เมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลได้ร่างข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสำหรับธุรกิจออนไลน์เพื่อนำเม็ดเงินจากธุรกิจประเภทนี้เข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้อง และเมื่อกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ก็ทำให้บรรดาผู้ค้าออนไลน์ทั้งหมดตื่นตัวและเริ่มศึกษาถึงรูปแบบและขั้นตอนในการคิดคำนวณภาษีและการเสียภาษีกันมากขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะมีรายละเอียดการคิดคำนวณที่ค่อนข้างมากและรวมไปถึงรูปแบบของภาษีทั้งการยื่นแบบและการชำระภาษีหลายขั้นตอนแต่กระบวนการทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่ผู้ค้าออนไลน์จะทำความเข้าใจ ผู้ค้าขายออนไลน์รายใดไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเข้าใจนั้นถูกต้องหรือไม่หรือไม่แน่ใจว่าควรจะต้องคิดคำนวณภาษีหรือต้องเสียภาษีอย่างไร ในบทความนี้เราจะสรุปขั้นตอนการคิดคำนวณและการเสียภาษีให้แก่ผู้ค้าออนไลน์ได้ทำความเข้าใจก่อนจะทำการเสียภาษีกันต่อไปมาฝาก มีรายได้เมื่อไหร่ก็ต้องทำเรื่องยื่นภาษี อย่าคิดว่าขายของออนไลน์ไม่มีหน้าร้านแล้วจะไม่ต้องเสีย เพราะปัจจุบันสรรพากรตัวสอบได้แล้ว ในสมัยก่อนทางสรรพากรอาจจะไม่มีมาตรการในการตรวจสอบรายได้จากการขายสินค้าออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม  นี่จึงเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้ค้าออนไลน์จำนวนหนึ่งสามารถหลบเลี่ยงการเสียภาษีได้ แต่เพราะการค้าออนไลน์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลสะพัดอยู่ในแวดวงนี้ ทางสรรพากรเองจริงต้องมีมาตรการที่จะทำให้เม็ดเงินในจุดนี้เข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในปัจจุบันจึงมีการร่างกฎหมายออกมาให้ทางสถาบันการเงินต่าง ๆต้องมีการนำส่งข้อมูลการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันว่า (e-Payment) ให้กับทางสรรพากรตรวจสอบ โดยมีเงื่อนไขที่สำคัญในการตรวจสอบคือ เมื่อมีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชี 3,000…