ในยุคที่การผลิตสินค้าหรืออยากมีแบรนด์เป็นของตนเองไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่เพียงแต่หลากหลายแบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นมากมาย แต่หลายโรงงานที่มีศักยภาพในการผลิตและดำเนินธุรกิจแบบ OEM  ต่างก็เผชิญกับสมรภูมิการแข่งขันอันดุเดือดไม่แพ้กัน เช่นเดียวกับ House of Soap Thailand ที่ได้รับความไว้วางใจและรางวัลการันตีเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย มีจุดเริ่มต้นอย่างไร ต้องผ่านอะไรมาบ้าง มาเรียนรู้บทเรียนแห่งความสำเร็จนี้ไปพร้อมกัน

ทำความรู้จักกับ House of Soap Thailand

บริการรับผลิตและสร้างแบรนด์เครื่องสำอางครบแบบวงจร (One-Stop Service) เริ่มต้นจากรับผลิตสินค้ากลุ่มสบู่ เช่น สบู่สมุนไพร สบู่ออร์แกนิค  แล้วสังเกตเห็นว่ามีอัตราการเติบโตที่สูง ในส่วนของลูกค้าที่ใช้บริการก็มีการเติบโตเช่นกัน ส่งผลให้ความต้องการในการผลิตมีมากขึ้น จึงขยับขยายไปที่กลุ่มสกินแคร์ ตามอัตราความต้องการของลูกค้า รวมถึงผู้บริโภค และการส่งออก ซึ่งในช่วงแรกที่เลือกผลิตสบู่ เกิดจากความคิดที่ว่าเป็นสินค้าที่ทุกคนใช้กันอยู่แล้ว น่าจะทำได้ ทำแล้วคงขายได้เลย ขายได้เร็ว ได้กำไรดี แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือ จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายก่อนว่าสินค้าที่จะผลิตขึ้นมาจะขายให้ใคร ขายราคาเท่าไหร่ ต้องลงทุนเรื่องอะไรบ้าง “การตั้งเป้าหมายการขายสินค้า” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ก่อนจะผลิตสินค้าอะไรสักอย่าง ต้องคุยกับลูกค้าเพื่อช่วยวางแผนและมองหาเป้าหมายในการขาย 

3 หัวใจหลักในการขยายธุรกิจ

  • การตั้งเป้าหมายและพัฒนาตนเอง

แบ่งเป้าหมายออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ช่วงปีแรกทำการโปรโมทโรงงานและบริษัทให้เป็นที่รู้จัก ผ่านทางโซเชียลมีเดีย จากนั้นจึงเริ่มทำตลาดออฟไลน์ พร้อมกับการปรับโครงสร้างภายในองค์กร มีทีมขายเพื่อช่วยขยายกลุ่มลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น 

  • สร้าง Content และ Branding  

ทุกโรงงานมีกระบวนการและมาตรฐานที่คล้ายกัน จึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนดิ้ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของตนเอง รวมถึงการทำคอนเทนต์ที่แตกต่างเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้โดดเด่น ตอกย้ำตัวตนของบริษัทมากขึ้น เมื่อลูกค้าเห็นก็จะจำได้ว่านี่คือ House of Soap Thailand นอกจากนี้มีการออกบูธทั้งในและต่างประเทศควบคู่กันไปด้วย เป็นการสร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ 

  • การบริการที่ครบวงจร

แน่นอนว่ามีคนให้ความสนใจที่อยากจะสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองเยอะมาก เช่น อยากมีสินค้าเป็นของตนเอง อยากมีสินค้าที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครในตลาด หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี ทาง House of Soap Thailand มีทีมแอดมินคอยซับพอร์ตลูกค้าทุกช่วงเวลา มีทีมมาร์เก็ตติ้งคอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษา ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ในเรื่องการทำการตลาด การวางแผนกลยุทธ์ วางแผนกระจายสินค้า ไปจนถึงเรื่องระบบตัวแทน 

ข้อคิดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

  • ใส่ใจนวัตกรรม

ในยุคที่การค้นหาสินค้าทำได้ไม่ยากอีกต่อไป ลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จึงให้ความสำคัญในเรื่องของนวัตกรรม มีการทำงานร่วมกับ สวทช. เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รองรับฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์ทางปัญญา ซึ่งการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ สินค้าใหม่ ต้องไม่ล้ำจนเกินไป จนทำให้ผู้บริโภครู้สึกไม่กล้าใช้ 

  • สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า

สร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่จดจำ ไม่ใช่แค่ดูสวยหรู แต่ต้องทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นว่าโรงงานแห่งนี้มีความน่าเชื่อถือ ลูกค้าจะเปิดใจเข้าหา จากนั้นเป็นเรื่องมาตรฐานที่ส่งมอบให้ลูกค้า อยู่เคียงข้างลูกค้าจนถึงวันที่แบรนด์ของลูกค้าประสบความสำเร็จ ให้คำปรึกษาตลอดเส้นทางในการทำธุรกิจ ถือเป็นจุดแข็งของ House of  Soap Thailand  

  • อย่ามองทุกเรื่องว่าเป็นการแข่งขัน

ธุรกิจเครื่องสำอางเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและการเติบโตต่อเนื่อง แน่นอนว่าคู่แข่งต้องสูงเป็นธรรมดา แต่อยากให้มองเหมือนเค้กก้อนหนึ่ง ส่วนแบ่งที่ใหญ่ขึ้น นั่นหมายถึงเค้กก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย  เพราะคนหันมาใส่ใจดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพมากขึ้น เชื่อว่าธุรกิจนี้สร้างสมดุลชีวิตที่ดีให้กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าตัวเก่าหรือใหม่ต่างก็เป็นทางเลือกที่เพิ่มขึ้นแก่ผู้บริโภค ไม่ได้เป็นการแย่งส่วนแบ่งแต่อย่างใด

  • มีการวางแผนและปรับตัวอยู่เสมอ

หลายแบรนด์ที่เจ๊ง ไปต่อไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะขาดการตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรก ไม่รู้ทำไปเพื่ออะไร ทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไร ธุรกิจสุขภาพและความงาม เป็นธุรกิจที่ต้องวางแผนระยะยาว ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอดเวลา วิธีไหนไม่เวิร์คก็เปลี่ยน ต้องเรียนรู้ตลอด บางคนอาจจะมองแค่ด้านเดียว เห็นคนอื่นทำแล้วรวย ทำแล้วได้เงินเร็ว ก่อนที่จะสำเร็จ ล้วนต้องเจอการปฏิเสธมาก่อน เมื่อถูกปฏิเสธบ่อยๆ หรือขายไม่ได้ในช่วงแรกก็รู้สึกท้อและล้มเลิกกลางคัน 

การทำธุรกิจหากเริ่มจากใจรัก  ก็จะทำให้มีความตั้งใจ รู้จักวางแผนตั้งเป้าหมายชัดเจน ในช่วงแรกนั้นต้องให้เวลาและควรเตรียมเงินทุนสำรองให้พร้อม ที่สำคัญคือต้องรู้จักตัวเองว่า ช่วงจังหวะไหนควรชะลอ ช่วงไหนควรออกตัวแรง หมั่นเรียนรู้ และปรับตัวอยู่เสมอ ก็จะนำไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จได้