ความรู้ทำธุรกิจบทความ

แม่บ้านลูกหนึ่งกับคอร์สเรียนเขียนที่เปลี่ยนชีวิต !!

งานเขียนเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาส หากเปิดใจลองให้โอกาสตัวเองสักครั้ง โอกาสอื่นๆก็จะตามมา ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงหรือรายได้ แต่เป็นการก้าวข้ามขีดความสามารถของตนเอง ไม่ว่าใครก็สามารถฝึกทักษะนี้ได้   การเขียนเป็นหนึ่งในการถ่ายทอดเรื่องราวที่สุดแสนจะคลาสสิก เพียงแค่ไม่กี่ตัวอักษรอาจเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้ตลอดกาล

งานเขียนเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาส หากเปิดใจลองให้โอกาสตัวเองสักครั้ง โอกาสอื่นๆก็จะตามมา ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงหรือรายได้ แต่เป็นการก้าวข้ามขีดความสามารถของตนเอง ไม่ว่าใครก็สามารถฝึกทักษะนี้ได้

จะมีสักกี่คนที่ยังจดจำความใฝ่ฝันในวัยเด็กแล้วสานต่อจนกลายเป็นความจริง ระหว่างทางที่ต้องเรียนรู้และเติบโตนั้นต้องเจอกับบททดสอบหลายอย่างจนกลายมาเป็นประสบการณ์ อาจเจอมุมมองใหม่หรือเรื่องราวที่ไม่เคยคาดคิด แม้แต่ข้อจำกัดบางอย่าง จึงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่เราไม่อาจทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องรู้จักตนเองและค้นหาความต้องการนั้นให้เจอ ทางเดียวที่จะรู้ได้นั่นคือการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองทำสักครั้ง

ใช้เวลาว่างจาก “เลี้ยงลูก” ตามหาสิ่งที่ชอบ จนเจอ “การเขียน”

แม้ช่วงชีวิตที่ผ่านมากว่า 10 ปีหลังจากเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ ดูเหมือนว่าการทำงานประจำไม่เคยตรงกับที่เรียนมาเลย คงมีแต่การเป็นติวเตอร์สอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่ได้ใช้ความรู้จากที่เรียนมาถ่ายทอดให้เด็กๆเข้าใจ ส่วนงานอื่นๆที่เคยทำมาคือการเป็นผู้จัดการร้าน และงานออฟฟิศ การที่ไม่เคยรู้อะไรนอกเหนือจากที่เรียนมาก็ถือเป็นข้อดี ทำให้ต้องศึกษาเยอะ เปิดใจให้กว้างเข้าไว้สำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับงานที่ทำ ปัญหาและอุปสรรคในแต่ละงานที่แตกต่างกัน ช่วยฝึกทักษะในการแก้ปัญหาและวางแผนมากขึ้น จากงานประจำที่เคยทำมา กลายเป็นหางานเสริมช่วงวันหยุด ทำให้ค้นพบว่างานเสริมสามารถเป็นรายได้หลักได้ จึงค่อยๆขยับออกมารับงานในช่วงเวลาที่กำหนดได้เอง

หลังจากที่ตัดสินใจลาออกจากงานมาสักระยะ และยุติการทำงานนอกบ้านทั้งหมด เพื่อเป็นแม่บ้านเต็มตัว สำหรับแม่บ้านที่มีช่วงเวลาสั้นๆหลังจากที่เสร็จภารกิจให้ลูกเข้านอนแล้วนั้น เมื่อลูกเริ่มไปโรงเรียนก็มีบางช่วงเวลาที่ทำให้นึกถึงการทำงาน เพราะรู้ว่าสักวันเมื่อลูกโตเราอาจจะเคว้งได้ ในตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร รู้แค่ว่านี่อาจถึงเวลาแล้วสำหรับการเริ่มต้นทำบางอย่าง ต้องเป็นงานที่สามารถบริหารเวลาได้เอง และทำงานจากที่ไหนก็ได้

เมื่อมาคิดดูพบว่าสิ่งที่ชอบและทำมาตลอดนั่นคือ “การอ่าน” ตั้งแต่แคตตาล็อกสินค้าไปจนถึงหนังสือ บางครั้งเจอถ้อยคำที่สละสลวยก็ยากที่จะอ่านข้ามไป ถึงขนาดที่ว่าต้องท่องแล้วท่องอีกกลายเป็นซึมซับพฤติกรรมแบบนี้โดยไม่รู้ตัว และอีกสิ่งที่ติดอยู่ในใจอยากลองทำสักครั้งนั่นคือ “การเขียน” เพราะชอบอ่านคอลัมน์ต่างๆในนิตยสารมาก เป็นเหมือนการเล่าเรื่องที่ทั้งสนุก อ่านง่าย และได้สาระ เลยรู้สึกว่าอยากลองเขียนดูบ้าง แต่จะทำอย่างไรให้ได้เขียน มองไปรอบตัวไม่รู้จะถามใคร

