ใครไม่เคยเป็นหนี้ไม่รู้หรอกว่า“เป็นหนี้ มันทรมาน” จริงดังที่เขาว่ากัน “การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ”  แต่บ่อยครั้งที่เรา “พลาด” ไม่ว่าจะเป็นจากเรื่องของการลงทุน (อันนี้พออนุโลม) แต่ที่หนักคือการเป็น “หนี้ที่ฟุ่มเฟือย” แบบนื้ถือว่าใช้จ่ายเกินตัว จนกลายเป็น “หนี้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด”

ผมเองก็เคยพลาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน แม้ปัจจุบันจะรอบคอบมากยิ่งขึ้นในเรื่องนี้ แต่ที่หนักสุดก็คงเป็นหนี้ที่ปล่อยตัวปล่อยใจ หลงใหลได้ปลื้มไปกับพวกบัตรเครดิต ประเภท เอาน่า !!! เดี๋ยวก็ค่อยผ่อนจ่ายเอา จนสุดท้ายเต็มวงเงิน เงินเดือนได้มาก็ต้องมาผ่อนนี้กันจนหัวโตทีเดียว

ผมผ่านช่วงเวลาเลวร้ายในการตกอยู่ในภาวะ “ลูกหนี้ ไม่มีเงินจ่าย” มาแล้ว เข้าใจดีครับ เป็นหนี้มันหน้ามืดตัวมัวขนาดไหน

เป็นภาวะ กลัวเสียงโทรศัพท์ ไม่อยากมองไปรษณีย์มาส่งใบแจ้งหนี้ ทวงหนี้ สารพัด กว่าจะผ่านมาได้นี่ทุกข์ระทมเกินจะบอกใครครับ

เคล็ดลับเบื้องต้นที่ผมมานั่งทบทวนว่าตอนนั้นผมทำอะไร และก้าวผ่านเวลานั้นมาอย่างไร 10 ข้อนี้ขอแบ่งปันเป็นแนวทางให้กับคนที่ “เป็นหนี้” ได้ลองนำไปปรับใช้กันนะครับ

10 วิธีจัดการหนี้ที่กองท่วมหัว

1.ล้างใจ ก่อนล้างหนี้

หนี้มันล้างยาก ต้องใช้เวลา สิ่งที่ต้องทำก่อนคือล้างใจให้เราไม่ทุกข์เสียก่อน เพราะยิ่งทุกข์ (แมร่ง) ก็คิดอะไรไม่ออก ยิ่งทำให้ชีวิตแย่

ไม่ต้องไปสนใจเรื่องหนี้ โฟกัสเรื่องใจก่อน ทำใจให้สบาย ล้างใจให้เป็นสุข อาจจะใช้วิธีเข้าวัดบ้าง ระบายความทุกข์ที่มีให้เพื่อนฟังบ้าง หาที่ปรึกษาคนที่คอยรับฟังเราบ้าง ระบายทุกข์มันออกไปเสียแล้ว มาตั้งหลักจัดการกับ “หนี้ที่มีอยู่”

ลืม ๆ หนี้มันไปสักพัก แล้ว กลับมาสู้กันใหม่ ด้วยหัวใจที่เข็มแข็งกว่าเดิม

2.บันทึก รวบรวมหนี้ที่มีออกมา

ได้เวลาที่ต้องมา รวบรวมหนี้ที่เรามีแล้วครับ เป็นหนี้ที่ไหนบ้าง เป็นเท่าไหร่ เป็นมาได้อย่างไร ลองนำมาบันทึกทำเป็นบัญชี (หนังหมา) ให้ชัดเจนครับ

การรวมหนี้เราอาจจะได้เห็นตัวเลขที่มันมาก ก็อย่าไปตกใจหรือเครียดกับมันนะครับ เราทำเพื่อให้รู้ว่า “หนี้” ที่เรามีนั้น มันมากน้อยขนาดไหน และจะจัดการกับ “หนี้” ตัวไหนก่อน

ประโยชน์อีกอย่าง เราจะได้มานั่งทบทวนตัวเองครับว่า เราได้ทำอะไรผิดพลาดในชีวิตเกี่ยวกับการจ่ายเงินมาในอดีต เพื่อเป็น “ภูมิคุ้มกัน” ในการวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคต

