัญหาหนี้เรื้อรัง

7. การดำเนินคดีและโอนขายหนี้: ธปท. จะแจ้งให้ลูกค้าทราบสิทธิและข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินคดีและการโอนขายหนี้ไปยังเจ้าหนี้รายอื่น

ภายใต้มาตรการที่เข้มงวดเหล่านี้ ธปท. มุ่งสร้างวงจรการให้สินเชื่อที่มีความรับผิดชอบและไม่กระตุ้นให้ก่อหนี้เกินตัว เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเงินที่เป็นประโยชน์แก่ทุกคนในสังคม และป้องกันปัญหาหนี้เรื้อรังที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลและระบบเศรษฐกิจโดยรวมในอนาคต

กระทบแผนหาลูกค้าใหม่: ทีทีบี ประเมินผลกระทบของมาตรการเข้มควบคุมการให้สินเชื่อ

ในยุคที่เศรษฐกิจและการเงินเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมการให้สินเชื่อและป้องกันการก่อหนี้เกินตัวเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากสำหรับธนาคารทั่วๆ ไป และในกรณีของทีทีบี (ธนาคารทหารไทยธนชาต) ก็ไม่แตกต่างกันนัก นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคลของทีทีบี ได้เปิดเผยในบทสัมภาษณ์ว่าทีทีบี กำลังพิจารณาผลกระทบจากมาตรการเข้มที่ตามมากับการก่อหนี้เกินตัวและการกระตุ้นพฤติกรรมในส่วนที่ไม่จำเป็น โดยการประเมินนี้เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนเนื่องจากมีรายละเอียดต้องพิจารณาในแต่ละด้านของกิจการธนาคาร ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และการตลาดที่ทีทีบี กำลังดำเนินการ

นายฐากรระบุว่าส่วนไหนที่มีผลกระทบก็จะต้องมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนใหม่ หนึ่งในประเด็นที่เน้นคือแรงจูงใจ (incentive) และรางวัลต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างกระแสการตลาดและให้ความสนใจในสินเชื่อของทีทีบี รางวัลเหล่านี้อาจมีการทบทวนและปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการเข้มในการควบคุมและเป็นธรรมในการให้สินเชื่อ

นอกจากนี้ นายฐากรยอมรับว่ามาตรการเข้มที่ธปท. กำหนดไว้อาจมีผลกระทบต่อการหาลูกค้ารายใหม่ของทีทีบี ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในกิจกรรมทางการตลาดของธนาคาร โดยระบบการแนะนำสินเชื่อและส่งเสริมการขายอาจต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับมาตรการใหม่ นายฐากรยังเน้นว่าธนาคารยังคงสำรวจและวางแผนการปลดลงทุกช่องทางที่เข้าข่ายเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการใหม่ที่ธปท. กำหนด

สิ่งสำคัญที่ธนาคารต้องรำคาญกับคือการดูแลลูกค้าให้มีการให้สินเชื่อที่เหมาะสมและป้องกันการก่อหนี้เกินตัว โดยการควบคุมและปรับปรุงกระบวนการทางการเงินและการให้สินเชื่อให้มีความรับผิดชอบและไม่กระตุ้นพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกค้า เพื่อสร้างสังคมและระบบเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

kbank ปรับแผนรับมือ: การกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการตลาด โฆษณาเป็นหนี้เกินตัว

การกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการตลาดเป็นหนึ่งในประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจในวงการการเงิน โดยธนาคารกสิกรไทยก็ไม่แตกต่างเช่นกัน นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดเผยในบทสัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าหลักเกณฑ์ใหม่น่าจะเป็นเรื่องที่จะเห็นกรอบกติกาชัดเจนในเร็ว ๆ นี้ โดยธนาคารจะต้องปรับเปลี่ยนและประเมินผลกระทบในการทำการตลาดของพวกเขาตามมาตรการใหม่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด

มาตรการที่ถูกพูดถึงในบทสัมภาษณ์นี้คือการลดการกระตุ้นพฤติกรรมการก่อหนี้ เช่น โฆษณาต่างๆ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อความสนใจของลูกค้าในสินเชื่อ นายชัยยศยังกล่าวว่าธนาคารอาจต้องปรับปรุงระบบการแนะนำสินเชื่อและส่งเสริมการขายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่ธปท. กำหนด

