Case StudySuccessสัมภาษณ์เถ้าแก่ใหม่

บุ๊ค วสุพล จากเด็กขายนมส่งตัวเองเรียนสู่ธุรกิจอะไหล่รถยนต์ออนไลน์เงินแสน

ผมเคยนำเสนอเรื่องราวของน้องบุ๊คเมื่อสัก 2-3 ปีที่ผ่านมาครับ ตอนนั้นกำลังเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 ที่ ม.เกษตรศาสตร์ น้องบุ๊คทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย น้องทำหลายอย่างพอสมควรครับ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ผมชื่นชมของคนที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยครับ

วันนี้น้องเรียนจบแล้วครับ แล้วเขาก็ตั้งใจที่จะกลับมาช่วยธุรกิจของคุณพ่อซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับประกอบอะไหล่รถยนต์ เป้าหมายเขาคือยกระดับธุรกิจจากการขายแบบออฟไลน์เดิม ๆ สู่ตลาดใหม่ที่ขายแบบออนไลน์

หลังจากที่น้องบุ๊คได้เขาเรียนคอร์ส “จิตวิทยาการตลาดออนไลน์” น้องก็เริ่มต้นนำความรู้ไปใช้ทันทีทำให้ตอบเฟสบุ๊ค ไลน์ กันสนุก ผลิตสินค้าส่งแทบไม่ทันเลยทีเดียวครับ

ผมอยากให้เพื่อน ๆ เถ้าแก่ใหม่ได้เรียนรู้มุมมองจากเด็กหนุ่มอนาคตไกลคนนี้ไปด้วยกันครับ

คุยกับเถ้าแก่บุ๊ค

สวัสดีครับ ผม นายวสุพล รชฏเสถียรพงษ์ (บุ๊ค) ปัจจุบันกำลังจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชั้นปีที่4

ย้อนอดีตตอนขายนม

ช่วงชั้นปีที่2 ผมอยากหารายได้ระหว่างเรียนครับ และไม่อยากรบกวนเงินจากที่บ้าน เช่น เงินค่าขนม ค่าชีท หนังสือ รวมถึงเวลาไปเที่ยวไหนตามภาษาวัยรุ่นผมจึงเริ่มสำรวจสิ่งใกล้ๆตัว และสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุดครับ  นั้นก็คือการว่ายน้ำ ผมจึงไปสมัคร ขอเป็นครูสอนว่ายน้ำ ที่สระจุฬาภรณ์ ม.เกษตรศาสตร์ครับ โดยได้รับค่าสอนชั่วโมงละ120บาท ผมจะสอนตั้งแต่เด็กเล็กช่วงอนุบาล3 –ป.5ครับ ในเวลา16.30-18.00น. และบางครั้งก็รับสอนเดี่ยวบางครับ โดยเฉลี่ยแล้ว1วันจะสอน2-3ชั่วโมงในช่วงหลังหลังเลิกเรียน

พอเริ่มสอนไปได้ประมาณ1เดือน ช่วงนั้นมหาวิทยาลัยมีจัดงานเกษตรแฟร์ และไม่มีการเรียนการสอน สระว่ายน้ำปิด ผมจึงอยากหาอะไรมาขายช่วงที่ไม่มีการเรียนครับ ผมจึงเริ่มมองหาสินค้าที่อยู่ใกล้ตัว ขนส่งง่าย จะได้ไม่มีต้นทุนเยอะครับ จนได้รู้ว่าในมหาลัยมีสินค้าตัวหนึ่งคือ “นมเกษตร” หลังจากนั้นผมจึงไปซื้อมา100ถุงครับสำหรับวันแรก และนำมาใส่รถเข็นเดินขายในงานครับ ปรากฏว่ายอดขายดีมากๆครับ สำหรับการเริ่มขายของครั้งแรก จนจบงานผมได้เงินมาประมาณ8,000บาทครับ(10วัน)

พอจบงานผมมีความรู้สึกว่านมเกษตรน่าจะสามารถนำออกไปขายได้ จึงลองทำใบปลิวขึ้นมา100ใบ และเดินเสียบตามรั้วในหมู่บ้านตอนเช้าก่อนไปเรียนครับ

ผลตอบรับไม่ค่อยดี เพราะแจกไป100ใบ จะมีลูกค้าตอบกลับมาแค่3ใบครับ ผมจึงทำมาเพิ่มเป็น800ใบ และเดินเสียบตามรั้วบ้านเหมือนเดิม ผลปรากฎว่าได้ลูกค้าตามบ้านเพิ่มขึ้นครับ แต่ก็ไม่มากเท่าที่ควรครับ จะอยู่ประมาณวันละ50ถุงครับ หลังจากนั้นจึงสังเกตว่าภายในหมู่บ้านของผมนั้นมีตลาดสดอยู่ทุกๆเช้า ผมจึงลองนำนมมาใส่รถเข็นเดินขายครับ ช่วงแรกก็อายมากครับ เพราะแปลกที่แปลกทาง ไม่รู้จักใครเลย ก็ขายมาเรื่อยๆครับ จนยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องครับประมาณ200-400ถุง/วันครับ

