นี่คือความสำเร็จในขั้นต้นของ Little J-Dar เจ้าของแบรนด์รองเท้าสัญชาติไทยที่มีจุดเริ่มต้นจากการสู้ไม่ถอยของคุณปยุต และคงจะจริงอย่างที่คุณปยุตได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ครับว่า เมื่อคิดจะทำจงเดินหน้าท้าชนทุกอุปสรรคเพื่อความสำเร็จที่ต้องการ จึงทำให้แบรนด์ Little J-Dar เติบโตได้ถึงวันนี้

ความฝันเป็นสิ่งขับเคลื่อนให้มนุษย์ก้าวเดินไปข้างหน้า ฝันของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนฝันเล็ก บางคนฝันใหญ่ แต่จะมีสักกี่คนที่ทำให้ความฝันของตัวเองเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะส่วนใหญ่มักจะตกม้าตาย ณ จุดแรกสุดของฝัน นั่นก็คือ “การเริ่มต้น”

วันนี้ taokaemai จะพาไปทำความรู้จักกับชายคนหนึ่งผู้กล้าฝัน และเหนือสิ่งอื่นใดคือกล้าที่จะเริ่มต้นลงมือทำ จนสามารถเปลี่ยนสถานะของตนเองจากมนุษย์เงินเดือนสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์รองเท้า Little J-Dar เขาคนนั้นเป็นใครและเหตุใดรองเท้าแบรนด์ใหม่นี้จึงกล้าท้าชนกับตลาด เราไปทำความรู้จักกับเขาไปพร้อม ๆ กันครับ

จากมนุษย์เงินเดือนเต็มขั้น สู่การเป็นเจ้าของแบรนด์รองเท้า Little J-Dar

บุคคลต้นเรื่องในวันนี้มีชื่อว่า คุณปยุต เบ็ญจมณีพรผู้บริหารเจ้าของแบรนด์รองเท้า Little J-Dar ซึ่งคุณปยุตได้เล่าให้เราฟังว่าในสมัยก่อนเขาก็เป็นเพียงพนักงานกินเงินเดือนธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่คลุกคลีอยู่กับบริษัทรองเท้า โดยเริ่มต้นทำงานในฝ่ายขายตั้งแต่เป็นเซลส์แมนวิ่งขายของอยู่ต่างจังหวัดเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะย้ายมาอยู่ในแผนกอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้คุณปยุตได้มีโอกาสศึกษา เรียนรู้ กระบวนการผลิตทั้งหมด ซึ่งกลายมาเป็นรากฐานให้คุณปยุตได้ในภายหลัง

จุดเริ่มต้นของการคิดนอกกรอบการเป็นมนุษย์เงินเดือนก็คือ ด้วยความที่คุณปยุตมีงานอดิเรกที่ชอบสะสมโมเดล และเมื่อสะสมไปสักระยะคุณปยุตพบว่าการสะสมโมเดลนั้นมีแต่รายจ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มพูน คุณปยุตจึงเริ่มคิดหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติม จึงเริ่มต้นจากการไปหาซื้อแผ่นหนังมาลองตัดเย็บทำเป็นกระเป๋าหนัง กระเป๋าสตางค์ เข็มขัด รวมถึงปลอกมีด ออกมาวางขายตามตลาดนัดสวนจตุจักรและ JJ Green แม้จะมีรายได้เข้ามา แต่รายได้นั้นยังไม่สม่ำเสมออย่างที่หวังไว้

จากประสบการณ์ที่ข้นคลั่กจากการคลุกคลีในธุรกิจรองเท้ามาหลายปี ผสมกับประสบการณ์ในการขายของ ทำให้คุณปยุตเริ่มมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจรองเท้า คุณปยุตจึงตัดสินใจในส่วนที่ยากที่สุด นั่นก็คือ “การลาออกจากงานประจำเพื่อมาลุยธุรกิจของตนเองอย่างเต็มตัว”

Little J-Dar เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นจากการนำชื่อลูก ๆ ของคุณปยุตและหุ้นส่วนมารวมกัน และมีโลโก้เป็นรูปหน้าของสุนัขที่คุณปยุตเคยเลี้ยงเอาไว้นั่นเอง