แนวทางที่เริ่มมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และเป็นการลดการกระตุ้นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในการก่อหนี้เกินตัว และในเดือนเมษายน 2567 จะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมหนี้เรื้อรัง

อย่างไรก็ดีนายชัยยศยอมรับว่าการลดการกระตุ้นพฤติกรรมการก่อหนี้อาจจะมีผลกระทบต่อการหาลูกค้ารายใหม่ รายได้ของธนาคาร และต้นทุนในการปรับเปลี่ยนโฆษณา ธนาคารจึงต้องมีแผนชี้แจงให้ธปท. รับทราบว่าแผนการตลาดของพวกเขาจะเป็นไปอย่างไร หากจำเป็น จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติม

นายชัยยศกล่าวว่าหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับโฆษณามีผลกระทบต่อการหาลูกค้ารายใหม่ที่ยากขึ้น และส่งผลต่อรายได้และต้นทุนในการปรับเปลี่ยนโฆษณา ซึ่งธนาคารจะต้องทำการสำรวจและปรับเปลี่ยนโฆษณาเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการใหม่ที่ธปท. กำหนด

สรุปถึงหลักเกณฑ์ใหม่และการควบคุมในการทำการตลาด นายชัยยศกล่าวว่าธนาคารต้องเข้าไปดูทั้งในสื่อผ่านแบนเนอร์ เครื่องเอทีเอ็ม เว็บไซต์ สาขา และโมบายแบงกิ้ง เพื่อตรวจสอบและปรับเปลี่ยนโฆษณาใหม่ให้สอดคล้องกับมาตรการใหม่ที่ธปท. กำหนด

ในที่สุด นายชัยยศยังระบุว่าแม้ธปท.ไม่ได้บังคับหรือลงโทษ แต่คาดว่าธปท.อาจจะมีการสำรวจหลังจากมีผลบังคับใช้ หากพบเห็นจะมีการตักเตือน และมีผลต่อคะแนนเรื่องการให้บริการอย่างเป็นธรรม (market conduct) ในอนาคต ดังนั้น ธนาคารจึงต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในวงการการเงินและการตลาดอย่างสมบูรณ์และห้ามเพิ่มต้นทุนที่ไม่จำเป็นในการปรับเปลี่ยนโฆษณาและการตลาดของพวกเขา

กระทบทั้งระบบและการลดแคมเปญ: การปรับตัวของธนาคารและบริษัทเอกชนในยุคใหม่

ธนาคารและบริษัทเอกชนในสายอุตสาหกรรมการเงินกำลังต้องปรับตัวให้เข้ากับมาตรการใหม่ที่ถูกกำหนดโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อควบคุมการก่อหนี้ครัวเรือนและรักษาความมั่นคงในระบบการเงินของประเทศ การสร้างความเข้าใจก่อนการก่อหนี้ เช่น การประเมินความสามารถในการชำระหนี้และการให้คำแนะนำเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อลดการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็นในระดับครัวเรือน

แนวทางที่ถูกกำหนดในมาตรการใหม่เริ่มมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2567 และได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการตลาด โดยทำให้บางแคมเปญการตลาดที่เคยทำได้อาจจะไม่สามารถดำเนินไปได้ตามปกติ โฆษณาที่ไม่สามารถกระตุ้นการก่อหนี้เกินความจำเป็นได้ต้องปรับเปลี่ยน และต้องการความร่วมมือของทั้งบริษัทและธนาคาร

นายนันทวัฒน์ โชติวิจิตร กรรมการบริหารของบริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่าการปรับตัวในยุคใหม่นี้จะกระทบทั้งระบบ บริษัทจะต้องเพิ่มการทำงานเพื่อปรับตัวให้เข้ากับมาตรการใหม่ บางแคมเปญการตลาดที่เคยดำเนินการอาจจะไม่สามารถดำเนินไปตามปกติได้อีกต่อไป เนื่องจากมาตรการใหม่อาจก่อให้เกิดการระงับและขีดจำกัดการกระตุ้นการก่อหนี้โดยไม่จำเป็น

