SMEความรู้ทำธุรกิจ

เทคนิคเพิ่มน้ำยางพารา และแก้ปัญหาโรคหน้ายางพาราด้วยฮอร์โมนและกรดอมิโน พาราพลัส

“เพิ่มน้ำยางให้มากขึ้น 30-50% โดยที่ต้นยางไม่โทรมไม่เสีย ลงทุนต้นละไม่ถึงบาท” พาราพลัส ผู้ช่วยต้นยางพาราตัวจริง “ไม่ใช่ยาเร่งน้ำยาง” แต่เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับยางพาราที่ให้ทางลำต้น

“เพิ่มน้ำยางให้มากขึ้น 30-50%

โดยที่ต้นยางไม่โทรมไม่เสีย ลงทุนต้นละไม่ถึงบาท”

 

ยางพาราเป็นพืชที่ทำรายได้ให้ประเทศจำนวนมาก โดยปลูกกันมากในภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ทำให้ผลผลิตยางของเรามากขึ้นจนสามารถเอาไปขายต่างประเทศได้

เมื่อมีการปลูกต้นยางพารามากขึ้นสิ่งที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ คือเชื้อโรคของต้นยางพาราในกลุ่มไม่ว่าจะเป็น โรคเส้นดำ  โรคเปลือกเน่า  โรคเปลือกแห้ง  แต่ละโรคหากเรารักษาไม่ทันการณ์อาจจะให้ต้นยางพาราตายหรือเสียหายได้ ทำให้ได้ผลผลิตน้ำยางที่น้อยลง ต้นทุนของการดูแลรักษาก็จะสูงขึ้นเช่นกัน

ชาวสวนยางพาราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร จะเพิ่มผลผลิตน้ำยางได้ด้วยวิธีไหน เพิ่มคุณภาพน้ำยางให้มากขึ้นได้อย่างไร วันนี้เถ้าแก่ใหมมีทางออกที่ต้นทุนต่ำ และเพิ่มผลสูงมาบอกเล่าให้ฟัง

ปัญหาโรคที่เกิดกับหน้ายาง

       

ก่อนที่จะรู้วิธีแก้ปัญหาเรามาทำความรู้จักกับสาเหตุของปัญหาและโรคที่เกิดขึ้นกับหน้ายางกันให้มากยิ่งขึ้นสักหน่อย

1.โรคเส้นดำ

นั้นเกิดจากเชื้อราไฟทอปโทร่า เป็นโรคที่ทำอันตรายต่อหน้ากรีดยางมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตที่มีความชื้นที่สูง ทำให้เปลือกงอกใหม่เสียหายรุนแรงจนไม่สามารถกรีดซ้ำหน้าเดิมไม่ได้ ต้นยางจึงให้ผลผลิตน้อยลงและมีอายุสั้นลงโดยอาจกรีดได้เพียง 8-16 ปีเท่านั้น

ลักษณะอาการของโรคเส้นดำ

คือมีอาการเหนือรอยกรีด โดยในระยะแรกเปลือกจะซ้ำมีสีผิดปกติ ต่อมารอยช้ำเปลี่ยนเป็นรอยบุ๋มสีดำ ขยายตัวในแนวตั้ง ถ้าเฉือนเปลือกออกดูจะพบลายเส้นดำบนเนื้อไม้ อาการในขั้นรุนแรงจะทำให้เปลือกบริเวณนั้นปริและมีน้ำยางไหลตลอดเวลา เปลือกจะเน่าหลุดไปในที่สุด เปลือกงอกใหม่จะมีลักษณะเป็นตะปุ่มตะป่า ทำให้กรีดยางต่อไปไม่ได้

วิธีรักษาและป้องกันของโรคเส้นดำ

เมื่อพบหน้ากรีดยางเริ่มแสดงอาการให้ใช้สารเมตาแลคซิลอัตรา 7-14 กรัม (1/2 – 1ช้อนแกง) ต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารแผ่กระจายและจับติด จำนวน 2 ซี.ซี. ( ฝ  ช้อนชา) ใช้สารอย่างใดอย่างหนึ่งทาหน้ากรีดยางทุก 7 วัน ประมาณ 3-4 ครั้ง จะสามารถป้องกันกำจัดโรคนี้ได้แต่ถ้าหากฝนตกชุกติดต่อกันควรทาสารเคมีต่อไปอีกจนกว่าโรคนี้จะหาย

2.โรคเปลือกเน่า

คือโรคที่เกิดจากเชื้อรา ระบาดรุนแรงมากในฤดูฝน ทำให้เปลือกงอกใหม่เสียหายรุ่นแรงจนกรีดซ้ำไม่ได้

ลักษณะอาการโรคเปลือกเน่า

ในระยะเริ่มแรกจะเป็นรอยบุ๋มสีจางบนเปลือกไม้ที่งอกใหม่เหนือรอยกรีดและต่อมาแผลนั้นมีเส้นใยของเชื้อราสีเทา ขึ้นปกคลุม และขยายลุกลามเป็นแถบขนานไปกับรอยกรีด ทำให้เปลือกบริเวณดังกล่าวนี้เน่าหลุดเป็นแว่น เหลือแต่เนื้อไม้สีดำ