การแสวงหาโอกาสสำหรับตัวเองจึงเริ่มขึ้น ใครเลยจะคิดว่าจังหวะในตอนนั้นช่างดีเหลือเกิน จากการสไลด์หน้าจอมือถือจนได้ไปเจอกับคอร์สเรียน “ใช้เวลาว่างเขียนบทความสร้างรายได้”  ในเพจเถ้าแก่ใหม่ของอาจารย์เกียรติรัตน์ นี่แหละที่ตามหา ก่อนจะเขียนเป็นต้องเริ่มจากเรียนก่อน ถือเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งในชีวิต

จากงานเขียนชิ้นแรก…สู่มุมมองที่แตกต่าง

จำได้ว่าตอนไปเรียนตื่นเต้นมาก อาจเป็นเพราะนานๆทีได้ออกจากบ้าน จริงๆแล้วนอกเหนือจากความอยากเรียนคือ ต้องการออกจาก comfort zone ของตัวเอง บางทีการอยู่บ้านเป็นเวลานาน เจอกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ ไปสถานที่เดิมๆทำให้รู้สึกว่าความหลงใหลที่จะทำในสิ่งที่เคยคิดไว้ค่อยๆแผ่วลง การที่มีลูกแน่นอนว่าต้องทุ่มเทเวลาให้กับเขา แต่ก็ไม่ควรลืมที่จะแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตส่วนตัวบ้าง พอผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ได้เรียน งานเขียนชิ้นแรกจึงเริ่มขึ้น หัวข้อที่คิดไว้เลือกจากเรื่องที่คิดว่าน่าจะเขียนออกมาได้

ถ้าถามว่าครั้งแรกเป็นอย่างไร ตอบได้เลยว่าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน ลองอ่านบทความของคนอื่นดูเพื่อเป็นแนวทางแต่ก็เขียนไม่ได้สักที เลยเลิกกดดันตัวเอง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติพร้อมจะเขียนเมื่อไหร่ค่อยเริ่ม พอเขียนไปสักพักก็จะเริ่มจับทางได้ จะรู้ได้เองว่าต้องเขียนอะไรบ้าง กำหนดแนวทางไว้ก่อนสักพักความคิดจะลื่นไหลมาเรื่อยๆ  เมื่อผลงานเผยแพร่สู่สาธารณชน ยอมรับเลยว่าตอนนั้นเกิดความคาดหวังขึ้น พองานเริ่มทยอยปล่อยออกก็แทบไม่คิดถึงเรื่องนี้อีกเลย คิดแค่ว่าเราทำให้เต็มที่ก็พอเอาให้สุดความสามารถที่มี คือต้องเชื่อว่าตัวเองทำได้ เพราะสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสนใจคือการเรียนรู้ให้มากเข้าไว้และพยายามพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้น

ความยากของงานค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นความท้าทายที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะเจอกับอะไร ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของงานเขียน

นอกจากการอ่านที่เยอะขึ้น ยังมีทักษะอื่นๆที่ได้ฝึกฝนบ่อยคือ การพยายามทำความเข้าใจในรายละเอียดต่างๆ เพื่อที่จะวิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำมาเขียนในสไตล์ของเราเอง  จากเดิมที่คิดว่าความยากของบทความคือการเขียนในสิ่งที่เราไม่รู้ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป เพราะความยากที่แท้จริงอยู่ที่ทำอย่างไรให้ผู้อ่านเข้าใจในสิ่งที่ถ่ายทอดออกไป มีความรู้สึกอย่างไรหลังจากอ่าน การเขียนในมุมมองของผู้อ่านเป็นสิ่งที่ควรนึกถึง และต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของหัวข้อที่ได้รับ มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วน การเล่าเรื่องน่าสนใจ อ่านแล้วไม่เบื่อ ซึ่งงานเขียนมักบ่งบอกตัวตนผู้เขียน แสดงให้เห็นถึงทัศนคติต่อเรื่องนั้นๆ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับตัวเองคือมุมมองต่อเรื่องต่างๆ จากเดิมที่เคยคิดอย่างนี้กลับมีความคิดอีกแบบหนึ่ง มองภาพรวมได้เข้าใจมากขึ้น  ไม่ตัดสินอะไรแค่ผิวเผิน เหมือนเป็นการพัฒนาความคิดของตัวเองไปพร้อมๆกับงานเขียน