แต่นายนันทวัฒน์กล่าวว่าโดยรวมคุณภาพของสินเชื่อจะปรับปรุงขึ้น ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนในการตลาดและโฆษณา แม้จะมีต้นทุนเพิ่มเติมในด้านงานอื่น ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนโฆษณาและการตลาด นอกจากนี้ การปรับตัวในขั้นตอนการให้คำแนะนำสินเชื่อและการตลาดจะต้องให้ความสำคัญกับการแจ้งรายละเอียดเงื่อนไขในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อความโปร่งใสและความเข้าใจของลูกค้า

นายนันทวัฒน์ยังเตือนว่าแม้ธปท.จะไม่บังคับหรือลงโทษ แต่คาดว่าธปท.อาจมีการสำรวจและการตักเตือนหลังจากมีผลบังคับใช้ และนั่นอาจส่งผลต่อคะแนนการให้บริการอย่างเป็นธรรมในอนาคต ดังนั้น บริษัทและธนาคารจะต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในวงการการเงินและการตลาดอย่างสมบูรณ์ และห้ามเพิ่มต้นทุนที่ไม่จำเป็นในการปรับเปลี่ยนโฆษณาและการตลาดของพวกเขา

อีกทั้ง บริษัทและธนาคารจะต้องดำเนินการควบคุมและปรับโทนแคมเปญการตลาดและกิมมิกต่าง ๆ ของพวกเขาให้เหมาะสมกับมาตรการใหม่ที่ถูกกำหนด เพื่อประสบความสำเร็จในยุคใหม่นี้ที่มีการกำหนดมาตรการเข้มงวดในการให้สินเชื่อและการทำการตลาดให้ถูกต้องและธรรม

LINE BK กับการปรับแผนในระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์ โฆษณาเป็นหนี้เกินตัว

LINE BK กำลังพิจารณาและปรับแผนธุรกิจของตนให้เข้ากับร่างหลักเกณฑ์ที่ถูกกำหนดโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมการก่อหนี้ครัวเรือนและรักษาความมั่นคงในระบบการเงินของประเทศ การปรับแผนนี้จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแนวทางการตลาด โปรโมชั่น และเงื่อนไขการให้บริการ อันน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าของ LINE BK

นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LINE BK กล่าวว่า มีการศึกษารายละเอียดของร่างหลักเกณฑ์ที่ถูกกำหนดอย่างพิถีพิถัน โดยมีคำถามสำคัญว่า การปรับแคมเปญ การกำหนดเงื่อนไข และโปรโมชั่นจะต้องปรับอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการให้บริการให้แก่ลูกค้า

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ธนาคารอาจจะไม่ได้ทำธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และไม่จำเป็นต้องปรับแผนธุรกิจในมาตรการนี้อย่างมาก แต่ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อธนาคาร เช่น การลดหนี้ครัวเรือน การกระตุ้นหรือเร่งรัดการใช้สินเชื่อ และการอนุมัติสินเชื่อโดยไม่มีการตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการปรับแผนธุรกิจของทิสโก้

นายศักดิ์ชัยยังเตือนว่าธนาคารจะต้องพิจารณาในรายละเอียดของเกณฑ์ที่อาจต้องปรับเพิ่มเติม โดยการตรวจสอบว่ามีส่วนไหนที่ต้องปรับเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่ถูกกำหนด นั่นอาจคือการปรับเงื่อนไขในการให้สินเชื่อ การปรับแคมเปญการตลาดหรือการกำหนดโปรโมชั่นใหม่เพื่อรองรับเกณฑ์ที่เพิ่มเติมนี้

สรุปได้ว่า LINE BK และทิสโก้ อยู่ในขั้นตอนการศึกษาและปรับแผนเพื่อรองรับมาตรการใหม่ของธปท. และคงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับเกณฑ์และมาตรการที่กำหนด การปรับแผนธุรกิจและการแสวงหาวิธีการให้บริการที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าในยุคใหม่นี้จึงเป็นหน้าที่ที่ครบครันของทั้งสองบริษัท และจะมีผลกระทบทั้งระบบในอุตสาหกรรมการเงินและการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมการใช้อินฟลูเอนเซอร์ในสิ่งแวดล้อมการเงิน โฆษณาเป็นหนี้เกินตัว