จุดเริ่มต้นไม่ได้โปรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องต่อสู้ฝ่าฟันจนตั้งแบรนด์ได้ในที่สุด

คุณปยุตได้เล่าความหลังให้ฟังว่าเมื่อตอนที่ตัดสินใจลาออกมานั้นเป็นเรื่องที่ลำบากใจที่สุด ถึงแม้จะมีประสบการณ์มาหลายปี แต่การออกมาทำเองมันเป็นคนละเรื่องกันเลย เพราะเป็นการเริ่มต้นแบบมือเปล่าจริง ๆ คือไม่รู้ว่าจะต้องติดต่อหาแหล่งผลิตอย่างไร แต่เมื่อตัดสินใจแล้วคุณปยุตก็ขอเดินหน้าต่อ ทั้ง ๆ ที่คาดการณ์ว่าจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน

ในขั้นตอนการหาโรงงานผลิต คุณปยุตพุ่งเป้าไปที่โรงงานจากจีนเป็นอันดับแรก เพราะขึ้นชื่อในเรื่องของราคาที่ไม่แพง แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักใครเลยคุณปยุตจึงต้องทำการบ้านอย่างหนัก โดยเฉพาะการหาข้อมูลแหล่งผลิตและรายชื่อโรงงาน เมื่อได้ข้อมูลในระดับหนึ่งคุณปยุตตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินเพื่อบินไปประเทศจีน โดยจ้างไกด์ให้ช่วยพาไปตามโรงงานต่าง ๆ เพื่อดูแหล่งผลิตและดีลออเดอร์กับโรงงาน แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นมาเพราะโรงงานไม่เข้าใจสเปกรองเท้าที่คุณปยุตต้องการ คุณปยุตต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับอีกหลายเดือนจึงจะพบกับโรงงานที่สามารถทำงานตามออเดอร์ของคุณปยุตได้ในที่สุด

Little J-Dar รองเท้าที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความเข้าใจว่าผู้ใส่ต้องการอะไร

เจ้าของแบรนด์รองเท้า

Little J-Dar มีจุดเด่นที่ต่างจากรองเท้าแบรนด์อื่น ๆ นั่นก็คือแม้ภายนอกจะดูเหมือนกัน แต่เมื่อลองได้สัมผัสจะพบความแตกต่าง โดยมีตัวผ้าที่หนากว่า รูปทรงไม่บิดเบี้ยวและให้ผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่มมาก ๆ เพราะด้านในกรุด้วยฟองน้ำที่หนาถึง 5 มม. ทำให้สวมใส่ได้อย่างสบาย ตัวรองเท้าอยู่ทรงไม่ว่าจะซักกี่ครั้งก็ตาม และสามารถนำไปซักในเครื่องซักผ้าได้โดยไม่ทำให้เสียรูปทรง

ตัวพื้นเป็น soft-fit ที่หนา 5 มิลลิเมตร จึงยิ่งทำให้รู้สึกสบายเวลาสวมใส่ และทำให้ยืนได้นานเหมาะกับผู้ที่ต้องยืนทำงานเป็นเวลานาน อย่างเช่นการทำงานในโรงงาน

พื้นด้านล่างทำจาก PVC เกรด 1 ที่ผสมสารช่วยยึดเกาะ ทำให้ทนทาน ยึดเกาะพื้นได้ดี สามารถใส่เดินบนพื้นโรงงานและพื้นปูนได้เป็นอย่างดี

และจากประสบการณ์ในการทำรองเท้ามาอย่างยาวนาน ทำให้ปัญหาของเท้าในคนกลุ่มหนึ่งที่อาจมีปัญหาเท้าแป เท้าอูม เท้าแบน ทำให้มีปัญหาในการหารองเท้ามาสวมใส่ เพราะจะมีตำแหน่งที่ถูกบีบจนเจ็บ ทางแบรนด์จึงช่วยแก้ปัญหาโดยการผลิตรองเท้าที่มีความกว้างตรงด้านหน้าเท้าให้มากขึ้น และยกทรงรองเท้าให้สูงขึ้น เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถหารองเท้าในขนาดที่เหมาะสมกับตนเองได้โดยไม่ต้องเพิ่มขนาด