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ถือว่าหนักมากๆเลยครับ เพราะต้องตื่นมาตอนเช้าตี5ทุกวัน เพื่อส่งนมตามบ้านก่อน หลังจากนั้นก็จะมาเดินขายในตลาดสดต่อครับ เหงื่อท่วมตัวทุกวันเลยครับ สายๆ-กลางวัน เราก็นั่งเรียนกับเพื่อนๆตามปกติครับ พอตกเย็นก็ไปสอนว่ายน้ำต่อครับ 2-3ชั่วโมงครับ เพราะกลับบ้านเร็วช่วงเย็นรถติดครับ ก็เลยหาอะไรทำแล้วกลับมืดหน่อยดีกว่า  

ขายนมดี ขายไอติมเจ๊ง

จนเมื่อขึ้นปี4 ผมอยากลองทำอะไรใหม่ๆครับ เพราะเป็นปีที่เรียนน้อยครับ ผมจึงเริ่มสำรวจนอกม.เกษตร เป็นโซนที่ขายอาหารกันช่วงกลางคืนครับ แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์เปิดร้าน หรือบริหารงานเป็นทีม ผมจึงไม่ได้วิเคราะห์ จุดอ่อน-จุดแข็งของตัวเอง ผมจึงไปเช้าที่เล็กๆที่หนึ่งหน้าร้านขายยา ในราคา4000บาท/เดือนครับ ตอนนั้นคิดว่าจะขายไอติมครับ และคงคิดว่าจะขายดีเหมือนนมเกษตร ผมเปิดร้านได้แค่1เดือนเท่านั้นก็ต้องถอยกลับ เพราว่าผมเล่นทำคนเดียวทั้งหมด ไม่เคยคิดว่าค้าขายต้องมีคนช่วย มีพาร์ทไทม์หรือพนักงาน สุดท้าย เปิดร้านเอง เตรียมของเอง ขายเอง ปิดร้านเอง ทำทุกอย่างเองหมด เหนื่อยมากๆครับ แก้ปัญหาไม่หมดด้วยตัวคนเดียวครับ

ผมจึงไปขอยกเลิกค่าเช่าที่ครับ ตอนนั้นรู้สึกอาย มากกว่าเสียเงินอีกครับ(ช่วงนั้นขายนมด้วยครับ) พอปิดร้านไอติมไป ผมมานั่งคิดว่าเราควรมีทีมงานเพราะที่เราพลาดไป ไม่ใช่ขายไม่ได้ แต่ผิดพลาดที่การวางแผน และการบริหาร สุดท้ายผมกลับมาสำรวจจุดแข็งตัวเองอีกครั้ง ผมนำเรื่องนมเกษตรไปเสนอต่อผู้จัดการศูนย์ผลิตภัณฑ์นม และท่านรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัย ว่ามหาวิทยาลัยของเราน่าจะมีร้านนมเกษตรในมหาวิทยาลัยครับ ครั้งแรกส่งไปโดนตีกลับครับ ครั้งที่สองส่งไป แต่ทำไม่เรียบร้อย ไม่มีแผนงานโดนตีกลับ ครั้งที่3ท่านรองอธิการบดี อนุญาตให้เปิดร้านได้ครับ บนโรงอาหารของมหาวิทยาลัยครับ ซึ่งไม่มีค่าเช่าที่ครับ ยอดขายที่ผ่านมาก็เป็นที่น่าพอใจมาตลอด ตรงส่วนนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การแบ่งงาน และเริ่มจ้างงานน้องๆนิสิตมาทำพาร์ทไทมครับ

 