วิธีรักษาและป้องกันของโรคเปลือกเน่า

เมื่อเป็นแล้วต้องหยุดกรีดยางเสีย 2 – 3 สัปดาห์ เพื่อป้องกันมิให้เชื้อแพร่ไปติดต้นอื่น ต้องใช้สารเคมีเพื่อใช้ในการกำจัดโรคโดยใช้สารไธอาเบนดาโซล อัตรา 20 กรัม (ประมาณ 2 ช้อนแกง) ต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารแผ่กระจายและจับติด 2 ซีซี. (ประมาณ 1/2 ช้อนชา) หรือสาร ออกซาดิกซิล แมนโคเซ็บ อัตรา 40 กรัม (ประมาณ 4 ช้อนแกง) ต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารแผ่กระจายและจับติด 2 ซีซี. (ประมาณ 1/2 ช้อนชา) อย่างใดอย่างหนึ่งทาหน้ากรีดยางทุก 7 วัน 3 – 4 ครั้ง จะสามารถป้องกันกำจัดโรคนี้ได้ แต่ถ้าหากฝนตกชุก โรคอาจเกิดขึ้นมาใหม่ ให้ทาสารเคมีดังกล่าวซ้ำต่อไปจนกว่าโรคจะหาย

3.โรคเปลือกแห้ง

นั้นถือเป็นโรคที่เกิดจากเกษตรกรสวนยางพาราได้ขาดการบำรุงรักษา และการกรีดเอาน้ำยางออกมากเกินไป ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นมีอาหารไม่พอเลี้ยงเปลือกยางบริเวณนั้นจึงแห้งตาย นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการผิดปกติภายในท่อน้ำยางด้วย

ลักษณะอาการโรคเปลือกแห้ง

เมื่อมีการกรีดยางแล้ว น้ำยางมีลักษณะแห้งเป็นจุดๆ ค้างอยู่บนรอยกรีดเปลือกยางทีมีสีน้ำตาลอ่อน ถ้าจะกรีดต่อไปอีกเปลือกยางจะแห้งสนิทไม่มีน้ำยางไหล เปลือกใต้รอยกรีดจะแตกขยายบริเวณมากขึ้นจนถึงพื้นดินและ หลุดออก เนื่องจากเปลือกงอกใหม่ภายในดันออกมา

วิธีรักษาและป้องกันของโรคเปลือกแห้ง

วิธีการลดและควบคุมโรคกับต้นยางที่เปิดยางแล้ว จึงใช้วิธีทำร่องแยกส่วนที่เป็นโรคออกจากกันและเมื่อตรวจพบยางต้นใดที่เป็นโรคนี้เพียงบางส่วน จะต้องทำร่องโดยการใช้สิ่วเซาะร่องให้ลึกถึงเนื้อไม้โดยรอบบริเวณที่เป็นโรค โดยให้ร่องที่ทำนี้ห่างจากบริเวณที่เป็นโรคประมาณ 2 เซนติเมตร หลังจากนั้นก็สามารถเปิดกรีดต่อไปได้ตามปกติ แต่ในการกรีดต้องเปิดกรีดต่ำลงมาจากบริเวณที่เป็นโรค เปลี่ยนระบบกรีดใหม่ให้ถูกต้องและหยุดกรีดในช่วงผลัดใบ

พาราพลัส ฮอร์โมนและกรดอะมิโนสำหรับน้ำยางช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

“เพิ่มน้ำยางให้มากขึ้น 30-50%

โดยที่ต้นยางไม่โทรมไม่เสีย ลงทุนต้นละไม่ถึงบาท”

 

พาราพลัส ผู้ช่วยต้นยางพาราตัวจริง “ไม่ใช่ยาเร่งน้ำยาง” แต่เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับยางพาราที่ให้ทางลำต้น พาราพลัสเป็นสารอาหารที่สามารถแทรกเข้าไปในเนื้อเยื้อของต้นยาง ในพาราพลัสมีฮอร์โมนและกรดอะมิโนที่จะดูดซึมเข้าสู่ต้นยางโดยทำหน้าที่ สลายการอุดตันและขยายท่อน้ำยางให้การไหลของน้ำยางให้สะดวกมาก เพิ่มปริมาณน้ำยางให้เปอร์เซ็นต์น้ำยางไม่ลดลง

พาราพลัส ผู้ช่วยการรักษาโรคหน้ายาง โดยจะช่วยรักษา โรคเส้นดำ โรคเปลือกแห้ง  โรคเปลือกเน่า พาราพลัสนั้นช่วยให้โรคหายไปและช่วยปรับสภาพหน้ายางที่แห้งตายหรือแข็งกระด้างให้อ่อนนุ่มมีน้ำยางให้กรีดเหมือนเดิม