3.เรียงรับดับการจ่ายหนี้จากด อกเบี้ยต่ำ ไปหาดอกเบี้ยสูง

คราวนี้เราค่อย ๆ มาจัดลำดับความสำคัญของ “หนี้” ที่จะต้องจ่าย หรือเจรจาพูดคุยกับ “เจ้าหนี้ ผู้มีพระคุณ” กับเราแล้วนะครับ

เรียงลำดับตามดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายนะครับ ให้เรียงจากดอกเบี้ยต่ำ ไปหาดอกเบี้ยสูง (เพื่อความสบายใจ)  หลังจากนั้นก็ให้ดูที่จำนวนเงินต้น

ลองดูนะครับว่าเมื่อนำเงินต้นมาคูณกับดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน “หนี้” ก้อนไหนเป็นจำนวนมากที่สุด เราจะให้ความสำคัญกับ “หนี้” ก้อนนี้ก่อนนะครับ

4.เจรจา พูดคุยกับเจ้าหนี้เรียงลำดับจากดอกเบี้ยสูงไปหาดอกเบี้ยต่ำ

ได้เวลาเจรจากับเจ้าหนี้แล้วครับ “เข้าไปคุยกับเขาก่อน ก่อนที่เขาจะส่งใบทวงหนี้มาหาเรา” อย่าพาตัวเองไปเข้ามุมอับ หรือถ้าอยู่ในมุมอับแล้วก็หาทางเบี่ยงเลี่ยงมันออกมาให้ได้ไม่อย่างนั้นเราจะยิ่งแย่

ไม่มีเจ้าหนี้ที่ไหนเขาไม่อยากได้เงินคืนหรอกครับ เขาคงไม่ถึงขั้นต้องฆ่าต้องแกงกัน (ยกเว้นหนี้นอกระบบนะ) ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือการ “ยืมรับ” และ พูดคุยเจรจา ผ่อนจ่ายเท่าที่เราพอทำได้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเรา

หากจำเป็นต้อง “ขาย” บางอย่างเพื่อนำมาลดหนี้ ถ้าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่ง “ฟุ่มเฟือย” ไม่จำเป็น ผมแนะนำว่าให้ขายไปเถอะครับ

5.หนี้ไหนสามารถรีไฟแนนท์ได้ควรทำ

มีหนี้บางประเภทสามารถทำรีไฟแนนท์ เพื่อยืดระยะเวลาการจ่ายออกไป นำเงินก้อนมาผ่อนจ่ายหนี้ก้อนอื่น ผมมองว่าหากจำเป็นที่จะต้องรวมให้ “หนี้” มาเหลือ “เจ้าหนี้” คนเดียว เป็นสิ่งที่ควรทำ ดีกว่าการมีเจ้าหนี้หลายคนนะครับ

เพราะมันมีความ “หลากหลาย” เรื่องดอกเบี้ย วิธีการเจรจา เงื่อนไขต่าง ๆ  หากเราสามารถทำให้เจ้าหนี้เหลือแค่ 1-2 รายมันจะง่ายในการคุย และเจรจา และช่วยกันหาวิธีผ่อนชำระหนี้นั้น

6.หยุดสร้างหนี้ใหม่ ค่อย ๆ สะสางหนี้เก่า

ระหว่างนี้ “ห้าม” สร้างหนี้ใหม่ที่ “ฟุ่มเฟือย” โดยเด็ดขาดครับ  หน้าที่อย่างเดียวคือ “หาเงิน” มาจ่ายหนี้เก่าที่ทำไว้ให้หมด

อยากให้คิดถึงภาพ โอ่ง หรือ ถังใส่น้ำ นะครับ ถ้ามันรั่วเพราะ “หนี้ใหม่” หรือรูใหม่ขึ้นมาอีก เติบน้ำในถังเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็ม อุดรูนี้ รูโน้นโผล่

ยิ่งปะยิ่งรั่ว น้ำยิ่งทะลัก ต้อง “หยุด” โดยเด็ดขาด มีหน้าที่ ปิดรูรั่วเพียงอย่างเดียว เท่านั้น

เตือนสติตัวเองไว้ครับ ครั้งนี้จะเป็น “เป็นหนี้ครั้งสุดท้าย”

7.เพิ่มรายได้ให้ได้มากที่สุด

วิธีการพูดคุย ผ่อนชำระหนี้เป็นส่วนหนึ่งในการปิดรอยรั่ว เท่านั้นยังไม่พอครับเราต้องหาเงิน เพิ่มรายได้เข้ามาด้วย

ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนผมไหม ตอนไม่มีหนี้ชีวิตก็ชิล ๆ แต่พอเป็นหนี้ศักยภาพเพิ่มขึ้นเยอะเลย ทำได้ แมร่งทุกอย่าง ขายของตลาดนัด งานออนไลน์ เรียกว่าช่องทางไหนที่ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รีบวิ่งเข้าไปทำเลยทีเดียว

ลองสำรวจตัวเองนะครับ อะไรที่เรายังทำได้อีก การเป็นหนี้ มันก็มีข้อดีตรงนี้หละครับ “เพิ่มความสามารถในการหาเงิน” เราได้

8.รัดเข็มขัด ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น

เราน่าจะพอ “ซาบซึ้ง” และเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าความ “ฟุ่มเฟือย” มันทำให้ชีวิตเรามัน “วุ่นวาย” ที่ต้องหาเงินมาจ่ายหนี้สินต่าง ๆ นานา

ภาวะที่เป็นหนี้ จ่ายให้น้อย หาให้มาก ต้องหัดสะกดคำว่า “พอเพียง” ให้เป็นคือ

เรียนรู้ประสบการณ์ สร้างภูมิต้านทานจากประสบการณ์นั้น นำความรู้มาต่อยอดสิ่งใหม่ครับ

อะไรที่มัน ไม่จำเป็น ตัด ๆ ออกไป รัดเข็มขัด ขจัดไขมันส่วนเกินค่าใช้จ่ายครับ รับรองชีวิตเราจะดีขึ้น

9.หากจำเป็นต้องลงทุนต่อ ให้เริ่มที่ลงแรง แลกกับลงทุนไปก่อน

จะหาเงินมันต้องใช้ทุน แต่ทุนไม่มีก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาอีก แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่หนี้จะหมด !!  ลองใช้วิธีลงแรงแลกทุน ยกตัวอย่าง ผมใช้วิธีการขายออนไลน์แบบ Dropship คือ ไปดูสินค้าอันไหนที่มีคนสนใจ ก็ติดต่อเจ้าของสินค้า นำรู้สินค้ามาโพสขายก่อน อาจได้กำไรไม่มากนัก แต่ทำอย่างไรได้เราไม่มีทุน ก็ต้องใช้วิธีการแบบนี้ไปก่อน

ขายได้แล้วค่อยให้ลูกค้าโอนเงินให้เรา เราก็โอนให้กับเจ้าของสินค้าอีกที หักส่วนต่างค่อย ๆ เก็บกำไรที่ได้มาเป็นทุน ในการลงทุนต่อไป

เงินน้อยต้องคิดให้มาก เงินมากยิ่งต้องคิดให้มากเข้าไปอีกนะครับ ใช้ความคิด แรงกาย ก่อนที่จะใช้เงินในการแก้ปัญหาหรือลงทุน

10.เปลี่ยนพฤติกรรมจากการผ่อนจ่ายเป็นหยอดกระปุกได้ครับแล้วค่อยซื้อ

หยุด !! พฤติกรรม “ราชาเงินผ่อน” เป็นวิธีการหยอดกระปุกสะสมเงินแทนดีกว่าครับ  อยากได้อะไรก็เก็บใส่กระปุกออมสินไว้ เขียนไว้เลยเงินนี้เก็บเพื่อน บลา ๆๆ ได้เงินครบเมื่อไหร่ก็ค่อยนำเงินนั้นออกมาซื้อ

ถ้าสินค้านั้นมันหมด ไม่มีขายก็ถือว่าเราได้เก็บเงิน เพื่อเป็นทุนทำอย่างอื่นไปครับ

หนี้เป็นเรื่องที่เราควรเรียนรู้ และทำความเข้าใจนะครับ ตอนเราลำบากหนี้สินมักจะเป็นเรื่องที่สร้างความทุกข์ให้กับเรามากมาย

แต่เมื่อเรามีเงิน มีกิจการที่ดีขึ้น “หนี้” จะเป็นตัวช่วยในเรื่องการบริหารเงินสดให้กับเราได้นะครับ ยิ่งธุรกิจดีเครดิตดี แหล่งเงินทุนก็จะยิ่งยินดีที่จะให้เราเป็น “หนี้”

ถึงตอนนี้ “หนี้” ก็คงกลายเป็นเรื่อง คงเป็นเรื่องที่ “สบาย ๆ “ ที่เราจะแก้ไข ป้องกัน แล้วนะครับ

“โชคดี หนี้สิน หมด” กันทุกคนครับ