โอกาสที่ได้รับ…มาพร้อมกับการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด

ความน่าทึ่งของการได้เขียนบทความคือ เป็นงานที่เกิดเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ทั้งผู้เขียนและผู้อ่านต่างก็ได้รับประโยชน์ ได้เห็นมุมมองใหม่ๆมากขึ้น โดยส่วนตัวแม้มีประสบการณ์ไม่มาก เป็นระดับชั้นปฐมวัยเลยก็ว่าได้ ในเรื่องของการใช้ภาษาอาจยังไม่พลิ้วไหวพอ ซึ่งตรงนี้ก็พยายามฝึกฝนอยู่ ที่ผ่านมามีโอกาสได้รับงานที่หลากหลาย บางเรื่องใกล้ตัวบางเรื่องไม่เคยรู้จักเลยด้วยซ้ำ เมื่อทำได้จึงกลายเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง

แม้คอร์สเรียนจะจบลงไปแล้ว แต่การที่อาจารย์เกียรติรัตน์หยิบยื่นโอกาสในการทำงานให้ นั่นหมายถึงการได้รับความไว้วางใจ ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าทำได้ ใครอยากทำงานนี้ท่องให้ขึ้นใจเลยว่าความรับผิดชอบต้องมี และทุกครั้งที่เขียนจะคิดเสมอว่างานต้องออกมาดี เขียนเองแล้วอ่านไม่สนุก แน่นอนว่าคนอื่นคงรู้สึกเช่นเดียวกัน อีกสิ่งที่ควรรู้สำหรับมือใหม่คือการฟังคำแนะนำจากผู้รู้ มันง่ายกว่าการลองผิดลองถูกด้วยตัวเองที่ทั้งเสียเวลาและอาจเสียโอกาสได้

ในฐานะคนเขียนบทความมือใหม่ที่อยู่ในช่วงเก็บประสบการณ์ อยากจะแบ่งปันจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ว่า บางครั้งการเลือกโฟกัสในสิ่งที่อยากทำ และทำออกมาได้ดี มีความหมายมากกว่าการมุ่งไปที่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว จริงอยู่ที่ว่าเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้น แต่สำหรับงานเขียนที่ต้องอาศัยระยะเวลาและความอดทน นั่งอยู่หน้าจอคอมฯวันละหลายชั่วโมง หากเอารายได้เป็นที่ตั้งอาจทำให้เกิดความรู้สึกท้อตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เงินก็อยากได้แต่เหนื่อยเกินกว่าจะมานั่งเขียน เมื่ออารมณ์มันไม่ได้ก็จะพาลให้งานพังไม่เป็นท่า และช่องทางการทำรายได้ของงานเขียนในยุคนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน มีทั้ง Freelancer ทั้ง Blogger บางคนที่ผลงานโดดเด่นน่าสนใจได้รับความนิยมจนโด่งดังกลายเป็นผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์อย่าง Influencer ก็มี เรื่องของรายได้จึงไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป อย่าลืมที่จะมองหาความท้าทายใหม่ๆดูบ้าง เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลาย

มาลินี เพ็ชรอุไร

งานเขียนเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาส หากเปิดใจลองให้โอกาสตัวเองสักครั้ง โอกาสอื่นๆก็จะตามมา ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงหรือรายได้ แต่เป็นการก้าวข้ามขีดความสามารถของตนเอง ไม่ว่าใครก็สามารถฝึกทักษะนี้ได้

การเขียนเป็นหนึ่งในการถ่ายทอดเรื่องราวที่สุดแสนจะคลาสสิก เพียงแค่ไม่กี่ตัวอักษรอาจเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้ตลอดกาล

 


หลักสูตร สำหรับท่านที่ต้องการพัฒนาทักษะทางด้านงานเขียน

Facebook Comments
Tags

Kiattirat Jindamanee

ผู้ก่อตั้ง และ บรรณาธิการ สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs www.taokaemai.com อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจสุขภาพและความงาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม SMEs ,แฟรนไชส์ เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษให้กับหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และเอกชน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close