หากนึกถึงแฟรนไชส์ชื่อดังในประเทศไทย ไม่มีใครไม่นึกถึง “ไก่ย่าง 5 ดาว” ตลอดเวลากว่า 30 ปี ซุ้มไก่ย่าง 5 ดาวยังสามารถยืนหยัดฝ่าลมฝนจนถึงทุกวันนี้ อะไรคือเคล็ดลับความยืนยงของแบรนด์นี้

เราลองมาล้วงลึกกันว่า เพราะเหตุใด ไก่ตัวนี้จึงได้บินสูงนัก

ถือกำเนิดครั้งแรก

ไก่ย่าง 5 ดาวเป็นแบรนด์ภายใต้บริษัทซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหารจำกัด ดำเนินการครั้งแรกในปี 2528 โดยมีจุดขายแรกที่ ถ.ลาดพร้าว บริเวณปากซอยลาดพร้าว 80และเนื่องจากเป็นการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ทางบริษัทจึงดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งได้มีการขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในปี 2530 บริษัทมีความคิดที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคเป็นครั้งแรก จึงจัดทำโฆษณาตัวแรกขึ้น ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นโฆษณาที่ทำให้คนจำได้ถึงทุกวันนี้

ทะยานสูงครั้งแรก

ในปี 2543 หลังจากดำเนินกิจการมากว่า 15 ปีทำให้บริษัทมีองค์ความรู้ในการบริหารจุดขายทั้งการบริหารสินค้า ความสะอาด ระบบบัญชีและโลจิสติกส์มากพอ บริษัทจึงเริ่มปรับเปลี่ยนธุรกิจเป็นลักษณะของแฟรนไชส์ให้แก่ผู้สนใจมาร่วมลงทุน โดยบริษัทได้เปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายโดยตรงเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งหมดและเป็นผู้สนับสนุนให้กับแฟรนไชส์ นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ไก่ย่าง 5 ดาวทะยานสูงเป็นครั้งแรก

บินต่อติดลมบน

ในปี 2549 ไก่ย่าง 5 ดาวได้พัฒนาธุรกิจต่อคือ “ไก่ทอด 5 ดาว” อันมาจากการศึกษาผู้บริโภคที่อยากให้ทางบริษัททำเมนูไก่ทอดออกมาขาย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ส่วนในปัจจุบันนี้ไก่ย่าง 5 ดาวไม่ได้มีแค่ไก่ย่างและไก่ทอดเท่านั้น แต่ยังมีเมนูอื่น ๆภายใต้แบรนด์ “5ดาว” เพื่อรองรับธุรกิจในอนาคต

บินไกลถึงต่างแดน

ปัจจุบัน 5 ดาวไม่ได้มีแฟรนไชส์อยู่เพียงในประเทศเท่านั้น แต่แบรนด์ไทยแบรนด์นี้กำลังขยายตัวออกไปยังต่างแดนในประเทศเพื่อนบ้านและข้ามภูมิภาคไปยังประเทศอินเดีย เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ 5 ดาวเป็นอย่างดี

เป้าหมายมีไว้พุ่งชน

จากปี 2557 ที่มีจำนวนสาขาจำหน่ายทั้งหมดในประเทศ กว่า 5,100 สาขาและในต่างประเทศเพียง 700 สาขา 5 ดาวตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนซุ้มในทุก ๆปี และในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 5,400 สาขาในประเทศ และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในต่างประเทศที่ 1,600 สาขา  สู่เป้าหมายจำนวนสาขาในประเทศ 6,000 สาขาภายในปี 2560 และขยายสาขาเพิ่มเติมในต่างประเทศ นี่คือเป้าหมายใหญ่ที่ทาง 5 ดาวตั้งเป้าเพื่อก้าวไปให้ถึง

ผ่ายุทธการ: เหตุใดไก่ 5 ดาวจึงบินสูง

1.แฟรนไชส์เงินลงทุนน้อยใครๆก็เป็นเจ้าของได้

ธุรกิจแฟรนไชส์หลาย ๆธุรกิจมีค่าซื้อแฟรนไชส์ที่สูงถึงสูงมาก แต่ 5 ดาว มีแนวคิดที่อยากให้ผู้สนใจเข้าถึงธุรกิจได้ง่ายด้วยเงินเริ่มต้นเพียง หมื่นต้นๆเท่านั้น คุณก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์นี้ได้แล้ว และด้วย

กลยุทธ์ที่ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เปิดร้านเองซึ่งทางบริษัทมีให้ยืมเช่าและต้องส่งคืนเมื่อเลิกกิจการจึงดึงดูดใจให้ผู้ลงทุนสนใจร่วมงานกับทาง 5ดาว