สู้เพื่อพ่อ ต่ออนาคตของครอบครัว

ช่วงนี้ผมใกล้เรียนจบแล้ว จึงคิดว่าจะเลิกขายนมครับ โดยให้น้องๆและเพื่อนๆที่มาช่วยทำต่อไปครับ มีอยู่วันนึ่งผมกลับ มาบ้าน เห็นที่นิ้วของพ่อเปื้อนคราบน้ำมัน และที่หน้าพ่อยังดูเหนื่อยมากๆ แถมยังเหมือนตากแดดมากครับ ผมคิดว่า คงถึงเวลาแล้วที่ผมจะมาช่วยพ่อทำงานครับ และเมื่อคิดย้อนไปเมื่อผม ป.6 พ่อผมไม่สบายหนักมาก มีเลือดกำเดาไหลออกจากจมูกเยอะครับ แพทย์ตรวจพบว่าพ่อเป็นมะเร็งที่โพร่งจมูก(ส่วนใหญ่เกิดกับคนจีน) ตอนนั้นทุกอย่างในบ้านดูแย่มากครับ แม่ต้องขายบ้านไปราคา13ล้าน เพื่อนำเงินมารักษาพ่อครับ ค่ารักษาที่เสียไปเป็นล้านครับ ทุลักทุเลกันมาก ผมเห็นพ่อช่วงนั้นเข้าๆออกๆโรงพยาบาลศูนย์มะเร็งกรุงเทพบ่อยมาก ทั้งให้ยาเคมี ทั้งคีโม แต่พ่อก็สู้มากครับ วันไหนไม่ต้องไปโรงพยาบาลพ่อก็จะมาที่ร้านทำงานของพ่อครับ

วันไหนที่รู้สึกเหนื่อยพ่อก็พักอยู่ที่บ้านครับ อีกทั้งยังประคองให้ธุรกิจเดินไปต่อ และไม่ล้มลงครับ ทั้งๆที่ตัวพ่อตอนนั้นต้องเจาะหน้าอกเพื่อให้อาหาร ภาพวันนั้นจนถึงวันนี้มันทำให้ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วครับที่ผมควรทำหน้าที่ของลูกที่ดี ได้ช่วยงานและสานต่อความตั้งใจของพ่อครับ ผมคิดว่าเงินที่จะได้เท่าไหร่ก็ไมสำคัญเมื่อเทียบกับการที่เราได้ช่วยพ่อทำงานครับ

 

คำพูดดูถูกคือแรงผลักดัน

หลายครั้งที่ผมบอกกับญาติไปว่าจบแล้วจะมาช่วยพ่อ หลายคนไม่สนับสนุนครับ ผมถึงกับได้ยินคำว่า

”ร้านพ่อมึง มีแต่คนแก่กับคนใกล้ตาย”จะอยู่ไปได้อีกซักกี่ปี ฟังดูแรงแต่เป็นคำที่ผมได้ยินจริงๆครับ ซึ่งผมคิดว่าที่เขาพูดมามันก็ถูก มีแต่คนป่วยกับอาแป๊ะอายุเกือบ60ที่คอยช่วยพ่อ

แต่ผมคิดว่า นี้สิคือสิ่งที่ผมซึ่งเป็นลูกจะต้องพัฒนาให้มันดีขึ้น ไม่ใช่กิจการไม่ใหญ่ ปัญหาเยอะแล้วก็หนีไปทำอย่างอื่น  ผมกลับคิดว่าผมควรช่วยพ่อในตอนนี้ โดยใช้เงินทุนจากที่ผมขายนม และสอนว่ายน้ำมาพัฒนาต่อไปครับ

 

สร้างคู่ค้าจากการตลาดออนไลน์ที่เติบโต

เริ่มขายอะไหล่ออนไลน์ ก็เกิดปัญหาที่พบคือ ร้านเราจะเน้นไปที่รถกระบะ รถบรรทุก แต่พอทำการตลาดออนไลน์แล้ว มันเป็นการขายที่กว้างครับ จึงมีลูกค้าที่ใช้รถเก๋ง หรือรถปีอื่นๆที่ร้านเราไม่มีของ ถามกันมาเยอะมากๆครับ

ผมเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะสร้างคู่ค้ากับร้านอะไหล่รถแบบอื่น ๆ จึงได้พูดคุยเพื่อนำสินค้า อะไหล่ต่าง ๆ มาทำตลาดออนไลน์ เรียกได้ว่า ทุกคน win ครับ ผมมีสินค้าให้ลูกค้า ร้านอะไหล่ที่เป็นเครือข่ายก็กระจายสินค้าได้ ผมเองก็มีรายได้มากยิ่งขึ้นครับ

สินค้าที่ร้านขาย

สายเบรก สายเกียร์ สายคันเร่ง สายดัมพ์ สายไมล์ สายดึงฝากระโปร่ง รถยนต์ รถกระบะ รถบรรทุก ปีเก่า-ใหม่ รวมไปถึงสายดัดแปลง หรือสายสั่งทำพิเศษครับ

 

บริการดีลูกค้ารัก บริการห่วยลูกค้าหนี

ผมมองว่าทุกธุรกิจเป็นเรื่องของงานบริการ เราต้องบริการลูกค้าให้ดีที่สุดครับ และทำให้ลูกค้าประทับใจจนบอกต่อๆกันครับ