สื่อโฆษณาเป็นส่วนสำคัญในการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการการเงินให้กับประชาชน โดยเฉพาะสำหรับบริษัททางการเงิน เพื่อให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจข้อมูลเหล่านี้อย่างถูกต้องและชัดเจน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำหนดหลักการโฆษณาที่มีความสำคัญเพื่อควบคุมการใช้อินฟลูเอนเซอร์ (influencer) และสื่อโฆษณาที่จะส่งผลต่อการก่อหนี้ของประชาชน หลักการเหล่านี้นำเสนอให้เราเข้าใจและปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง:

1. ถูกต้องและชัดเจน: สื่อโฆษณาจะต้องแสดงข้อมูลในการโฆษณาอย่างถูกต้องและชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการการเงิน ธนาคารหรือผู้ให้บริการควรแสดงเงื่อนไข คำเตือน และข้อแนะนำที่สำคัญในการโฆษณาอย่างชัดเจน การประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ต้องแสดงข้อความโฆษณาที่เป็นความจริงและไม่เป็นการโยงยิงเสริมการขายด้วยข้อมูลที่คลุมเครือ

2. ข้อมูลครบถ้วนและเปรียบเทียบได้: สื่อโฆษณาควรแสดงข้อมูลที่ครบถ้วนและเปรียบเทียบได้ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่แสดงควรแสดงทั้งอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดและสูงสุด พร้อมกับขนาดตัวอักษรที่เหมาะสมเพื่อให้ข้อมูลเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ส่งผลต่อความเป็นเจ้าของข้อมูลในการตัดสินใจ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

3. ไม่กระตุ้นให้เกิดการก่อหนี้เกินควร: สื่อโฆษณาต้องไม่กระตุ้นให้เกิดการก่อหนี้เกินควรและต้องส่งเสริมวินัยการเงิน ห้ามให้รางวัลหรือของขวัญเพื่อส่งเสริมการขายที่มีผลต่อการก่อหนี้ นอกจากนี้ ห้ามกำหนดเงื่อนไขเพื่อกระตุ้นหรือเร่งรัดให้ลูกค้าใช้สินเชื่อทันทีภายในงวดแรกหลังอนุมัติวงเงิน การแสดงการพิจารณาสินเชื่อที่ผ่านการประเมินความสามารถในการชำระหนี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการก่อหนี้ที่เกินความสามารถของลูกค้า

การเสนอขายโดยให้ข้อมูลที่ชัดเจนและการปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการทางการเงิน และช่วยให้สถาบันการเงินควบคุมการใช้อินฟลูเอนเซอร์และสื่อโฆษณาเพื่อประชาชนในรูปแบบที่มีความรับผิดชอบและมีความคุ้มครองความสงบเรียบร้อยในสิ่งแวดล้อมการเงินและการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิง https://www.prachachat.net/finance/news-1405226


ติดปัญหาเรื่องหนี้สิน ทำยังไงดี ?

หากคุณ
– มีหนี้บัตรเครดิตและชำระขั้นต่ำ
– มีเงินกู้เริ่มผ่อนไม่ไหว
– สมัครสินเชื่ออะไรก็ไม่ผ่าน
– ติดหนี้นอกระบบ

เราช่วยคุณได้ด้วย
สินเชื่อรวมหนี้ดอกเบี้ยถูก
สมัครฟรี
ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
**************************
จบทุกปัญหา #โครงการรวมหนี้ – ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน เงินเดือน 20,000 ขึ้นไป ดอกเบี้ยต่ำ
เอกสารไม่ยุ่งยาก
►มีประกันสังคมมาตรา33
►ประวัติยังดี ปลดล็อค ทุกปัญหา สมัครง่าย อนุมัติไว
►รู้ผลเบื้องต้นทางออนไลน์