ขอเพียงคุณมีทำเล มีทุนหมุนเวียนคุณก็เป็นส่วนหนึ่งกับแบรนด์ 5ดาวได้แล้ว นี่คือกลยุทธ์ที่บริษัทมองขาด เพราะทำให้ปัจจุบันหากนับเฉพาะซุ้มไก่ย่าง 5 ดาวที่มีมากกว่า 3,200ซุ้มโดยไม่รวมซุ้มอื่น ๆ ทำให้แฟรนไชส์ 5ดาวก้าวกระโดดอย่างน่าสนใจ

2.ขยับขยายผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ก็เหมือนการลงทุน คำว่า “อย่าใส่ไข่ในตะกร้าใบเดียว” ยังใช้ได้ผลเสมอ แม้ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณจะเลิศเลอติดตลาดเพียงใด แต่ถ้ามีเพียงอย่างเดียวก็แข่งขันกับคนอื่นยาก 5ดาวก็คิดเช่นนั้น เพื่อเป็นการตอบสนองต่อผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ของ 5ดาวจึงมีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ไก่ย่างที่มีให้เลือกหลายสูตร หรือของทานเล่นชนิดต่าง ๆ และที่น่าชื่นชมก็คือ 5ดาวในปัจจุบันยังคงไม่หยุดคิดค้นรสชาติใหม่ๆ หากใครเป็นขาประจำจะพบว่ามักจะมีสินค้าใหม่ๆขึ้นตู้ 5ดาวอยู่เสมอ

3.แตกไลน์ธุรกิจ

เมื่ออาหารคือจุดแข็งของตัวเอง ก็ต้องไปให้สุดและต้องขยายไลน์สู่ช่องทางอื่น ๆ สื่งนี้น่าจะเป็นแนวคิดสำคัญของ 5ดาว เพราะนอกเหนือไปจากไก่ย่างที่เป็นตัวแจ้งเกิดให้กับแบรนด์ ปัจจุบันยังมีไลน์ธุรกิจอื่น ๆเพิ่มขึ้นมาเช่น ไก่ทอด ข้าวมันไก่ บะหมี่เกี๊ยว ไส้กรอกและกระทั่งเรดดี้มีลหรือเมนูอาหารพร้อมทานภายใต้แบรนด์ 5ดาว สิ่งที่ 5ดาวมองขาดคือเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เพราะปัจจุบันคนนิยมทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น หรือหากจะซื้อกลับบ้านก็จะเป็นอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้ว ขณะที่วัยรุ่นก็มีความนิยมทานอาหารที่เปลี่ยนไป โดยนิยมของขบเคี้ยวที่ทานง่ายมากขึ้น 5ดาวจึงตอบสนองต่อผู้บริโภคทุก ๆกลุ่ม

4.ขยายออกนอก

5 ดาวก็เหมือนกับหลายๆแบรนด์ดังอื่น ๆคือ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะขยับขยายออกไปลงทุนยังต่างประเทศ แต่เรื่องวัฒนธรรมและรสนิยมการกินในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน สูตรสำเร็จที่หนึ่งอาจใช้ไม่ได้กับที่อื่น ๆ ในช่วงแรกของการบุกตลาดต่างประเทศ 5ดาวก็เผชิญปัญหานี้ แต่5ดาวไม่ยอมแพ้ จึงทำการศึกษาและสังเกตพฤติกรรมการบริโภคและรสนิยมของแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน แล้วทำการปรับเปลี่ยนรสชาติให้เหมาะสมกับคนในประเทศนั้น ๆ ผลก็คือปัจจุบัน 5ดาวสามารถขยายไปยังตลาดของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามและข้ามไปยังต่างภูมิภาคคืออินเดียและบังคลาเทศได้อีกด้วย

5.มีโมเดลการจัดการระบบงานที่แข็งแกร่งมาก

ตลอดระยะเวลาที่ 5ดาวประสบความสำเร็จได้ต่อเนื่องและยาวนานเช่นนี้ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ

“การมีโมเดลการจัดการ การบริหารระบบงานที่แข็งแกร่งมาก” ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากการเรียนรู้ การศึกษาจนเกิดออกมาเป็นองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดไปยังแฟรนไชส์

เพราะก่อนจะเปิดซุ้ม แฟรนไชส์จะต้องเข้ารับการอบรมทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ นอกจากนี้ในขั้นตอนสุดท้ายยังต้องผ้านการทดสอบเสียก่อนจึงจะสามารถทำซุ้ม 5ดาวได้ เพื่อความเป็นมาตรฐานเดียวกัน ขณะที่ในส่วนของวัตถุดิบไม่ว่าลูกค้าจะซื้อจากซุ้มใด คุณภาพและรสชาติก็ไม่ต่างกัน เพราะทาง 5ดาวสามารถควบคุมวัตถุดิบซึ่งมาจากแหล่งเดียวกันและด้วยระบบการขนส่งที่ดีทำให้ได้วัตถุดิบที่สด ใหม่มีคุณภาพส่งตรงถึงแต่ละจุดขาย