ทำสิ่งของให้มีคุณภาพสมราคา และจัดส่งให้รวดเร็วครับ ของร้านเราก็รับทำ1-2เส้น จะไม่บังคับให้ลูกค้าซื้อแบบเยอะๆครับ เน้นเป็นมิตร ค้าขายกันยาวๆครับ ถ้าขายส่งก็ให้เขาเอาไปบวกกำไรเพิ่มอีกทอดนึ่ง ถ้าขายปลีกก็จะไม่เพิ่มราคาให้สูงขึ้นครับ อีกทั้งหากเราไม่มีสินค้าตรงตามรุ่นที่ลูกค้าถามมา เราก็จะประสานงานไปยังร้านที่เป็นคู่ค้ากัน และจัดส่งให้ครับ

 

ธุรกิจครอบครัวต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย

เราเป็นธุรกิจครอบครัวครับ ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก ต้องแยกระหว่างงานกับความสัมพันธ์ทางครอบครัวครับ ถ้าเรื่องงานก็ให้ตรงไปตรงมา หากมีปัญหาในระหว่างดำเนินงาน ก็จะต้องมานั่งปรึกษากัน พูดคุยกันให้เข้าใจครับ  และด้วยความที่เป็นธุรกิจครอบครัวที่มีขนาดเล็ก ก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใครขาดอะไรตรงไหนก็ช่วยเสริมแทนกันได้ครับ

การแก้ไขปัญหาคือจุดเริ่มต้นธุรกิจ

แนวคิดพื้นฐานสำหรับผม ในการทำธุรกิจก็คือ สินค้าของเราต้องสามารถแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้ครับ ทั้งเรื่องของตัวสินค้า ราคา รวมไปถึงบริการที่รวดเร็ว  เพราะสินค้าผมเป็นอะไหล่รถยนต์ ซึ่งรถทุกคันย่อมมีวันสึกกร่อน สายควบคุมบางตัวหาซื้อยากครับ ซึ่งถ้าไม่หามาใส่ รถก็วิ่งไม่ได้ หรือรถบรรทุกบางคัน ดัดแปรงสายมา ซึ่งไม่สารมารถไปหาซื้อตามร้านอะไหล่ได้ เขาก็จะโทรมาหาเรา และให้เราทำให้ครับ ซึ่งธุรกิจนี้ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหา และความพึงพอใจของลูกค้าครับ

 

เปิดรับพันธมิตรร้านอะไหล่

แผนในอนาคตนี้ เรากำลังเริ่มทำการตลาดออนไลน์ครับ โดยจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดให้ได้มากที่สุด เพราะที่ผ่านมาจะขายให้กับร้านขายส่งในระแวกใกล้คียงเท่านั้น และเพื่อให้ลูกค้าได้สะดวกในการเลือกซื้อสินค้า เราจึงเลือกที่จะทำตลาดออนไลน์ครับ  โดยจะมุ่งเน้นไปที่ ร้านขายอะไหล่รถยนต์, อู่,ช่าง,กลุ่มผู้ใช้รถทั่วไป ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดครับ

ทำทันที อย่ารีรอ

สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่ม ผมแนะนำว่าให้วางแผนให้เสร็จ และลงมือปฏิบัติทันทีครับ

ไม่ต้องรอให้รู้ทั้งหมด100%  ค่อยๆเรียนรู้ ปรับปรุง แก้ไขกันไปครับ เพราะตอนที่ผมเริ่ม ผมรู้จักสินค้าตัวเองแค่50%เองครับ

คิดเสร็จแล้วก็ลงสนามจริงไปหาลูกค้าเลยครับ พอลูกค้าถามมาเราก็จะไปค้นคว้าเอง เรียนรู้จากการปฏิบัติจะทำให้เป็นเร็วมากครับ ส่วนคนที่กำลังเจอปัญหา ก็ขอให้ตั้งสติให้มั่นครับ คิดหาวิธีแก้ปัญหาให้ดีที่สุด อย่าเพิ่งท้อครับ ทำไปให้สุดเลยอย่าเพิ่งหยุดครับ

ส่วนลดพิเศษเพื่อเถ้าแก่ใหม่

สำหรับลูกค้าท่านไหนที่มาจากเพจเถ้าแก่ใหม่ ผมมีส่วนลดให้30%เลยครับ หรือหากต้องการนำไปขายต่อ หรือทำสายดัดแปรง ก็สามารถติดต่อได้ที่ผมโดยตรงครับ

 

ติดต่อที่เพจ “สายเกียร์ สายครัช สายคันเร่ง สายเบรค สายไมล์ รถยนต์ by W.T. genius part

หรือ 087-6847965  ,line: diehard127

วสุพล รชฏเสถียรพงษ์ (บุ๊ค)

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close