ในขณะที่ลวดลายมีความเป็นแฟชั่นและเป็นสไตล์ unisex คือสวมใส่ได้ทุกเพศ ไม่จำกัดเพศหญิง-ชาย และที่สำคัญคือมีราคาไม่แพงจับต้องได้ด้วยคุณภาพที่ดี เพราะแบรนด์อยากให้คนไทยได้มีรองเท้าดี ๆ ไว้สวมใส่ครับ

การตลาดที่ดีเป็นอีกปัจจัยของความสำเร็จ

ในช่วงแรกของการตั้งแบรนด์ คุณปยุตใช้กลยุทธ์ในเชิงรุกด้วยการไปติดต่อโดยตรงกับทางร้านค้าเพื่อช่วยวางขายสินค้าให้ ผสมกับการนำไปวางจำหน่ายเองตามตลาดและงานอีเวนท์ต่าง ๆ เพื่อต้องการฟังเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริง ต่อมาจึงเริ่มมีการบุกตลาดต่างประเทศโดยการนำไปวางขายตามแหล่งสำคัญของประเทศลาว จนเมื่อแบรนด์เริ่มติดตลาดทางคุณปยุตจึงเริ่มรับตัวแทนจำหน่ายเพื่อนำสินค้าไปวางขายทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงไม่ถึงหมื่นบาท ตัวแทนก็จะได้รองเท้าทุกไซส์ทุกขนาดจำนวน 70 กว่าคู่เพื่อนำไปวางจำหน่าย

คุณปยุตยังยินดีให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจอยากทำแบรนด์เป็นของตนเอง โดยสามารถเข้ามาพูดคุยปรึกษาในเรื่องของการหาแหล่งผลิตที่มีคุณภาพดี เข้าใจออเดอร์ที่เราต้องการในราคาสมเหตุสมผล

มองไปข้างหน้าด้วยเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม

หลังจากที่แบรนด์ Little J-Dar สามารถตั้งหลักตั้งตัวได้สักระยะ คุณปยุตได้มองเป้าหมายที่อยากผลักดันให้แบรนด์ได้รับความนิยมมากขึ้น และอยากเห็นทุกบ้านในประเทศมีรองเท้าของแบรนด์คนละ 1 คู่เป็นอย่างน้อย ได้พยายามออกแบบรองเท้าใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ออกมาอยู่เรื่อย ๆ และอาจต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นในอนาคต

แนวคิดการทำธุรกิจที่ Little J-Dar ฝากไว้ให้แก่ SMEs

จงสำรวจความพร้อมของตัวเองเป็นอันดับแรก ว่ามีความพร้อมแค่ไหนเมื่อคิดจะลงมือทำธุรกิจ เพราะหนทางข้างหน้าย่อมต้องพบเจอกับอุปสรรคและปัญหาให้ต้องคอยแก้ไขอยู่แล้ว ต้องลงมือทำอย่าได้ย่อท้อ อย่ายอมแพ้ลุกขึ้นสู้และฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นมาให้ได้ เมื่อตัดสินใจที่จะทำแล้วต้องเดินหน้าอย่างเดียว แล้วความสำเร็จจะเป็นของเรา

นี่คือความสำเร็จในขั้นต้นของ Little J-Dar เจ้าของแบรนด์รองเท้าสัญชาติไทยที่มีจุดเริ่มต้นจากการสู้ไม่ถอยของคุณปยุต และคงจะจริงอย่างที่คุณปยุตได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ครับว่า เมื่อคิดจะทำจงเดินหน้าท้าชนทุกอุปสรรคเพื่อความสำเร็จที่ต้องการ จึงทำให้แบรนด์ Little J-Dar เติบโตได้ถึงวันนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เพจ Little J-DAR หรือเบอร์โทรศัพท์ 083-123-7072 ครับ