ทำไมต้องใช้ พาราพลัส  ฮอร์โมนและกรดอะมิโน ต้นยางพารา

การให้ฮอร์โมนและกรดอะมิโน ทางหน้ายางถือเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกคุ้มค่าการให้ปุ๋ยและสารอาหารอื่นๆ เพราะการให้สารอาหารผ่านรากต้องให้เวลาในการดูดซึม และอาจจะมีการถูกแย่งจากวัชพืชโดยรอบ ปริมาณในการให้ปุ๋ยต่อไร่จะมีปริมาณที่สูงและมีราคาแพง

แต่การใช้ฮอร์โมนและกรดอะมิโนพาราพลัสนั้นจะใช้ปริมาณไม่มาก 1ขวดขนาด 1 ลิตรจะใช้ได้ 20 ไร่  ใช้เดือนละครั้ง ค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งจะตกอยู่ ต้นละไม่ถึง 1 บาท เท่านั้น เพิ่มน้ำยาง 30-50% เลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นสารเคมีอื่นๆ อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไร่ละ 250 บาท ต่อการใส่ปุ๋ยในแต่ละครั้ง ถ้าเทียบกันแล้วการใช้ฮอร์โมนและกรดอะมิโน นั้นมีราคาถูกกว่าและให้ผลที่ดี

โรคหน้ายางที่เกิดขึ้นกับยางพารานั้นทำให้ผลผลิตของยางพาราลดลง และถ้าเข้าขั้นเลวร้ายก็อาจจะทำให้ต้นยางพาราเสียหายวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคหน้ายาง ใช้ฮอร์โมนและกรดอะมิโนพาราพลัส ช่วยเพิ่มน้ำยางโดยที่ต้นยางไม่โทรม ไม่เสีย ไม่ได้เป็นสารเร่งน้ำยาง จึงทำให้หน้ายางไม่แห้งไม่เสีย แถมยังช่วยรักษาโรคเชื่อราต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เมื่อไม่เป็นโรค หน้ายางก็เสริมเปลือกเร็ว รอยกรีดก็ขึ้นเร็ว ประโยชน์ขนาดนี้คงจะต้องรีบนำไปใช้แล้วบอกต่อแล้วหละครับ

วิธีใช้พาราพลัส  ฮอร์โมนและกรดอะมิโนต้นยางพารา

1.กรณีต้นยางพาราที่ยางไม่ค่อยออกให้ทาเหนือรอยกรีดประมาณ 2 นิ้ว จะช่วยให้ฮอโมนและกรดอะมิโนดูดซึมได้เร็ว เพิ่มน้ำยางได้มากยิ่งขึ้น

2.กรณียางต้นใหญ่ที่มีน้ำยางออกมากอยู่แล้วให้ทาเหนือขึ้นมาประมาณ 1 ฝ่ามือจะช่วยให้ฮอโมนและกรดอะมิโนดูซึมได้ช้ากว่า ช่วยให้ได้น้ำยางออกมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่จะออกมาแบบเรื่อยๆ ไม่ได้เป็นยาเร่งน้ำยาง

 

วิธีใช้

ทาพาราพลัสเหนือรอยกรีด 2 นิ้วมือ

ต้นที่สมบูรณ์ยางออก ทาเหนือรอยกรีด 1 ฝ่ามือ

เปลือกยางที่ทางพาราพลัสใช้แปรงทาสีขนาดนิ้วครึ่ง ทาพาราพลัสในวันที่ครบเช้า ทาแล้วหยุดพัก 1 คืน

คืนต่อมาที่ทำการกรีดให้สังเกตว่า

1.เปลือกยางนิ่ม กรีดง่ายมาก

2.น้ำยางออกเพิ่ม 30-50% แล้วแต่ความสมบูรณ์ของต้นยาง

3.น้ำยางข้น % ไม่ลด

4.หยุดไหลเหมือนเวลาปกติก่อนทาพาราพลัส

5.เปลือกยางเป็นแผลที่ทาพาราพลัสแล้วงอกขึ้นใหม่ภายใน 1 อาทิตย์

พาราพลัสยังช่วยรักษาโรคเส้นดำ โรคราขาว หน้าเปื่อยเป็นแผล หน้ายุบ ทาพาราพลัสตรงรอยแผลภายใน 1 เดือนดีขึ้นเห็นผลชัดเจน 

ช่องทางในการซื้อ

 

เราสามารถหาฮอร์โมนและกรดอะมิโน “พาราพลัส” น้ำยามหัศจรรย์นี้ได้ที่ บริษัทโชติรุ่งเรือง  การเกษตร 50/218 ซ.หทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510  รับสมัครตัวแทนขายทั่วประเทศ Tel. 085-7991152 ,0635861566  Line leeprik หรือ Facebook https://www.facebook.com/surattana.choedchotikan

Facebook Comments
Tags

รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ในการทำธุรกิจ ช่องทางทำมาหากิน ฟรี !!!

เพิ่มเพื่อน

Kiattirat Jindamanee

ผู้ก่อตั้ง และ บรรณาธิการ สถาบันพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs www.taokaemai.com อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจสุขภาพและความงาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม SMEs ,แฟรนไชส์ เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษให้กับหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และเอกชน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close