6.เปิดโอกาสให้แต่ละแฟรนไชส์เลือกสินค้าได้เอง

นี่คือกลยุทธ์ที่น่าสนใจของแฟรนไชส์ 5ดาวที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนมีส่วนในการตัดสินใจว่าจะเลือกสินค้าใดมาจำหน่ายในตู้ของตน สิ่งนี้คือความชาญฉลาดของ 5ดาวเพราะแต่ละซุ้มแฟรนไชส์จะเลือกสั่งสินค้าเฉพาะที่ซุ้มของตนขายได้ดีหรือเป็นที่นิยม 5ดาวจึงได้ประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงจากการที่ซุ้มช่วยวิจัยตลาดให้ทางอ้อมว่าสินค้าใดเป็นที่นิยม สินค้าใดยอดไม่ดีหรือแต่ละพื้นที่ความนิยมสินค้าก็แตกต่างกันอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้จะกลับไปเป็นประโยชน์แก่ตัว 5ดาวเอง

ไก่บินโชว์ SMEs บินตาม

1.ระบบการจัดการที่ดีคือรากฐานแห่งความสำเร็จ

“ในทุกสมรภูมิรบ ชัยภูมิการตั้งค่ายมีความสำคัญแต่เหนือสิ่งอื่นใดการจัดการภายในคือรากฐานแห่งชัยชนะ” ระบบการจัดการที่ดีคือตัวชี้วัดว่าธุรกิจที่คุณทำจะรอดหรือจะร่วง !!! หากการจัดการระบบคือจุดอ่อนของคุณ คุณจงเริ่มเรียนรู้และกลบจุดอ่อนนี้เป็นอย่างแรก ในช่วงแรกของการทำธุรกิจระบบการจัดการอาจยังไม่สร้างปัญหาให้กับคุณมากนัก แต่เมื่อใดที่ธุรกิจของคุณขยายและเติบโตมากขึ้น จุดอ่อนนี้แหละที่จะกระชากให้ธุรกิจของคุณร่วงลงเหว จงวางรากฐานระบบการดำเนินการของคุณให้ดีทั้งการผลิด การเงินการบัญชี การตลาด การขนส่งและสต๊อกสินค้า แล้วธุรกิจคุณจะทะยานสูง

2.เมื่อจะทำอะไรก็ตาม อย่าให้ผลลัพธ์เสียเปล่า จงเรียนรู้สิ่งที่ทำอยู่เสมอ

            ทุก ๆขั้นตอน ทุก ๆกระบวนการ สิ่งที่ซ่อนอยู่ก็คือ “องค์ความรู้”

ความรู้อันเกิดจากการลงมือทำ ความรู้อันเกิดจากการลองผิดลองถูก นี่คือ “ครู”ที่แท้จริงของ SMEs ความสำเร็จและความล้มเหลวให้สิ่งที่มีค่าเสมอในแวดวงธุรกิจ ประสบการณ์และความรู้ที่เพิ่มขึ้นจะต่อยอดนำไปสู่ความสำเร็จยิ่งใหญ่ในอนาคต จงเรียนรู้ทุก ๆผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในทุก ๆขั้นตอน อย่าปล่อยให้องค์ความรู้นั้นผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

3.อย่ายึดติดในสูตรความสำเร็จ ตามเทรนด์ใหม่ๆและมองหาโอกาสอยู่เสมอ

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้การันตีว่าอนาคตจะไม่ล้มเหลว หลายธุรกิจที่ “บ้อท่า” ล้วนมาจากการสำลักอดีตที่ยิ่งใหญ่ทั้งนั้น จงตามเทรนด์ใหม่ๆเสมอและปรับตัวไปกับกระแสที่เปลี่ยนไป อย่าลืมว่าโลกนี้ไม่เคยหยุดหมุน แล้วธุรกิจของคุณจะมีแต่ได้กับได้ จงมองหาโอกาสจากเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงนั้นเพราะ “ความสำเร็จอยู่กับคนที่ปรับตัวเป็นแต่ความรุ่งเรืองจะอยู่กับคนที่มองเห็นโอกาสเสมอครับ”

จากยุทธการทะยานสูงของ 5ดาว ทำให้เราได้เห็นมุมมองและแนวความคิดดี ๆที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจสำหรับเหล่า SMEs คำว่า “ไม่สูงต้องเขย่ง ไม่เก่งต้องขยัน” ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคนเริ่มทำธุรกิจ แต่สิ่งที่จะทำให้เราไปไกลและทะยานได้สูงกว่าเดิมก็คือ

“จงเรียนรู้โมเดลความสำเร็จที่มีอยู่แล้วและถอดเอาองค์ความรู้นั้นมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับเรา”

นี่แหละครับองค์ความรู้สำคัญที่ 5ดาวได้มอบให้กับเรา

บทความโดย

ผู้ผ่านรับการฝึกอบรม “ใช้เวลาว่างเขียนบทความสร้างรายได้”

คุณ  นรินทร์พล ตรีรัตน์สกุล

นักกายภาพบำบัด